สวัสดีครับเพื่อน ๆ หนีห่าว ๆ ช่วงนี้ยังคงมีเรื่องเล่าจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่อยู่นะครับ วันนี้จะพาไปชมวิวทิวทัศน์ทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้กันเลย
แต่วันนี้อากาศปิดมีทั้งฝนทั้งลมทั้งหมอกเมฆปกคลุมดูเศร้า ๆ ทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้เลยครับ
นี่คือหอชมวิวไข่มุกมีเสาทีวีบนยอดสุด...มองทั่วเมืองเซี่ยงไฮ้...
ชะเง้อมองลงมาเห็นสายแม่น้ำหวงผู่...
ทำอย่างไรได้ละเรามีเวลาต่อแถวซื้อตั๋ว 50 หยวนเพื่อเข้าชมวิวแล้ว เขาเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00 น. มีทัวร์เข้ามาไม่ขาดสายอย่างวันนี้เจอทัวร์มาจากเมืองไทย 3 กลุ่มเลย เอาเงินมาให้เมืองจีนสบาย ๆ เพราะเมืองไทยอยู่แล้วอารมณ์ไม่โสภาเอาเลยช่วงนี้...
เห็นอากาศแล้วหนาวไหมครับ...ประมาณ 10 องศา..เศร้า ๆ มีหมอก..ฝน...ลมแรง...เย็น ๆ ...อิ อิ อิ
เมืองเซี่ยงไฮ้เหมือนเมืองคนไทยพูดภาษาไทย พวกร้านค้าขายจะพูดภาษาไทยกันได้หมดแล้ว ช๊อปปิ้งเก่งจังนะคนไทยนี่ยูมิด้วย...อิ อิ อิ
ภายในชมภาพสวยจากฝีมือคนโบราณอย่างหลังยูมินี้ก็เป็นภาพปิรามิดอันใหญ่โต...
เราไปตรงไหนละ...ตรงไหนละก็ตรงหอชมวิวไข่มุกที่สูงเป็นอันดับ 1 ใน 3 ของโลกไงละทีวี ที่ว่าทีวีเพราะมีเสาทีวีอยู่บนหอนี้มากกว่า 9 ช่อง และสถานีวิทยุอีก 10 กว่าแห่ง ภายในยังมีที่ดึงดูดเงินนักท่องเที่ยวอีกเพียบมีโรงแรมหรู 25 ห้อง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำหวงผู่ที่ผ่ากลางเมืองเซี่ยงไฮ้เทียบได้กับแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพ ฯ นั้นละ
หอนี้เป็นไข่มุกทางทะเลฝั่งตะวันออกที่ใหญ่ที่สุด มีความสูงถึง 468 เมตรถือเป็นตัวแทนไข่มุกทั้งปวง มีผู้เล่าให้ฟังว่า...เก็บมุมคิดมาจากพระนางซูสีไทเฮาอมไข่มุก 1 เม็ดคาปากตายเลยเป็นปริศนานี้คือ ( Oriental Pearl TV Tower ) ยูมิถ่ายรูปด้วยกล้องเล็ก ๆ ได้เท่านี้ละ...
สวัสดีค่ะ อจ.ยูมิ
จริง ๆ แล้วตามโปรมแกรมที่หอไข่มุก จะมีชมหุ้นขี้ผึ้งด้วยนะค่ะ แต่ เรา ๆ ไม่สนใจกัน
เคยชมหอไข่มุกมาแล้วค่ะ แต่ในช่วงค่ำ ๆ ซึ่งค่าตั๋วจะแพงกว่าชมกลางวัน กลางคืนจะเปิดไฟตามตึกสูง ๆ สวยงามมาก
รัฐบาลจะเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าเหล่านี้ กลางแม่น้ำจะมีเรือที่ตกแต่งสวยงาม ลอยลำอยู่ไปมาค่ะ ผู้คนจะเยอะ ตื่นตาตื่นใจกว่านี้มากกกก
มลฤดี คนลำปางหนา
หนึ่งในกรุ๊ปทัวร์ค่ะ
พระราชวังต้องห้าม มีห้องสนม 333 ห้อง และสนม 1 คนจะมีข้ารับใช้ 2 คน ห้องรวมห้องนอนทั้งหมด 999 ห้องในพระราชวังต้องห้าม เวลาฮ่องเต้จะเสด็จไปหาสนมคนไหน ขันทีจะเอาโคมแดงไปปักหน้าห้องคนนั้น หากหมดเวลาฮ่องเต้ยังไม่เสด็จออกจากห้องสนม ขันทีที่ยืนเฝ้าระวังอยู่หน้าห้อง จะกระเอมเบา ๆ ให้ฮ่องรู้ตัว ........เหนื่อยแทนฮ่องเต้ จัง กว่าจะเวียนครบ 999 ห้อง ...อิอิ
กษัตริย์องค์สุดท้ายของพระราชวงศ์จีนก่อนที่จะมาเป็นคอมมิวนิสต์คือ ปูยี เมื่อคอมมิวนิสต์ยึคอำนาจ ได้บังคับให้พระองค์เป็นคนงานทำความสะอาดบริเวณลานพิธีที่โล่ง ๆ ในพระราชวังต้องห้าม บุคลิกท่านเป็นคนเงียบขรึม ไม่พูด ไม่ขัดขืน แต่ทนงตน ก่อนฮ่องเต้ปูยีสิ้นพระชนม์ รัฐบาลจีนโดยพรรคคอมมิวนิสต์อนุญาตให้ฝรั่งไปสัมภาษณ์พระองค์และเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์จีน นำไปสร้างภาพยนตร์ชื่อ"ปูยีจักรพรรดิที่โลกลืม" นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของโลก ที่จีนแหวกม่านไม้ไผ่ให้คนทั่้วโลกได้รับรู้อนาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลของประเทศจึน .........มังกรได้ตื่นจากหลับไหล ประเทศจีนพัฒนาอย่างรวดเร็ว และก้าวย่างอย่างมั่นคง ด้วยเพราะนิสัยคนจีนที่ ขยัน ประหยัด ฉลาด โดยเฉพาะเรื่องค้าขาย .............สิ่งที่เป็นผลงานเชิงประจักษ์ประกาศศักยภาพของจีนได้เป็นอย่างดีคือเป็น เจ้าภาพโอลิมปิกครั้งที่ผ่านมา ด้วยพิธีที่ยิ่งใหญ่ตระการตา จนชาติตะวันตกต้องตกตะลึง มหัศจรรย์ใจในความคิดที่แฝงด้วยปัชญาและคติธรรมของ "ชาติตะวัันออก"
สวัสดีครับ คุณมลฤดี คนลำปางหนา
วาว ๆ หากันจนเจอนะครับนี่...อิ อิ อิ
ไงหายเหนื่อยแล้วรึยังละครับ
รูปที่ฟากมาได้รับแล้วนะครับผม
เซี่ย ๆ
สวัสดีครับ คุณนิภารัตน์
วาว ๆ เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ได้ด้วยนะครับนี่...
ชื่นชม ๆ
เซี่ย ๆ
คนจีนจะนับถือบรรพบุรุษและสอนลูกหลานให้กตัญญูต่อบรรพบุรุษ ช่วงนี้ ประมาณสิ้นเดือนมีนาคม ถึง 5 เมษายน ของทุกปีเป็นวันเช้งเม้ง ที่ลูกหลานชาวจีนจะกลับบ้านเกิดเพื่อรวมญาติและเซ่นไหว้วิญญานบรรพบุรุษ โดยมีเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ส่วนตัว ที่ทำด้วยกระดาษ กระดาษเงินกระดาษทอง ใบเบิกทาง ขนมถ้วยฟู ขนมถั่ว ผลไม้ต่าง ๆ อาหารคาวหวาน เหล้า น้ำชา ฯลฯ
การวางของไหว้จะวางเป็นจุด ๆ จุดแรกคือไหว้เจ้าที่ ประกอบไปด้วย ใบเบิกทางและกระดาษเงินทอง เป็ด หมู ไก่ เหล้า น้ำชา จุดธูปไหว้ขออนุญาตเจ้าที่เพื่อเชิญดวงวิญญานบรรพบุรุษ
จุดที่สองคือ บริเวณหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่จะปักธงสีต่าง ๆ สายรุ้งที่บรรดาลูกหลานตัวเล็ก ๆ จะช่วยกันปักและประดับประดาหลุมฝังศพอาม่า อาก๋ง ให้สวยงาน การวางเครื่องเซ่นไหว้ จะวางของคาวไว้ใกล้ป้ายชื่อ ถัดมาเป็นของหวาน ผลไม้และขนม เหล้าและตามด้วยน้ำชา ส่วนกระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้จะวางไว้ด้านข้าง ๆ
พิธีการไหว้ จะต้องให้ผู้มีลำดับญาติสูงสุดไหว้ก่อน คือถ้าพ่อหรือแม่ยังอยู่จะต้องไหว้เป็นคนแรก หรือทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตแล้ว จะต้องให้ตั่วเฮีย หรือพี่ชายคนโตไหว้เป็นคนแรก ตามด้วยตั๋วซ้อหรือพี่สะใภ้คนโต ต่อจากนั้นจะเป็นลูกหลานตามลำดับชั้่น (พิธีไหว้ตรงนี้คนจีนจะเคร่งครัดการลำดับญาติมาก เป็นปรัชชญา สอนลูกหลานให้เคารพญาติผู้อาวุโส และนับถือญาติผู้ใหญ่อย่างจริงจัง)
เมื่อไหว้ครบทุกคน ลูกหลานจะนั่งคุยกันรอบ ๆ หลุมฝังศพ รอให้ธูปหมดดอก ตั่วเฮียจะนำกระดาษไปเผา โดยเริ่มจากการเผาใบเบิกทางเพื่อสื่อสารนำทางให้บรรพบุรุษมารับของเซ่นไหว้จากลูกหลานได้ถูกทาง จากนั้นลูกหลานจะเผาสิ่งอื่น ๆ ตามไป และจุดประทัดประกาศให้เทพยดาฟ้าดินได้รับรู้ว่า ลูกหลานสกุลนี้มีความกตัญญูรู้คุณได้กับมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้ว
เผากระดาษเสร็จเรียบร้อย ลูกหลานจะล้อมวงกินข้าวกัน เป็นอาหารที่เหลือจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษนั่นแหล่ะ ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่า กินของเซ่นไหว้บรรพบุรุษจะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า ค้าขายร่ำรวย ลูกหลานกตัญญูรุ้คุณ เป็นการสอนลูกหลานโดยใช้วิธีประพฤติปฎิบัติให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อกันมา แทนที่จะเป็นการสอนด้วยปากเปล่า
โม้มาชะนาน หนูเอามะพร้าวมาขายสอนท่าน ดร.Umi หรือเปล่าค่ะนี่
สวัสดีครับ หนีเห่า ๆ คุณนิภารัตน์
วาว ๆ เป็นข้อมูลนำไปสอนต่อในเรื่องพิธีกรรมนี้ได้เลยนะครับ
ชื่นชม ๆ
เซี่ย ๆ
เหินเห๊ามะ ค่ะท่านอาจารย์หล่อใหญ่ ไปแป๊บนึงได้มาหลายคำเลยนะคะ ;)
พูดถึงพิธีกรรม เชงเม้ง วันนี้ที่บ้านมีไหว้ก๋ง ค่ะ เมื่อวานไปตกแต่งฮวงซุ้ย ค่ะ
อี๋บอกตั้งแต่เล็กๆ ค่ะว่า กินข้าวจากตักบาตรตอนเช้า หรือ กินของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือของไหว้พระจีน ก็จะเป็นมงคล ค่ะ
สุขสันต์เทศกาลปีใหม่ไทย ปีนี้ท่านอาจารย์หล่อใหญ่และครอบครัวมีแผนไปไหนเอ่ยคะ
สวัสดีครับ คุณpoo
วาว ๆ เป็นข้อมูลดีจัง...
เคยไปเชงเม้งบ่อยตอนอยู่เมืองกรุง ออกไปทางนครปฐมไปอยู่กลางท้องทุ่งนาไร่อากาศดีในเดือนเมษา...และฉลองด้วยข้าวเหนียวมะม่วง...อิ อิ อิ
ปีใหม่ไทยจะไปที่บ้าน อ. หัวไทร จ. นครศรีธรรมราช ครับผม
เซี่ย ๆ