อากาศไม่ร้อนจัด  มีลมพัดเย็นสบาย ๆ เป็นครั้งคราวมาสองวันแล้ว  ที่สำคัญเมื่อใจไม่ร้อนก็ไม่เป็นปัญหากับความรู้สึกมากนัก  ได้รับหนังสือจากคุณ Phornphon หลายเล่ม  แบ่งไปให้เพื่อนครูและเด็ก ๆ อ่าน 


http://images.google.co.th/imglanding?q

             "จดหมายถึงสายน้ำ" เป็นหนังสือที่หยิบขึ้นมาอ่านสลับกับหนังสือธรรมะ  เป็นความรู้สึกที่วางไม่ลง  ตามนิสัยอันถาวรคือรีบอ่านไปเร็ว ๆ หนึ่งเที่ยวก่อน  และกลับมาอ่านอย่างช้า ๆ พร้อมกับคิดตามไปด้วย  เห็นว่าแทบทุกเรื่องน่าควรนำมาถ่ายทอดแลกเปลี่ยนกันต่อยอดทางความคิดในบล็อก 

           "เปลือก" เป็นเรื่องเล่าของพ่อสอนลูก  เกี่ยวกับการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าอันหมายถึงการเรียนจบ  ได้รู้แจ้งในอริยสัจสี่  คือทุกข์= ความไม่สบายกายไม่สบายใจ, สมุทัย = เหตุให้เกิดทุกข์, นิโรธ= ความดับทุกข์ และมรรค= หนทางดับทุกข์  จนนักวิทยาศาสตร์เอกของโลกอย่างอัลเบิร์ตไอสไตน์ถึงกับยกย่องว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด  เพราะสามารถอธิบายถึงที่มาที่ไปของปัญหาได้ 

           เคยเห็นคนนิยมนำผ้าสีไปผูกประดับไว้โดยรอบต้นโพธิ์  คิดว่าเพราะต้นโพธิ์เป็นต้นไม้อันเป็นที่ตรัสรู้ เพื่อน้อมนำใจให้เข้าถึงแก่นแท้  แต่โดยความเป็นจริงแล้วคนที่นำผ้าสีไปผูกส่วนใหญ่ประสงค์บนบานเพื่อขอเลขไปซื้อหวย ซึ่งเป็นอบายมุข  ห่างไกลคำสอนของพระพุทธเจ้า  การบูชาต้นโพธิ์ด้วยผ้าสีกลายเป็น "เปลือกหรือกระพี้"  ที่ขัดขวางเขาเหล่านั้นไม่ให้เข้าถึงหัวใจแห่งพุทธะ 

        เหตุผลทางวิทยาศาสตร์นั้น "ผลไม้ถ้าไม่มีเปลือก  เนื้อในมันก็อยู่ไม่ได้  แต่เรากินเปลือกนั้นไม่ได้  ต้องรู้จักแกะเปลือกออกไป เข้าถึงเนื้อในแห่งผลไม้  พระศาสนาก็เหมือนกันควรจะเข้าถึงหัวใจกันให้ได้

        ท่านพระพุทธทาสภิกขุแสดงธรรมเทศนาข้อนี้ไว้ชัดแจ้ง  เพื่อให้เราตระหนักว่า  ในโลกนี้มีสิ่งดี ๆ ที่ห่อหุ้มไว้ด้วยเปลือกมากมาย  อยู่ที่เราจักใช้ปัญญาแกะเปลือกนอกเพื่อเข้าให้ถึงเนื้อในได้หรือไม่  ดังมหาจุนทเถรคาถาบทที่ว่า "ปญญาย  อตถํ  ชานาติ = บุคคลจะรู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์ก็เพราะปัญญา"

       ขอขอบคุณ  คุณ Phornphon ที่มอบหนังสือให้ และขอขอบคุณคุณธีรภาพ  โลหิตกุล ผู้เขียนเรื่องนี้  ให้มีโอกาสได้อ่านเป็นการจุดประกายทางปัญญาให้เบิกบาน  และขอขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่เข้ามาแลกเปลี่ยนต่อยอดความคิด

 

http://images.google.co.th/imglanding?q