งบประมาณเรียนฟรี ๑๕ ปี มีส่วนผลักดันให้คนเล็ก ๆ ได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาสู่โลกกว้าง ด้วยความสุข สดชื่น จริง ๆ แล้ว คนเล็ก ๆ ก็ได้ไปเที่ยวแบบนี้ทุกปี  แต่ปีนี้ดูเหมือนจะพิเศษกว่าปีก่อน ๆ  เพราะทุกคนมีความสุขกับการเดินทาง  ด้วยสะดวกสบายทั้งเรื่องของอาหารการกิน  พาหนะ  รถนำเที่ยวปรับอากาศชั้นหนึ่ง ๒ คัน ซึ่งเปิดโอกาสให้คนเล็ก ๆ ทุกคนได้สิทธิ์ในครั้งนี้  แม้ว่า คนเล็กบางคนต้องเป็นภาระให้กับคุณครู  เนื่องจากอาการเมารถ  มีการอาเจียนเกิดขึ้น  แต่ก็มิได้เป็นปัญหามากนัก เนื่องจากคุณครูทุกท่านเข้าใจดีถึงเรื่องของการดูแลคนเล็ก ๆ จึงได้ตระเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมสรรพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานนี้ผู้จัดการรายใหญ่ก็คือครูอิงจันทร์  เนื่องจากเป็นเจ้าของกิจกรรมเปิดโลกทัศน์  ซึ่งเป็นหนึ่งในหลาย ๆ กิจกรรมในโครงการ "รักการเรียนรู้" ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่า โครงการใดก็ตามถ้าครูอิงจันทร์เป็นผู้รับผิดชอบดูแลหล่ะก็  เป็นอันว่า  สบายใจไทยแลนด์  ผู้บริหารหลับตาได้อย่างสบาย เพราะครูอิงใช้สโลแกนว่า  "เฉลียว  ฉลาด  ฉลุย"  (5555+ ยืมมาจากหลานชายนายฟู) พูดจริง ๆ นะพี่น้อง ไม่ได้โม้  อิ...อิ..อิ....

          เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ  ล้อหมุนตอน ๗.๐๐  น. เนื่องจากครูอิงเป็นคนตรงเวลามาก งานนี้จึงมีคนเล็ก ๆ ตกรถ  ๔ คน  และคุณครูเฉียดฉิวตกรถ ๑ คน คนเล็กๆเหล่านี้จะต้องเรียนรู้ว่า การทำอะไรเป็นหมู่คณะ  จะต้องมีความรับผิดชอบและต้องตรงเวลา

           จุดหมายแรกคือมุ่งตรงไปยังวัดห้วยมงคล เพื่อบูชาหลวงพ่อทวด  ชมทุ่งทานตะวัน  และปางช้าง แต่ครูอิงไม่ค่อยได้บันทึกภาพมากนัก คือวิ่งตามคนเล็ก ๆ ไม่ทันหน่ะค่ะ ด้วยวัยเด็กทำให้คนเล็ก ๆ ซุกซนเดินได้ทั่ววัด  แต่ครูอิงเองถนัดที่จะนั่งพักชมธรรมชาติด้านหลังวัดมากกว่าค่ะ ขณะเดินทางต้องใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง  คนเล็ก ๆ ก็สนุกสนานด้วยการเล่นเกมต่าง ๆ บนรถ  และได้รับฟังการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ หลวงพ่อทวดดังนี้

สำหรับ"สมเด็จพะโคะ" หรือ "หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด" มีประวัติความเป็นมาว่า วันหนึ่งมีโจรสลัดแล่นเรือเลียบมาตามฝั่ง เห็นสมเด็จพะโคะเดินอยู่มีลักษณะแปลกกว่าคนทั้งหลาย จึงใคร่จะลองดี โจรจึงจอดเรือและจับสมเด็จพะโคะไป
       เมื่อเรือแล่นไปได้พักหนึ่ง ก็เกิดเหตุเรือแล่นต่อไม่ได้ ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ เรือต้องจอดอยู่เช่นนั้นหลายวัน จนน้ำจืดที่มีอยู่หมด โจรสลัดมีความเดือดร้อน สมเด็จพะโคะสงสาร จึงได้เอาเท้าข้างซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเล เกิดเป็นประกาย โชติช่วงและน้ำทะเลกลายเป็นน้ำจืด 
       โจรสลัดเกิดความเลื่อมใสศรัทธากราบไหว้ขอขมา และนำสมเด็จพะโคะขึ้นฝั่ง ตั้งแต่นั้นมาประชาชน จึงพากันไปกราบไหว้บูชากันเป็นจำนวนมาก

อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ค่ะ http://www.luangpohtuad.org/

       เมื่อถึงเวลานัดหมาย  คือ ๑๑.๐๐ น. คนเล็ก ๆ ทุกคนก็มาพร้อมกันที่รถ โดยมิต้องตามหา น่าชมเชยมาก  แต่บังเอิญว่า คณะของครูอิง และ ผอ. เกิดอยากถ่ายรูปร่วมกัน เลยทำให้คนเล็ก ๆ รออยู่บนรถ ประมาณสัก ๑๐ นาทีได้กระมัง คนเล็ก ๆ ก็ร่วมใจกันร้องเพลง "รอ ฉันรอเธออยู่ ....."  ประธานนักเรียนตะโกนดัง ๆ ว่า "พร้อมมั้ย  พร้อมมั๊ย .... คนเล็ก ๆ ก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "พร้อมแล้ว  พร้อมแล้ว  ตื่นเต้น  ตื่นเต้น"  พร้อมกับส่ายตะโพกดุ๊กดิ๊กไปมา

       จุดหมายก็คือสถานที่รับประทานอาหารกลางวันค่ะ  ซึ่งครูอิงก็ได้เลือกที่สวนสนประดิพัทธ์ค่ะ  ลองดูบรรยากาศการรับประทานอาหารกันนะคะ

 โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ  โลกทัศน์คนเล็ก ๆ (๒)  ป่าชายเลน สิรินาถ  สวยงามมากค่ะ