เด็กหญิงคิดนอกกรอบ
หลังจากที่เขียนบล็อกเสร็จเมื่อวาน ก็ได้นั่งคุยกับเพื่อนใน MSN ต่อตอนแรกก็ไม่อยากเล่าอะไรให้เพื่อนฟัง แต่มันอึดอัดที่เราไปทำอะไรมาแล้วไม่ได้พูด ฉันเล่าเรื่องทุกอย่างให้เพื่อนที่ออสเตเรียฟัง มันแทบจะเป็นลม ในใจก็คิดอยู่ว่ามันต้องเป็นห่วงเราแต่บอกไปดีกว่าอย่างน้อยก็เพื่อนวะ เพื่อนบอกว่าลองไปปรึกษาพี่เป็น บก. ก่อนว่าถ้าเขียนแล้วจะทำไงต่อ สักพัก MSN ของพี่ที่เป็น บก ก็เด้งขึ้นมาฉันเลยกดเข้าไปพูดคุยด้วย แล้วก็บอกทุกอย่างที่กำลังทำ พี่เขาก็บอกว่าให้รีบๆเขียน แล้วเอามาให้อ่านจะได้ไปหาที่ลง แค่นั้นแหล่ะฉันแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ มันเอ่อออกมานิดหน่อยด้วยความดีใจเหมือนความพยายามของเราไม่เสียเปล่า พอช่วงหัวค่ำของวันนี้ฉันเปิดเข้าไปดูหัวข้อของสถานะใน Facebook ก็พบคอมเม้นมากมายที่เข้ามาให้กำลังใจ ต้องบอกว่าขอบคุณทุกคำห่วงใยเลยและทุกกำลังใจเลย ฉันไม่อยากคิดเลยว่ายังมีคนมองเห็นพลังน้อยๆของฉันอยู่ แต่บางทีการจะเป็นนักเขียนที่ดีก็ไม่จำเป็นที่ต้องลงทุนหาประสบการณ์ขนาดนี้ก็ได้ แต่ว่าในความคิดของฉันตอนนี้ คือฉันอยากถ่ายทอดความจริงที่ได้ยิน ได้ฟังและได้เห็นมากับตาของตัวเองให้ทุกคนได้ฟัง
ไม่ว่า "ผู้หญิงจะขาย ผู้ชายจะซื้อ" มันไม่มีใครผิดถูกและไม่ได้ขึ้นกับความพึงพอใจด้วย แต่ว่าตอนนี้กลายเป็นว่ามันคืออาชีพและสินค้าที่กำลังเกิดขึ้นและมีมานานแล้ว และสังคมต้องยอมรับมันไปแบบที่ไม่รู้ตัว
555 เข้าใจแล้ว