เพื่อให้ครูเปลี่ยนวิธีการสอนแบบเดิม ที่ยึดเนื้อหา เป็นมุ่งสอนคน เน้นความรู้ ความสามารถของครูเป็นหลัก ตลอดจนการให้ครูมีแผนในการพัฒนาการสอนให้มีศักยภาพ รวมถึงการยกระดับผู้บริหารสถานศึกษาด้วย

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยถึงโครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เมื่อเร็วๆ นี้

รมว.ศธ.กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณโครงการยกระดับคุณภาพครู   ทั้งระบบ ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ซึ่งเป็นงบประมาณพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา ตามนโยบายของ ศธ.ที่ต้องการพัฒนาสมรรถภาพของครู เพื่อให้ครูเปลี่ยนวิธีการสอนแบบเดิม ที่ยึดเนื้อหา เป็นมุ่งสอนคน เน้นความรู้ ความสามารถของครูเป็นหลัก ตลอดจนการให้ครูมีแผนในการพัฒนาการสอนให้มีศักยภาพ รวมถึงการยกระดับผู้บริหารสถานศึกษาด้วย

ศธ.ได้เสนอ ครม.เพื่อขออนุมัติงบประมาณปี ๒๕๕๓ แล้ว ซึ่งในเบื้องต้น ครม.อนุมัติไว้จำนวน ๑,๔๐๘,๑๔๖,๐๐๐ บาท และเนื่องจาก ศธ.ต้องดำเนินการจัดจ้างสถาบันอุดมศึกษา คือ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในการดำเนินการประเมินสมรรถนะครูและผู้บริหารสถานศึกษา จึงขออนุมัติงบประมาณจาก ครม. จำนวนประมาณ ๑๖๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท  และเพื่อพัฒนาครูและผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา ๒๕ สถาบัน ทั่วประเทศ อีกจำนวน ๑๓๘,๐๒๐,๓๙๐ บาท  โดยใช้วิธีกรณีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๒๖ (๒) สำหรับงบประมาณส่วนที่เหลือใช้วิธีปกติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

• โอนเงินให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการอบรมวิทยากรแกนนำ ครู และผู้บริหารที่ผ่านการประเมินกลุ่มสูง จำนวน ๙๖๖,๕๕๔,๔๒๐ บาท
• พัฒนาครูกลุ่มต้นและกลุ่มกลาง ด้วยระบบ
e-Training จำนวน ๓๒ หลักสูตร จำนวน ๔๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท
• พัฒนาบุคลากรใน สพฐ. เพื่อรองรับกระบวนการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง จำนวน ๑๘๓,๙๔๕,๕๘๐ บาท
• จัดทุน
Master Teacher เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทสาขาขาดแคลน จำนวน ๑,๐๐๐ ทุนๆ ละ ๕๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
• การกำกับ ติดตาม ประเมินผล จำนวน ๒,๑๙๒,๖๑๐ บาท

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า ทั้งหมดเป็นกระบวนการที่ สพฐ.ต้องดำเนินการ นอกจากให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ แล้ว สำนักงบประมาณยังได้มีข้อสังเกตให้ดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติการตามโครงการไทยเข้มแข็ง พ.ศ.๒๕๕๒ ด้วย.

อ้างอิงจาก http://www.moe.go.th/websm/2010/mar/092.html