กลับมาจากการเดินทางไปสัมมนาที่จังหวัดระยองแล้วค่ะ เอารูปมาฝากค่ะ
-
วันแรก บุคลากรสายสนับสนุน กว่า ๑๓๐ ชีวิต เดินทางด้วยรถยนต์บัสของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ๓ คัน ตั้งแต่เช้า วันที่ ๒๙ มีนาคม๒๕๕๓
-
ออกจากขอนแก่นประมาณ ๗ โมงกว่า แวะที่โคราชและกระบินทร์บุรีและปั๊มก่อนเข้าระยอง ถึงที่พักบ้านสังข์ รีสอร์ท เส้นทางก่อนจะไปแหลมแม่พิมประมาณ ๑๗ – ๑๘ กิโลเมตร อยู่เยื้องๆวัดพลงไสว ตอนเกือบๆ ๔ โมงเย็น
- ต้นจามจุรีริมทางต้นนี้สมบูรณ์ ฟอร์มสวยค่ะ

- ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเดินทาง เย็นย่ำ ๔ โมงกว่าถึงที่พักค่ะ
- ภาพหน้าทางเข้าที่พักค่ะ

ชายหาดของที่พัก มีเรือลำเล็กด้วย พอเดินเข้าไปใกล้เรือ ต่อไปจะเป็นเขตน้ำลึกค่ะ
วัดพลงไสว
ได้โอกาสเข้าไปถ่ายภาพในวัด แต่เสียดายที่เป็นตอนจวนจะค่ำ ภาพไม่ค่อยดีเลย
โบสถ์และศาลาเดิม
หลังคาศาลาสวยดี
ที่นี่อากาศดีค่ะ สังเกตุจากพืชที่อยู่บนต้นไม้นี้ค่ะ 
- แล้วกิจกรรมที่ขาดไม่ได้สำหรับชาวขอนแก่น คือ ส้มตำสามัคคี



- สิ่งที่ได้เกินความคาดหมาย คือ ได้ลงมือแสดงฝีมือการตำส้มตำได้อย่างทั่วถึง แล้วแต่ว่าจะชอบรสชาติแบบไหน
-
สิ่งต้องปรับปรุงสำหรับกิจกรรมนี้ คือ ครก เล็กไปหน่อย เพราะตำส้มตำ ให้ไม่ทันผู้หิวโหยจากแดนไกล นัยว่าไม่ได้รับส้มตำ จะไม่ไหวแล้ว อะไรอย่างนั้น
- ปีนี้ทีมสันทนาการเตรียมพร้อมมาสร้างรอยยิ้มได้ดีมาก เห็นไหมคะ ทั้งที่เดินทางไกลและเหนื่อย
รู้ไหมว่าแม้แต่เจ้าตัวนี้ก็ยังมีส่วนร่วมค่ะ - กิจกรรมที่สร้างความร่วมมือได้อย่างดี คือ กิจกรรมกระโดดเชือก เรียกจังหวะการเต้นของหัวใจได้ดีมากค่ะ

- นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเล่นห่วงยาง
วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓ แบ่งกลุ่มกันแล้วแต่ใครใคร่ร่วมไปกับใคร ดังนี้ค่ะ - กลุ่มนึงได้ไปออกกำลังกายที่เกาะทะลุ น้ำใสมากๆค่ะ แต่คลื่นแรง คนขับเรือขับเรือฝ่าคลื่น จนเสียงท้องเรือกระทบคลื่น เสียงดังค่ะ


นี่ค่ะ เกาะทะลุ (ยังงี้นี่เองที่เค้าเรียกเกาะทะลุ)
ต้นไม้ในเกาะด้านนึงค่ะ
นี่อีกด้านนึง มีชายหาดทรายสวยค่ะ
ชายหาดที่แวะจอดเรือค่ะ
ถึงแล้ว เรานำอาหารเที่ยงไปรับกันที่นั่นค่ะ
ภาพนี้รีบยกกล้องถ่ายภาพเพราะทุกครั้งที่คุ้นตากับหนุ่มคนนี้ คืองานหนักซ่อมแซมภายในคณะฯ เมื่อเห็นหนุ่มมาดเข้มกับชิงช้า เข้ากั๊น เข้ากัน จึงไม่รอช้าที่จะบันทึกไว้ค่ะ 
-
ไปถึงเกาะทะลุ ฝนตกค่ะ หลายคนเสียดายที่ไม่ได้ไปดำน้ำดูปะการัง แต่เราก็ได้ทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ใครเคยว่ายน้ำทะเลท่ามกลางสายฝนบ้าง สนุกมาก
- เล่นน้ำแล้วปรากฎว่าที่บนเกาะมีแต่น้ำเค็มให้อาบ เราจึงได้อาบน้ำฝนกันค่ะ
- ไปเดินบริเวณใกล้ๆ พบข้อความที่เขียนบอกนักท่องเที่ยวให้นำขยะกลับไปฝั่งด้วย ทุกคนร่วมมือหิ้วถุงขยะกลับด้วยอย่างไม่มีอิดออดค่ะ ทุกคนน่ารักมากค่ะ
- เมื่อฝนขาดสายจึงชวนกันกลับค่ะ
- อีกกลุ่มไปตลาดบ้านเพ เจอฝนเหมือนกัน บางส่วนจึงต้องหากิจกรรมบนรถแทนระหว่างฝนตก
- กลุ่มสุดท้าย ใฝ่ธรรมะค่ะ มัคคุเทศเป็นหญิงสาวสวยชาวระยอง พาขับรถไปวัด ๔ วัด เรียนรู้ธรรมะ และหาดทรายน้ำใส
- ตอนเย็น ไปเดินตลาดใกล้ที่พักมีปลาข้างเหลืองที่ชาวบ้านจับมาได้ค่ะ ปลาสดมากๆ ตาใสแจ๋วค่ะ


กลางคืนมีการแสดง นี่เป็นสาวๆนักแสดงและทีมพี่เลี้ยงจากโรงพยาบาลทันตกรรมค่ะ
คืนนั้น พระจันทร์เต็มดวง สวยมาก แสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำ
เพราะคืนนั้น จึงได้ความรู้จากการถ่ายภาพให้ได้ทั้งพระจันทร์ แสงจันทร์สะท้อนในน้ำ และบุคคล แบบเอื้อมจันทร์ด้วย - เราใช้เทคนิคการปิดแสงแฟล็ช ต้องนิ่งทั้งคนถ่ายภาพและนางแบบหลังกดชัตเตอร์แล้ว ค้างไว้ประมาณ 20 วินาที ค่ะ
- กว่าจะได้ภาพนี้ เล่นเอาเหนื่อยทั้งตากล้องและนายแบบค่ะ เพราะภาพไหวหลายรอบ ค่ะ
- เช้าวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ได้ไปเดินดูชาวบ้านรอบๆบริเวณที่พัก และถ่ายภาพบริเวณใกล้ๆ มีวิวภูเขา ที่มีต้นมะพร้าวด้วย(เหมือนภาพที่วาดตอนเด็กๆไหมคะ เสียดายไม่มีพระอาทิตย์)
- ขากลับที่พักเดินผ่านที่พักอีกแห่ง ชื่อ พัฒน์ลอร์ด เป็นที่พักเชิงนิเวศน์ พื้นที่ยังเป็นป่า ที่พักคล้ายๆอาศรม เดินไปได้หน่อย เห็นป้ายนี้ทำให้ต้องเดินย่ำเท้าเบาๆค่ะ

- และแล้วเช้าวันสุดท้ายก็ยังได้ตากฝนของจังหวัดระยองอีกรอบนึง ตอนแรกหยุดเดินหลบใต้ต้นไม้ แต่ฝนกลับหนักขึ้นอีก ในที่สุดจึงยอมฝ่าสายฝนกลับที่พัก
- การได้ไปสัมมนาอย่างนี้กันปีละครั้งได้รู้จักและรักสามัคคีกันเพิ่มขึ้น งานราบรื่นกันดีขึ้นค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาเที่ยวระยองด้วยคนค่ะ
ส้มตำน่าอร่อยนะคะ
อาหารที่ขาดไม่ได้ของชาวขอนแก่นค่ะ
ถ้าขาด อาจทำเอาเป็นโรคขาดสารอาหาร (ปลาร้า) ในกระแสเลือดได้ค่ะ
ขอบคุณภาพและข้อมูลที่พัก
พี่ใบบุญขอความกรุณา ถ้ามีภาพภายในห้องพัก
ขอได้ไหมคะ จะได้บรรยายได้ถูกต้องนะคะ