กะหร่างกับพระพุทธศาสนา

   อยากจะเล่าความผูกพันกะหร่างในจังหวัดเพชรบุรีโดยเฉพาะอำเภอแก่งกระจานว่ามีความผูกพันอยู่กับวัดวาอารามหรือพระพุทธศาสนาอย่างไร ก่อนอื่นนั้นก็อยากจะท้าวความประวัติความเป็นมาของกะเหรี่ยงและกะหร่างเสียก่อนว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร...

  เล่าต่อ ๆ กันมาว่า สมัยก่อนมีนางฟ้า มีสวรรค์ ครั้งหนึ่งดินที่โลกอบอวลหอมฟุ้ง นางฟ้าได้กลิ่นทนไม่ไหวลงมากินดินที่โลกมนุษย์ กินแล้วฤทธิ์เสื่อมบินกลับสวรรค์ไม่ได้ ต่อมาท้องเกิดลูก 7 คน กะเหรี่ยงเป็นพี่ชายคนโต น้อง ๆ มี เจ๊ก ฝรั่ง มอญ ฯลฯ

     กะเหรี่ยงเป็นคนซื่อ ขยัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ผิดกับฝรั่งผู้น้อง วันหนึ่งแม่ให้หนังสือ กะเหรี่ยงมัวแต่ดายหญ้าไม่ได้ไปเอา น้อง ๆ หยิบเอามาให้ก็ให้วางไว้บนตอไม้ ตนเองดายหญ้าเพลินจนเย็นก็กลับบ้านลืมหยิบหนังสือมาด้วย เจ๊กผู้น้องมาเห็นในวันหลังจึงเอาไป หนังสือเสียสภาพถูกสัตว์แทะ แดดฝนไปมาก แต่ก็ทำให้จีนมีความรู้ กะเหรี่ยงยังโง่อยู่เช่นเดิม
   
 

     นอกจากนี้มีนิทานแบ่งพี่น้องออกเป็น 3 พวก คือ

     เดิมอยู่ที่เมืองทวาย ประเทศพม่ามีพี่น้องรวมกัน 3 พวก คือ กะเหรี่ยงเป็นพี่ใหญ่ กะหร่างเป็นน้องคนกลาง และตองสูเป็นน้องคนเล็ก พี่น้องทั้งสามนี้ได้สัญญาว่าจะรักใคร่เป็นพี่น้องกันตลอดไป ได้ของสิ่งใดมาก็จะแบ่งปันกัน ทั้งสามพี่น้องจึงอยู่ร่วมกันมาอย่างเป็นสุข

     อยู่มาวันหนึ่งกะเหรี่ยงกับกะหร่างได้เม่น 1 ตัว จึงเอามาฆ่าแบ่งเนื้อกันที่ลำห้วย โดยไม่ได้แบ่งให้ตองสูน้องคนเล็กเพราะว่าเนื้อเม่นนั้นมีน้อย

     ต่อมาตองสูได้มาที่ลำห้วยพบขนเม่นที่ทิ้ง ไว้ก็รำพึงว่า "พี่เราทั้งสองคนได้เนื้ออะไรมาหนอ ไม่แบ่งให้เราบ้างเลย วัวกระทิงตัวใหญ่ขนยังเล็กนิดเดียว แต่ขนที่เห็นอยู่นี้ใหญ่กว่าขนกระทิงมาก ตัวก็คงใหญ่มากเช่นกัน"

     ตองสูคิดดังนั้นแล้วก็น้อยใจมากว่าพวกพี่ๆ ไม่รัก ไม่รักษาสัจจะวาจา อยู่ร่วมกันต่อไปคงจะไม่เป็นสุขแน่ จึงอพยพหนีพี่ทั้งสองไปโดยไม่บอกให้รู้ และไม่ให้เห็นร่องรอย ส่วนกะเหรี่ยงกับกะหร่างก็อยู่ร่วมกันเรื่อยมา แต่คนตองสูกลับเล่านิทานว่ากะเหรี่ยงโป กะเหรี่ยงสะกอ และตองสูทำสัญญากันว่า ใครไปล่าสัตว์ได้เนื้อมาแล้วจะต้องแบ่งกันให้คนที่ล่าไม่ได้ วันหนึ่งตองสูล่าได้เนื้อเม่น ส่วนสะกอและโปไม่ได้อะไร ตองสูไม่ยอมแบ่งจึงถูกกะเหรี่ยงพวกอื่นว่าเป็นคนใจดำและแยกกันอยู่ตั้งแต่ นั้นมา



นอกจากนี้มีนิทานแบ่งพี่น้องออกเป็น 3 พวก คือ
 เดิมอยู่ที่เมืองทวาย ประเทศพม่ามีพี่น้องรวมกัน 3 พวก คือ กะเหรี่ยงเป็นพี่ใหญ่ กะหร่างเป็นน้องคนกลาง และตองสูเป็นน้องคนเล็ก พี่น้องทั้งสามนี้ได้สัญญาว่าจะรักใคร่เป็นพี่น้องกันตลอดไป ได้ของสิ่งใดมาก็จะแบ่งปันกัน ทั้งสามพี่น้องจึงอยู่ร่วมกันมาอย่างเป็นสุข
อยู่มาวันหนึ่งกะเหรี่ยงกับกะหร่างได้เม่น 1 ตัว จึงเอามาฆ่าแบ่งเนื้อกันที่ลำห้วย โดยไม่ได้แบ่งให้ตองสูน้องคนเล็กเพราะว่าเนื้อเม่นนั้นมีน้อย
 ต่อมาตองสูได้มาที่ลำห้วยพบขนเม่นที่ทิ้ง ไว้ก็รำพึงว่า "พี่เราทั้งสองคนได้เนื้ออะไรมาหนอ ไม่แบ่งให้เราบ้างเลย วัวกระทิงตัวใหญ่ขนยังเล็กนิดเดียว แต่ขนที่เห็นอยู่นี้ใหญ่กว่าขนกระทิงมาก ตัวก็คงใหญ่มากเช่นกัน"
 ตองสูคิดดังนั้นแล้วก็น้อยใจมากว่าพวกพี่ๆ ไม่รัก ไม่รักษาสัจจะวาจา อยู่ร่วมกันต่อไปคงจะไม่เป็นสุขแน่ จึงอพยพหนีพี่ทั้งสองไปโดยไม่บอกให้รู้ และไม่ให้เห็นร่องรอย ส่วนกะเหรี่ยงกับกะหร่างก็อยู่ร่วมกันเรื่อยมา แต่คนตองสูกลับเล่านิทานว่ากะเหรี่ยงโป กะเหรี่ยงสะกอ และตองสูทำสัญญากันว่า ใครไปล่าสัตว์ได้เนื้อมาแล้วจะต้องแบ่งกันให้คนที่ล่าไม่ได้ วันหนึ่งตองสูล่าได้เนื้อเม่น ส่วนสะกอและโปไม่ได้อะไร ตองสูไม่ยอมแบ่งจึงถูกกะเหรี่ยงพวกอื่นว่าเป็นคนใจดำและแยกกันอยู่ตั้งแต่ นั้นมา

นี่คือประวัติความเป็นมาของกะเหรี่ยงและกะหร่างตัดตอนมาเล่าสู่กันฟังเพียงเล็กน้อยก่อน...ลำดับต่อไปก็อย่างจะบอกเล่าถึงความผูกพันกะหร่างโป่งลึก-บางกลอยกับวัดวาอารามต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรี และกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบวชปฏิบัติธรรม หรือการบรรพชาอุปสมบทเทิดพระเกียรติต่าง ๆ โปรดติดตามตอนต่อไปครับ.....