ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดโรคขึ้นได้ในร่างกายหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วก็จะเป็นมากขึ้นหรือมีโรคแทรกซ้อนขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ

การตั้งอกตั้งใจทุ่มเททำงานเป็นสิ่งที่ทุกคนพึ่งกระทำ เพราะต้องการให้ผลงานออกมาดีเป็นที่พอใจแก่หัวหน้างาน ผู้ร่วมงานทุกฝ่าย และเป็นหน้าเป็นตาแก่บริษัทแต่จะมีสักกี่คนที่มีเวลาให้กับตัวเองในการดูแลรักษาสุขภาพเพราะมัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ สมองมากๆ ในระดับผู้บริหารและอยู่ในช่วงวัย 30-45 ปี อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง

โรคยอดฮิต สำหรับคนทำงานมีอยู่ด้วยกัน 8 โรค

ซึ่งเราจะทราบอาการได้จากสัญญานเตือนของแต่ละโรค

และควรพบแพทย์เพื่อรักษาดังนี้

 

 โรคความดันโลหิตสูง

  จะเริ่มมีเสี่ยงดังหวิวๆหรือหึ่งๆ ในหูหรือได้ยินเสียงชีพจรในศีรษะตัวเอง เวียนศรีษะ โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนอริยาบท มีอาการใจสั่นบ่อย หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ขาบวม หงุดหงิด เหนื่อยและเพลียง่าย

 

 โรคหลอดเลือดสมอง

ไม่มีสัญญานเตือน โดยเกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเพราะมีการอุดตันของเส้นเลือดที่นำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองเสียหายทำงานไม่ได้ 

 

  โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

   โรคนี้เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของไทย หากใครที่มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับหรือจุกแน่นลึกๆ บริเวณใต้กระดูกหน้าอกหรือหน้าอกซ้าย ซึ่งมักเกิดขณะเดินเร็ว ยกของหนัก หรือวิ่งหรือเมื่อรู้สึกเครียด   

            

 โรคกระเพาะอาหาร

ส่วนใหญ่อาการเตือนจะรู้สึกปวดท้องเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปประมาณ 30 นาที- 3 ชั่วโมง หรือบางครั้งรับประทานอาหารก็จะรู้สึกปวดท้องทันทีทันใด โดยจะเป็นก่อนหรือหลังอาหารก็ได้รวมทั้งมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยด้วย

 

 โรคมะเร็งตับ

อาการเริ่มแรกบางรายอาจเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ทำงานไม่ไหว จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืดอาหารไม่ย่อย บางรายอาจเจ็บบริเวณชายโครงข้างขวา และปวดร้าวไปที่ไหล่ขวาหรือบริเวณลำตัวขวาทั้งหมด ระยะสุดท้ายมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง มีน้ำในช่องท้อง ท้องมาน บวมที่ข้อเท้า 

 

 โรคเบาหวาน

 พบได้จากการตรวจโรคประจำปี เพราะไม่มีอาการผิดปกติ นอกจากอาการอ่อนเพลีย สมองมึนงง

 

 โรคถุงลมโป่งพอง

สัญญานเตือนคือ  มักมีอาการไอแห้งๆในเวลากลางคืน

หรือ อากาศเย็นๆหรือมีอาการหลอดลมอักเสบเรื้อรัง

 

โรคกระดูกพรุน

 ระยะแรกไม่มีอาการ แสดงเตือน ปรากฏอาการเมื่อเป็นโรคมากแล้ว

ได้แก่ ปวดตามกระดูกสันหลัง ตะโพก ข้อ ฯลฯ

 

โดยสิ่งที่จะช่วยให้บรรเทาจากการเกิดโรคของคนวัยทำงาน คือแบ่งเวลา ให้กับตัวเองในการผักผ่อนอย่างเต็มที่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้ปวดและหัวใจมีสมรรถภาพดีขึ้น ฝึกนิสัยบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารเพียงพอทุกมื้อ เลี่ยงอาหารที่มีไขมัน สิ่งเสพติดและเครื่องดื่มมึนเมา อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดคือ การลดความเครียด จากการทำงานให้มากที่สุด เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดของโรคทั้งปวง รวมทั้งหมั่นไปตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำทุกปี เพื่อค้นหาโรคในระยะแรกเริ่ม จะได้ป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที ฉะนั้น อย่าลืมแบ่งเวลามาดูแลตัวเอง เพราะถ้าเรามี สุขภาพร่างกายที่ดี แข็งแรง ก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 ขอบคุณ ข้อมูลจาก ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ 

ในหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ทีมวาไรตี้

 

ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี