โรคลมชักไม่ใช่แค่ลมบ้าหมู

             บันทึกฉบับนี้ดิฉันตั้งใจเขียน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ที่ได้ไปทำกลุ่มประคับประคองในผู้ที่เป็นโรคลมชัก ที่ห้องตรวจโรคลมชัก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่ดิฉันปฏิบัติงานอยู่  โดยต้องขอบพระคุณ รศ.ดร.กฤติยา แสงเจริญ อาจารย์ของดิฉันที่ให้โอกาสได้ไปฝึกปรือการทำกลุ่มประคับประคอง ซึ่งอาจารย์ท่านได้ทำงานบริการสังคมในจุดนี้มาได้พักใหญ่แล้ว ซึ่งดิฉันได้รับประสบการณ์และความรู้ต่างๆจากท่าน และได้เรียนรู้จากผู้ที่เป็นโรคลมชักก็มาก ซึ่งแน่นอนว่ามันมีประโยชน์กับการทำกลุ่มของดิฉัน และผลสะท้อนจากผู้ที่เป็นโรคลมชักเองที่ได้แลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ต่างๆมากมาย ที่ดิฉันจะทยอยนำมาลงในบันทึกนี้ต่อไปค่ะ

               ก่อนอื่นเรามารู้จักโรคนี้ก่อนดีกว่าค่ะ โรคลมชักหรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “ลมบ้าหมู” ซึ่งในทางการแพทย์กล่าวว่าโรคลมชักเกิดจากกระแสไฟฟ้าในสมองมีจุดกำเนิดที่ผิดปกติและกระจายไปทั่วเนื้อสมองทำให้เกิดอาการ ซึ่งส่วนมากจะมีอาการชักกระตุกทั้งตัว บางคนก็จะมีอาการเหม่อลอยไม่รู้สึกตัวในช่วงสั้นๆซึ่งสาเหตุการเกิดโรคอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กลุ่มเด็ก อาจเกิดจากสมองขาดออกซิเจนขณะคลอด สมองติดเชื้อ ไข้สูง กรรมพันธุ์ สำหรับกลุ่มวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ อาจจะเกิดจากสมองได้รับการกระทบกระเทือน เนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดในสมอง ภาวะตับวาย ไตวาย โรคสุราเรื้อรัง เป็นต้น โรคลมชักเป็นกลุ่มอาการโรคทางสมองที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆโดยมีอัตราการเกิด 1% ของประชากรทั่วไป จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก คาดว่ามีกว่า 50 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นโรคนี้