คนจีนจะนับถือบรรพบุรุษและสอนลูกหลานให้กตัญญูต่อบรรพบุรุษ ช่วงนี้ ประมาณสิ้นเดือนมีนาคม ถึง 5 เมษายน ของทุกปีเป็นวันเช้งเม้ง ที่ลูกหลานชาวจีนจะกลับบ้านเกิดเพื่อรวมญาติและเซ่นไหว้วิญญานบรรพบุรุษ โดยมีเครื่องเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย เสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ส่วนตัว ที่ทำด้วยกระดาษ กระดาษเงินกระดาษทอง ใบเบิกทาง ขนมถ้วยฟู ขนมถั่ว ผลไม้ต่าง ๆ อาหารคาวหวาน เหล้า น้ำชา ฯลฯ
การวางของไหว้จะวางเป็นจุด ๆ จุดแรกคือไหว้เจ้าที่ ประกอบไปด้วย ใบเบิกทางและกระดาษเงินทอง เป็ด หมู ไก่ เหล้า น้ำชา จุดธูปไหว้ขออนุญาตเจ้าที่เพื่อเชิญดวงวิญญานบรรพบุรุษ
จุดที่สองคือ บริเวณหลุมฝังศพบรรพบุรุษที่จะปักธงสีต่าง ๆ สายรุ้งที่บรรดาลูกหลานตัวเล็ก ๆ จะช่วยกันปักและประดับประดาหลุมฝังศพอาม่า อาก๋ง ให้สวยงาน การวางเครื่องเซ่นไหว้ จะวางของคาวไว้ใกล้ป้ายชื่อ ถัดมาเป็นของหวาน ผลไม้และขนม เหล้าและตามด้วยน้ำชา ส่วนกระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้จะวางไว้ด้านข้าง ๆ
พิธีการไหว้ จะต้องให้ผู้มีลำดับญาติสูงสุดไหว้ก่อน คือถ้าพ่อหรือแม่ยังอยู่จะต้องไหว้เป็นคนแรก หรือทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตแล้ว จะต้องให้ตั่วเฮีย หรือพี่ชายคนโตไหว้เป็นคนแรก ตามด้วยตั๋วซ้อหรือพี่สะใภ้คนโต ต่อจากนั้นจะเป็นลูกหลานตามลำดับชั้่น (พิธีไหว้ตรงนี้คนจีนจะเคร่งครัดการลำดับญาติมาก เป็นปรัชชญา สอนลูกหลานให้เคารพญาติผู้อาวุโส และนับถือญาติผู้ใหญ่อย่างจริงจัง)
เมื่อไหว้ครบทุกคน ลูกหลานจะนั่งคุยกันรอบ ๆ หลุมฝังศพ รอให้ธูปหมดดอก ตั่วเฮียจะนำกระดาษไปเผา โดยเริ่มจากการเผาใบเบิกทางเพื่อสื่อสารนำทางให้บรรพบุรุษมารับของเซ่นไหว้จากลูกหลานได้ถูกทาง จากนั้นลูกหลานจะเผาสิ่งอื่น ๆ ตามไป และจุดประทัดประกาศให้เทพยดาฟ้าดินได้รับรู้ว่า ลูกหลานสกุลนี้มีความกตัญญูรู้คุณได้กับมาเซ่นไหว้บรรพบุรุษแล้ว
เผากระดาษเสร็จเรียบร้อย ลูกหลานจะล้อมวงกินข้าวกัน เป็นอาหารที่เหลือจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษนั่นแหล่ะ ซึ่งคนจีนมีความเชื่อว่า กินของเซ่นไหว้บรรพบุรุษจะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า ค้าขายร่ำรวย ลูกหลานกตัญญูรุ้คุณ เป็นการสอนลูกหลานโดยใช้วิธีประพฤติปฎิบัติให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อกันมา แทนที่จะเป็นการสอนด้วยปากเปล่า
โม้มาชะนาน หนูเอามะพร้าวมาขายสอนท่าน ดร.Umi หรือเปล่าค่ะนี่