ออมบุญสวัสดิการชุมชน เป็นรากฐานการเอื้ออาทร ที่ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี
แนวคิดในการจัดตั้งกองทุนออมบุญสวัสดิการ เทศบาลตำบลปากพะยูน มาจากการที่ได้เข้าร่วมโครงการทำแผนแม่บทชุมชนในปี พศ 2548 ทำให้ได้ออกไปประชุม ไปพบไปเห็น การออมทรัพย์ และการนำดอกผลของการออมทรัพย์ มาจัดสวัสดิการ
เกิดความสนใจ จึงหาความรู้จากเอกสารและเจ้าหน้าที่ของพอช. เดือน ธันวาคม 2549 ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมเรื่องการจัดตั้งสวัสดิการครั้งแรกที่ พอช.ภาคใต้ ได้พบคุณ จีระ ชูช่วย ซึ่งดูแลออมทรัพย์กลางตำบลเกาะหมาก ในเขตปากพะยูน ที่ประชุมได้มอบหมายให้คุณ จิระขยายพื้นที่จัดสวัสดิการ โดยมีเกณฑ์ ดังนี้
1 ต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 100 คน
2.ต้องมีหมู่บ้านเข้าร่วม อย่างน้อย 2 หมู่บ้าน
3. ต้องมีการออมสมทบจากสมาชิก
เมื่อทราบหลักเกณฑ์ จึงอาสาสกับคุณ จิระ ขอจัดกองทุนสวัสดิการเทศบาลตำบลปากพะยูน จึงนำข้อมูลมาปรึกษาคณะทำงานแผนชุมชน ใช้งบประมาณส่วนตัวในการจัดประชุมทำความเข้าใจ มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะต้องจัดตั้งเป็นกองทุนออมบุญ ให้สมาชิกนำเงินมาร่วมทำบุญเดือนละ 30 บาท สมาชิกไม่มีสิทธิถอนเงิน ถือเป็นการทำบุญร่วมกัน
จากการทำแผนชีวิตชุมชน เราพบว่ายังมีคนที่ควรได้รับการช่วยเหลืออีกมากมายที่มือของรัฐ และการปกครองส่วนท้องถิ่น เอื้อมไปหยิบยื่นให้ไม่ถึง จึงเกิดการพูดคุยก่อตัวเพื่อช่วยเหลือพี่น้องของเรา กองทุนออมบุญสวัสดิการชุมชน จึงตั้งขึ้นเพื่อจะช่วยเหลือเจือจานเยียวยาคนที่ด้อยโอกาส ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในชุมชน โดยการร่วมกันทำบุญสมทบทุน โดยการเป็นสมาชิก และบริจาคโดยไม่เป็นสมาชิก
กองทุนฯได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 มีสมาชิกรุ่นแรก 92 คน มีวัตุประสงค์
>เพื่อสร้างหลักประกันให้กับคนในชุมชน
>เพื่อก่อให้เกิดการช่วยเหลือเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน
>เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงองค์กรการเงินและกองทุนต่างๆที่มีอยู่ใน ชุมชน
>เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรที่จัดการเกี่ยวกับการเงิน
>เพื่อเป็นการเสริมความรักความสามัคคีระหว่างกลุ่มองค์กร
จำนวนสมาชิกปัจจุบัน 450 คน ยังเป็นกองทุนขนาดเล็ก เพราะประชากร 3000กว่าคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากร
บริหารโดยตัวแทนของกองทุนออมบุญจากชุมชนต่างๆ และจากตัวแทนของกลุ่มอาชีพ มีทั้งท้องที่ ท้องถิ่น รวมกันบริหาร ประชุมกันทุกวันที่10 ของ เวลา 20.00น.
> ผลการดำเนินงาน
> ได้รับการสนับสนุนสมทบจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553
>ได้รับการรับรองเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชน จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553
> สวัสดิการที่ได้จัดให้แก่สมาชิก และผู้ที่ควรได้รับการช่วยเหลือที่ได้จัดไปแล้ว คือ
สวัสดิการพื้นฐาน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เฝ้าไข้ นอนโรงพยาบาล ทุนการศึกษาทุนประกอบอาชีพ ประเพณีวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และสวัสดิการผู้นำทางความรู้
>ค่ารักษาพยาบาล
-สมาชิก 1 ปี รับสวัสดิการคืนละ 100 บาท ปีละ 2 ครั้งๆละไม่เกิน 4คืน
-สมาชิก 2ปี รับสวัสดิการ คืนละ 150 บาท ปีละ 2 ครั้งๆไม่เกิน 4 คืน
-สมาชิก ปีที่ 3 รับสวัสดิการคืนละ 200 บาทปีละ 2 ครั้งๆ ไม่เกิน 4คืน
>การเสียชีวิต
ทายาทรับสวัสดิการปีละ 1000 บาท แต่ไม่เกิน 10000บาท
>สวัสดิการคลอดบุตร
สวัสดิการรับขวัญสมาชิกใหม่ คนละ 500 บาท
มารดารับสิทธิตาม ข้อ 1
> ทุนการศึกษา
เด็กแรกเกิดอายุครบ 6 ปี รับทุนการศึกษา 1500 บาท
ทุนช่วยเหลือสังคม ทุน ละ 500 บาท
> สวัสดิการภัยพิบัติให้สวัสดิการเบื้องต้นรายละ 3000บาท
ในปีต่อไปจะเพิ่มสวัสดิการด้านพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ประเพณี วัฒนธรรม และภัยพิบัติเบื้องต้น
> ข้อตกลงของคนที่เป็นสมาชิก
>ต้องส่งเงินออมบุญเดือนละ 30 บาท
>ขาดการออมบุญ ไม่ขาดจากสมาชิก แต่ขาดสิทธิในการรับสวัสดิการ
>รับสมัคร สมาชิกปีละ 1ครั้งยกเว้นเด็กเกิดใหม่
>ในการที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกออมบุญ ท่านไม่สามารถถอนเงินออมจากกองทุน หรือ โอนสิทธิ์ต่างๆให้กับบุคคลอื่น
บทบาทของกองทุนในการพัฒนาชุมชน ร่วมกับเครือข่ายยุติธรรมชุมในการนำผู้ถูกคุมประพฤติมาพัฒนา อาคารสถานที่สาธารณประโยชน์ ร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชุมชนกับกรรมการไกล่เกลี่ยชุมชน ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ และเทศบาลตำบลปากพะยูนทำน้ำหมักชีวภาพ นำไปใช้ในการล้างคูคลองของเทศบาล นอกจากนั้นกองทุนยังจัดเวทีให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตย ร่วมกับ สภาองค์กรชุมชน ปี 2552 ร่วมโครงการ วิจัยเชิงปฎิบัติการ เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการเครือข่าย กองทุนสวัสดิการชุมชนระดับอำเภอ เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน นำเสนอสำนักงานส่งเสริมสนับสนุนวิชาการที่ 12 เพราะเชื่อมั่นในแนวทางการจัดสวัสดิการคือความเท่าเทียมกันของคนในสังคม
ออมบุญสวัสดิการชุมชน เป็นการรากฐานการเอื้ออาทร ที่การให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี ร่วมทำบุญกับกองทุนสวัสดิการ เป็นการเอื้อเฟื้อแก่ เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในชุมชน จะได้มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกั
เข้าร่วมกับศาลจังหวัดพัทลุง อบรมความรู้เรื่องกฎหมาย
นร.รรมัธยมเกาะหมาก
เข้าร่วมพัฒนาโครงการชุมชนน่าอยู่กับ สจรส ที่หาดใหญ่
แก้ไขโครงขอทุน ภายใต้กองทุนสวัสดิการ
ร่วมเป็นกรรมการไกล่เกลี่ยชุมชนกับยุติธรรมจังหวัดพัทลุง
แปรรูปผลิตภัณฑ์ร่วมกับแม่บ้านกลุ่มเกษตรกร
ครอบครัวนี้รับทุนสวัสดิการส่งเสริมอาชีพ
ร่วมค่ายเยาวชน ทีรรไทยรัฐยะโสธร

ด้านสิ่งแวดล้อมร่วมปลูกป่ากับนส.มรภสงขลา
ร่วมงานรับทุนสนับสนุสัสดิการชุดแรก
ด้านสิ่งแวดล้อม สำรวจป่าเขาบรรทัด สำรวจซาไก
ร่วมอาสาสมัครประมง
ไปแลกเปลี่ยนเรียรู้ โครงการแก้ปัญหาความขัดแย้วชุมชน ที่ของป สสส.กับอาจารย์ ม.วลัยลักษณ์ นคร
เตรียมความพร้อมรับสวัสดิการรอบแรก หลังนานยกอภิสิทธิ์มาที่มอ.หาดใหญ่
อาจ์ มอ.ปัตตานีมาร่วมวิเคราะห์
เ
เป็นกำลังใจให้ครับ กับการทำความดี ของวอญ่า
มาเชียร์บังนะครับ หายดีแล้วหรือยังครับบัง แล้วพบกันที่สงขลานะครับ...
แวะมาเยี่ยมพี่ใหญ่
เป็นกำลังใจให้ครับบัง...อยากไปร่วมงาน ร.ร. เหมือนกันในฐานะศิษย์เก่าคนนึงแม้จะเรียนแค่ปีเดียวแต่ก็ประทับใจในความเป็นปากพะยูนมากครับ
มีอะไรที่พอช่วยได้ด้วยความยินดีครับบัง
สวัสดีค่ะ
เรื่องที่บังให้กอสมัครไปสงขลา
กอไปได้ด้วยเหรอค่ะ
กอไม่มีอะไรสาระจะไปคุยกับพี่ ๆ
บังก็เห็นว่ากอเขียนบันทึกเรื่องของกอทั้งนั้นอิอิ
บังนี่แต่งกลอนเก่งเหมือนกันค่ะ เข้าไปเม้นแป้บเดียวก็ลงกลอนได้แล้ว
อีกอย่างที่ไปร่วมงานไม่ได้ เพราะ ว้า...กอทำวีรกรรมไว้ในนี้ ไม่กล้าไปเจอผู้ดูแลระบบหรอกน่ะค่ะบัง
หือ ขืนไปจะต้องเอาปี๊บคลุมหัวไปด้วย
ที่สำคัญไม่รู้อาจารย์ขจิตไปด้วยมั้ย กัวกัว
แล้วบังหาดีแล้วเหรอค่ะ
ดูสิขนาดบังอายุเยอะ ๆ รุ่นพ่อของกอแล้ว
บังยังขยันทำงาน ป่วยแล้วก็ยังทำงานอื่น ๆ มีไอ้นั่นไอ้นี่ให้ทำเพื่อสังคม
ยังมาปลูกป่าหญิงเลนที่ตูนเลย ขยันมาก ๆ
เอาไว้ให้กอรุ่นบัง มีสาระเมื่อไหร่ ใจไม่หวั่น คงจะได้ไปแลกเปลี่ยนทำเพื่อสังคมน่ะค่ะ
สวัสดีรคับ คุณ พ. เหตุการณ์บ้ายเมือง ดุเดือดขึ้น
คนทำงานต้องลำบาก
คนอยู่ไกลปืนเที่ยง ขาดข้อมูล ไม่รู้ว่าใหนจริงไหนเท็จ
แต่เห็น กวี นักคิด นักเขียนที่เคยศรัทธา หลายคน ร่วมขบวนการด้วย
คุณ วิสา คุณ ธรรมศักดิ์ฯ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ขจิต สมัครไว้แล้วครับ ฟืตร่างกายให้เต็มร้อย จะได้ทำกิจกรรมด้วยความสนุกครับ
สวัสดีครับ น้องน้ำชา ทำกองทุน ต้องมาสุมหัวคิด และต้องคิดถึงคนอื่นไม่ใช่คิดเพื่อตัวเอง แล้วขายความคิด เมื่อมีคนซื้อ ก็สุมหัวกันค้นหาทุนในชุมชน โดยเฉพาะทุนทรัยากร ทุนภูมปัญญา ทุนแรงงาน แล้วก็ทุนเงินตราเป็นทุนตัวสุดท้ายที่ต้องค้น ลงขันกัน แล้วแบ่งปันเอื้อเฟื้อไปถึง คนที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ เมื่อเรา มีทุน มีงบประมาณของตนเอง และกลุ่มเป้าหมายที่ดูแล ก็ทำแผนเอาแผนไปให้ พมจ. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัด ชวนเขามาเป็นภาค้ หุ้นส่วน แบบไตรภาคีภายใต้หลักคิดที่ทุกคนที่เข้ามาร่วมงานต้องได้รับผลประโยชน์ จนท.ได้ผลงานเอาไปเสนอ ผลงาน เจ้าของท้องที่ ได้คะแนนเสียง ส่วนคณะทำงาน ได้มีงานทำที่ส่งผลต่อชุมชนอย่างทั่วถึง ครับ
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะที่แวะไปทักทาย
ขอให้มีความสุขเยอะๆกับการทำงานและบุญที่ออมนะค่ะ
เป็นโครงการที่มีชื่อแปลกดีค่ะ
คารวะท่านผู้เฒ่าครับ...
ผมริเริ่มกับชาวบ้านตั้งกลุ่มออมทรัพย์ที่หมู่บ้านต้ังแต่ปี ๓๖-๓๗
ตอนนี้แผ่วเต็มที บางเดือนออม บางเดือนไม่ออม บางคนกู้ไปยังไม่คืน ไม่มีปันผมมาสองปีแล้ว
ว่าจะกลับไปฟื้นให้เป็นกลุ่ม "ออมบุญ" ซะใหม่
แหะ แหะ ว่างพอจะไปช่วยหน่อยไหมครับ...
สวัสดีครับ อาจารย์ ธนิตย์ เพื่อนๆบอกว่า ขาปวด ปากพูดได้
ก็ต้องมาพูดมา มาทำงานกองทุน
งานที่ไม่มีค่าตอบแทน ....งานบุญ ที่ไร้เบี้ย แต่ภาคภูมิใจครับ
สวัสดีค่ะแวะมาทักทายเจ้าค่ะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงนะค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์ กู้เกียรติ
เรีนรู้จากการทำงาน จากนักพัฒนาชุมชน ของเทศบาลหลายเรื่องครับ
ยอมรับให้เกียรติและแลกเปลี่ยน ทำให้ความร่วมมือ ระหว่างองค์กรชุมชน กับ จนท. เทศบาลไปในทิศทางที่ดีดีขึ้น
หลายเรื่อง หลายอย่าง ที่ไปรับรู้ ระดับ นโยบายมา แล้วมาคุยเตรียมการไปก่อน
พอมีคำสั่งเป็นทางการ เราก็มีข้อมูลอยู่ในมือ ที่เตรียมไว้ก่อน
ด้วยความขอบคุณ ครับ น้อง ฟูอ๊าด คงได้พบกันครับ
สวัสดีค่ะท่าน
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
หายดีแล้วเหรอคะบัง..ทำไมลุกมาทำงานไวจัง...ดูแลสุขภาพนะคะ...มาชมกองทุนกองบุญรอบดึกค่ะ