ดนตรี

ชื่อเรื่อง  ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ของครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา

ชื่อผู้วิจัย  ขนิษฐา  โพธิสินธุ์

ปีที่วิจัย  2537

วัตถุประสงค์ 

เพื่อศึกษาปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ของครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา

วิธีวิจัย

                วิธีการวิจัย   

เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ

                กลุ่มตัวอย่าง

                        กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ เป็นครูผู้สอนวิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 165 คน

                เครื่องมือที่ใช้วัด

                        เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง สอบถามเกี่ยวกับปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาดนตรี-นาฏศิลป์ ของครูผู้สอนในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 3 ด้าน คือ ด้านกิจกรรมเน้นจังหวะ กิจกรรมเน้นการฟังเพลง และการร้องเพลง และกิจกรรมนาฏศิลป์ จำนวน 21 ข้อ

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล

                                ผู้วิจัยขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็ฐรวบรวมข้อมูลไปยังผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา และขอหนังสือเพื่อแจ้งไปยังหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอในสังกัด เพื่อขอความร่วมมือจากครูผู้สอนในการตอบแบบสอบถาม และส่งกลับคืนให้ผู้วิจัยทางไปรษณีย์ ปรากฏว่า จากแบบสอบถามที่ส่งไปจำนวน 165 ฉบับ ได้รับคืน 162 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 98.18               

 

วิธีวิเคราะห์ข้อมูล

นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์ มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คะแนนเฉลี่ยและความเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการวิจัยพบว่า

            ปัญหาการจัดกิจกรมการเรียนการสอนวิชาดนตรี-นาฏศิลป์ อยู่ในระดับปานกลาง เรียงลำดับปัญหาได้ดังนี้   ด้านกิจกรรมเน้นการฟังเพลง และการร้องเพลง  กิจกรรมนาฏศิลป์และกิจกรรมเน้นจังหวะ เมื่อพิจารณาปัญหาการสอนแต่ละกิจกรรมเป็นรายด้าน พบว่า ด้านกิจกรรมเน้นการฟังเพลงและการร้องเพลง ปัญหาอันดับหนึ่งคือ การฝึกร้องเพลงตามหลักโน้ตดนตรีสากลเบื้องต้น ปัญหาดันดับสุดท้าย คือากรฟังเพลงเดก็และการร้องเลียนแบบเสียงสัตว์ต่าง ๆ ด้านกิจกรรมนาฏศิลป์ ปัญหาอันดับหนึ่งคือ การสอนใช้ภาษาตามเรื่องราวที่สมมติขึ้นจากชีวิตจริง ปัญหาอันดับสุดท้ายคือ การใช้ภาษาท่าสื่อความหมายแสดงความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ยิ้ม  ดีใจ เสียใจ โกรธ และด้านกิจกรรมเน้นจังหวะ  ปัญหาอันดับหนึ่งคือการร่ายรำและการเคลื่อนไหวอย่างมีแบบแผน เช่นการละเล่นพื้นเมือง การเต้นหรือการรำ ปัญหาอันดับสุดท้ายคือ การเคาะจังหวะตามใจชอบโดยใช้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเป็ฯเครื่องเคาะจังหวะ เช่น การปรมมือ การตบเท้า