อยากจะเข้ามาเขียนบันทึกใจจะขาดครับ แต่สองสามสัปดาห์มานี่ความเหนื่อยล้ากับงานมันสูงมากครับ เสร็จงานตอนเย็น เหมือนไม่อยากอ้าปากคุยกับใครเลยครับ ฮาฮา ที่สำคัญคือ เกิดอาการไม่อยากดื่มกาแฟขึ้นมาต่อเนื่องกันประมาณสักสามสัปดาห์ครับ อาการนี้แปลกใจตัวเองเหมือนกันครับว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังงัย (แต่ก็ดีครับ) ออ.อีกอาการหนึ่งที่น่าเป็นห่วงครับ คือ อยากใส่เสื้อยืดบ้าง ฮา ช่วงนี้เช้ามาก็เสื้อเชิ้ต ถึงบ้านก็เปลี่ยนเป็นชุดนอนเลย ไม่มีโอกาสไหนให้หยิบเสื้อยืดมาใส่เลย 

แว็บ! ไปดูปฏิทินมา (ในอีกหน้าต่างหนึ่ง) พบว่า ผมไม่ได้เล่าเรื่องงานของผมมาประมาณสองสัปดาห์แล้วมั๊งครับ (หรือว่าเกินกว่านั้น) เอาเป็นว่าขอเล่าเฉพาะไฮไลท์สำคัญๆ แล้วกันครับ

ต้นสัปดาห์นี้ เริ่มจากวันอาทิตย์ การประเมินภายใน ภาระกิจค้างปีสำหรับมหาวิทยาลัยก็เริ่มขึ้นครับ หลายคนค้อนผมเล็กๆ ว่า ผมเป็นคนทำให้การประเมินครั้งนี้มันช้า ฮือ อยากหัวเราะนิดๆ แล้วบอกว่า ฝีมือผมเองที่ทำให้ช้าไปสามเดือน (ไม่ถึงสักทีเดียวครับ) ส่วนอีกเก้าเดือนไม่รู้ฝีมือการบริหารของใคร ฮา ผลการประเมินหน่วยงานต่างๆ ผ่านมาครึ่งทางแล้วครับ อาการเสียวหลังวาบๆ เกิดขึ้นกับผมครับ แต่ก็ดีครับ เพราะผมบอกทีมงานไว้ว่า รอบนี้ของประธานกรรมการแบบเนี๊ยบๆ หน่อย มันทำให้ผมเห็นปัญหาชัดขึ้น ซึ่งนั่นมันจะทำให้การแก้ปัญหาในปี 52 ถูกทางขึ้น วันนี้ก็โดนท่านผู้ใหญ่ (รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร) ถามว่า ทำไมผลยังออกมาแบบนี้อีกละ ผมก็เรียนท่านไปว่า มันดีขึ้นมานิดหนึ่งครับ แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้า สิ่งสำคัญตอนนี้คือ การเพิ่มความรู้และทัศนคติของทีมงานครับ 

เป็นความบังเอิญอย่างหนึ่งครับที่หน่วยงานภายใต้การดูแลของผมทั้งสองหน่วยงานประเมินในวันเดียวกัน แล้วด้วยคณะกรรมการคนละชุดกัน และผมเองก็ยังไม่สำเร็จวิชาแยกร่าง ฮา เลยสับรางไม่ทันครับ จึงกล่าวต้อนรับและรายงานผลให้คณะกรรมการได้เพียงชุดเดียว แล้วก็เสนอทีมงานไว้ว่า ในช่วงเย็นอยากให้คณะกรรมการสองชุดนี้นำเสนอในเวทีเดียวกัน (ผมอยากฟังผลทั้งสองหน่วยงาน) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ครับ ผมเลยได้รับรายงานหนึ่งหน่วยงานกับอีกครึ่งหนึ่ง แต่คำแนะนำจากที่ได้ฟังคุ้มค่าและประเทืองปัญญาผมมากเลยครับ ขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน (ขออัลลอฮ์ตอบแทนความดีแด่ท่านด้วยครับ)

ออ. ก่อนเริ่มกระบวนการประเมินได้นั่งคุยนอกรอบกับ ผศ.อับดุลรอชีด เจ๊ะมะ ประธานประเมินฯ สบศ. เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนบัณฑิต อันนี้เรา (มอย.) มีปัญหากับนักศึกษาบางกลุ่มอยู่ครับ ท่านนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของ IIUM ครับ น่าสนใจมาก จดไว้ทุกเม็ด จะขอทำเป็นรายงานเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ม. ต่อไปครับ (อินชาอัลลอฮ์)

งานวันจันทร์ เช้าตรู่เ้ข้าไปสาขาวิชา เอาหลักสูตรที่รับผิดชอบร่างขึ้นสำหรับจัดอบรมผู้บริหาร รร. เอกชนสอนศาสนาอิสลามไปนั่งคุยกับหัวหน้าสาขาวิชา ปรับแก้เล็กน้อย แล้วก็บึ่งไป สำนักบริหารยุทธศาสตร์ ที่ 12 นำเสนอหลักสูตรนี้ต่อที่ประชุมครับ

(ผศ.ดร.คณิตา จาก มอ. และ รศ.ดร.สันติ จาก มร.ยะลา มาถึงห้องประชุมก่อนผมอีกครับ)

งานนี้แบ่งความรับผิดชอบกันสี่มหาวิทยาลัยในสามจังหวัดครับ มอ. มรย. มนร.และ มอย. แต่ทำสามหลักสูตรครับ มอย.ทำหลักสูตรเดียวกันกับ มนร. แต่ปรากฏวันนี้ ตัวแทนจาก มนร.ติดภาระกิจมาไม่ได้ การประชุมเริ่มจาก ของ มร.ยะลา นำเสนอหลักสูตรชั้นต้น จากนั้นก็ตามด้วย มอย. หลักสูตรชั้นกลาง แล้วก็ มอ. หลักสูตรชั้นสูง แล้วประธานในที่ประชุมก็เปิดให้แสดงความคิดเห็นว่า หลักสูตรมันสอดคล้องกันหรือเปล่า ผมเลยต้องแย้งว่า เหมือนกับนั่งทำหลักสูตรพร้อมกันเลย แหม่ ลงตัวดีเหลือเกิน แต่ความจริงไม่เห็นจำเป็นต้องสอดคล้องกันเลย ก็ที่คุยไว้จากการประชุมครั้งก่อน ไม่ได้หมายความว่า ต้องผ่านชั้นต้นก่อนแล้วมาเรียนชั้นกลาง ประธานตอบว่า เฉพาะปีนี้เป็นอย่างนั้น แต่ปีต่อไปไม่ใช่ อือ น่าคิดครับ ต่อไปข้างหน้า ผู้บริหารที่ดีต้องผ่านการอบรมจากสามสถาบัน ฮา

(อีกฝั่งหนึ่งที่ต้องประจันหน้ากัน ฮิฮิ)

เสร็จจากประชุม ตั้งใจจะรีบกลับครับ เพราะมีนัดกับเพื่อนๆ ไว้ที่ปัตตานีครับ แต่กระบวนการเคลียร์ค่าเดินทางล่าช้านิดหนึ่ง เลยโดนชวนให้นั่งคุยในห้องทำงานต่อ งานนี้เลยลากยาว เพราะคุยกันในเรื่องการศึกษาในสามจังหวัด ผมว่า คนรับผิดชอบก็รู้ว่า ปัญหาคุณภาพการศึกษามันอยู่ตรงไหน แต่บังเอิญว่าปัญหาดังกล่าวมันอยู่ตรงข้ามกับความกลัวอะไรบางอย่างครับ การแก้ปัญหามันเลยพยายามจะเลี่ยงๆ  แก้อ้อมๆ ไปเรื่อยๆ 

(อาจารย์สาโรช ประธานที่ประชุมตัวจริงมาช้าหน่อย แต่ก็เคลียร์หลายข้อข้องใจได้หลายประเด็น)

สี่โมงนิดๆ ถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือ เปลี่ยนมาใส่เสื้อยืด แ้ล้วก็พาครอบครัวไปที่นัดหมายครับ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อน (ที่เป็นเจ้าภาพ) บอกว่า อร่อย แถมทานเสร็จแล้วเขาจะให้ต้นไม้กลับบ้านติดมือไปด้วย

เสร็จจากกินเลี้ยง เตาฟิกไม่ยอมกลับบ้านครับ บอกว่าจะไปเที่ยวบิ๊กซีก่อน ก็ต้องยอมครับ กลับบ้านเอาสามทุ่ม ขากลับก็เสียวหน่อยครับ เพราะเป็นคืนที่ทหารคุมเข้มตลอดเส้นทางปัตตานียะลาเลยครับ คิดว่า ทหารสักร้อยกว่าคนได้มั๊งครับที่ยืนเป็นกลุ่มๆ อยู่กลางถนน

ภารกิจวันอังคาร ไปเป็นวิทยากรอบรมอีบุ๊ครุ่นที่สี่ รุ่นสุดท้ายแล้ว ปกติจะเริ่มเก้าโมงเช้าครับ ผมก็ไปรอ แต่กว่าจะได้เริ่มจริงๆ ห้าโมงครับ เพราะเขาเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ทำให้กระทบกับเวลาอบรมของผม ฮือ ความจริงบอกก่อนก็จะดีมาก จะได้ไม่ต้องรีบไป ออ.แต่ไปถึงที่ศูนย์คอมฯ ก็ได้รับคำทักทายจากเจ้าหน้าที่ศูนย์คอมฯ เรื่องที่รอเก้อเมื่อครั้งที่แล้วครับ ผมรออยู่หนึ่งชั่วโมงแล้วกลับ ส่วนแม่บ้านกับเจ้าหน้าที่ศูนย์คอมฯ รอไปจนเที่ยงครับ จึงปิดศูนย์คอมฯ แล้วกลับ ฮา  (ภารกิจการเป็นวิทยากรนี้อยากจะเขียนเล่าในอีกบันทึกแยกต่างหากครับ)

ส่วนภารกิจวันนี้ทั้งวัน คือ การเข้าร่วมการสัมมนาหลังฝึกสอนของ ป.บัณฑิตครับ แต่ช่วงที่นักศึกษาแยกกลุ่มกันไประดมความคิดเห็น ผมก็ขอฉวยโอกาสนี้ประชุมอาจารย์ในสาขาวิชาครับ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับหลักสูตรอบรมผู้บริหาร รร. คุยลงลึกรายละเอียดเกี่ยวกับวิทยากรครับ สุดท้ายก็มีการปรับปรุงเนื้อหาอีกครั้งหนึ่ง แต่คิดว่าชัดเจนขึ้นแล้วครับ (ช่วงเช้าลืมชาร์ตแบ็ตของกล้องถ่ายรูปครับ เลยไม่ได้เก็บรูปเลย)

(ภาพนี้ เอาหน้าตาอาจารย์ ป.บัณฑิต เท่าที่เก็บภาพได้ทันมานำเสนอก่อนครับ)

เท่าที่ฟังจากความเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการฝึกประสบการณ์ ผมรู้สึกว่า เรามีความสำเร็จในการผลิตบัณฑิตอย่างชัดเจนในหลายๆ ข้อครับ เพียงแต่ในการฝึกประสบการณ์ บางอย่างสภาพโรงเรียนในปัจจุบันยังไม่เอื้อเท่านั้นเอง

(ภาพการนำเสนอผลการอภิปรายกลุ่มย่อยของนักศึกษาครับ)

พรุ่งนี้ประชุมตลอดวันครับ หวั่นๆ ใจนิดหน่อย เพราะฝากทีมงานให้เตรียมเอกสารประกอบการประชุมดีๆ หน่อย แต่ยังไม่ได้เข้าไปตรวจสอบว่า พร้อมแล้วยัง ก็ปัญหามันอยู่ที่ว่ายังไม่สำเร็จวิชาแยกร่างครับ ฮา ลุ้นเวลาประชุมเลยแล้วกัน ขอดุอาว่า ที่ให้เตรียมคงจะพร้อม 

ออ. ช่วงนี้มีคนหลายคนโทรมาคุย แต่เริ่มด้วยคำถามว่า อยู่ที่หาดไหน ฮา เพราะต่างก็เขาใจว่า ผมไปทำกิจกรรม (บวกพักร้อน) ร่วมกับทีมงาน สบศ.ครับ ฮือ ไปไม่ลง งานมันมีให้ทำทุกวัน ไม่กล้าออกไปไกลเกินห้าสิบ กม. จากมหาวิทยาลัย 

(ผมกำลังตอบคำถามท่านรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและคณบดีศิลปศาสตร์ฯ ว่าทำไมยังไม่ได้ดังเป้าที่ตั้งไว้)