บทสรุปของการขึ้นเขา ปีนป่ายเพื่อชมความงามของธรรมชาติด้วยเท้าเปล่า

ได้รสชาติของการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสก้อนหิน

ดิน กรวด หญ้า กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง  หนาม และอากาศอันบริสุทธิ์

ไม่เคยคิดว่าจะปีนเขาโดยปราศจากรองเท้า

ซึ่งค่อนข้างจะเสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลเล็กน้อยถึงใหญ่ได้

แต่ด้วยคนนำทางบอกว่าลุยเลย เดี๋ยวจะบอกวิธีให้ว่าจะเดินขึ้นเขา

ปีนป่ายอย่างไรถึงจะไม่ปวดขา ปวดน่อง ไม่เมื่อย

พอได้ยินว่าไม่เมื่อยฉันก็ลิงโลด

เริ่มด้วยการยืดเส้นยืดสายกล้ามเนื้อ และเอ็นก่อน

แล้วก้าวตามไปติดๆ เขาแนะว่าให้เดินซิกแซกขึ้นอย่าเดินหรือปีนขึ้นไปตรงๆ

เพราะเราไม่ใช่นักไต่เขา ไม่มีอุปกรณ์ใดๆช่วย

ดังนั้น มือทั้งสองข้างต้องไม่มีเหงื่อ

หมายความว่าถ้าเหงื่ออกต้องเช็ดให้แห้ง

เพื่อเวลาจับอะไรจะได้ไม่ลื่นมือ

ใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ สมาธิตั้งมั่นในขณะที่ปีนป่าย

ขณะที่ไต่ขึ้นไปหากเหนื่อยให้หยุดพัก

แล้วสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆจนลมหายใจสงบ

ทำความรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกาย และสัมผัสที่เกิดขึ้น

 ทุกย่างก้าว เมื่อจะลงจากเขาที่เป็นทางโล่งๆ ให้เดินลงแบบซิกแซ็ก

ไปทางซ้าย และขวาสลับกัน เหมือนตอนขึ้นเข่า

หยุดซึมซับความงามของธรรมชาติเป็นระยะๆ

หากกระหายน้ำ ให้จิบเพียงเล็กน้อย

ถ้ามีมะขามป้อมก็อมไว้สัก1 ผล

ค่อยๆขบเบาๆ พอให้น้ำของมะขามออกมาทีละน้อยๆ

 จะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมา

ที่นี่เกาะทัพ 1ในหมู่เกาะปอดะค่ะ

ในการเดินทางไปทัศนศึกษาธรรมชาติที่จ.กระบี่ครั้งนี้

มีกิจกรรมบนรถหลายอย่าง เช่น

การเล่นเกม

การตอบคำถามชิงรางวัล

สำหรับการตอบคำถามชิงรางวัลนั้น

ท่านผอ.ไพรัตน์  จันทร์เสม

จะมีคำถามแปลกๆมาให้คณะครูและผู้ร่วมทางได้สนุก

กับการตอบคำถามทุกครั้ง ดังนั้นเมื่อไปถึงที่หมายแต่ละที่

จะเห็นท่านผอ.ไพรัตน์  จันทร์เสม

หามุมสงบ นั่งบันทึกการเดินทาง และความรู้ และทุกครั้งที่กลับขึ้นมาบนรถ

คณะเดินทางจะได้รับฟังคำถามที่มีสาระ และสนุกทุกครั้งค่ะ

มุมมองวิวจากข้างบนของเกาะทัพ

(เกาะทัพ เป็นเกาะเล็กๆ มีหาดทรายเฉพาะด้านใต้ ยามน้ำลด หาดทรายทางด้านใต้นี้ จะเชื่อมต่อกับแนวสันทรายของเกาะปอดะนอก กลายเป็นสะพานธรรมชาติยาวประมาณ 200 เมตร )

เราสามารถมองเห็นผู้คนกำลังเดินเล่นตามสันทราย

ที่เชื่อมเกาะทั้งสาม คือเกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ ก่อนที่น้ำทะเลจะขึ้น

เป็นที่มาของทะเลแหวกค่ะ

บนภูเขาที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเล เราจะพบเห็นสภาพอย่างภาพข้างบนนี้

 

ถ้ามาเที่ยวหน้าฝน เราคงไม่มีโอกาสเห็นดอกไม้ในภาพนี้เบ่งบานเต็มต้นนะคะ

วันนี้ร่วงหล่นลงมาต้อนรับคณะของครูต้อย แหงนขึ้นไปดู โถ... มีเพียงดอกเดียว!

ดอกอะไรเอ่ย ใครทราบบ้าง

ผิวดินบนภูเขาที่ถูกลม และน้ำทะเลซัดจนเห็นรากไม้ใหญ่โผล่ขึ้นมา

ก่อนหน่าสึนามิเกิดที่นี่อุดมสมบรูณ์

และเป็นป่าที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่หนาทึบ

ต่างกับวันนี้ที่โล่งเตียนมองมุมไหนก็เห็นทะเลรอบๆเกาะค่ะ

อีกมุมหนึ่งของทิวทัศน์รอบๆเกาะ

และอีกไม่นานผืนทรายขาวสะอาดจะถูกทะเลกลืนหายไป

รอเวลาน้ำลงอีกครั้งจึงจะได้เห็นแสงตะวัน

แล้วจะบันทึกเรื่องราวของเส้นทางทัศนศึกษา บ่อมรกตทำไมจึงเขียว

แต่บ่อน้ำผุดกลับสวยซึ้งตรึงใจกว่า

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

และที่เข้ามาลปรร.ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

http://www.tourkrabi.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=464637&Ntype=9