ในการออกภาคสนามแต่ละครั้ง สิ่งที่จะขาดเสียมิได้ ก็คือ สมุดภาคสนาม ที่มีการเรียบเรียงเนื้อหา และกิจกรรมการเรียนรู้มาอย่างดี ภายในเล่มจะประกอบไปด้วย ปกในกำหนดการ แผนที่ แผนผัง เนื้อหาความรู้ที่จำเป็น ภาพประกอบ โจทย์การเรียนรู้ พื้นที่สำหรับบันทึกความรู้ และทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำหนดให้ เป็นต้น
สมุดเล่มนี้จะช่วยให้ครูทุกคนมั่นใจได้ว่า หากผู้เรียนค่อยๆ ทำงานตามโจทย์ และบันทึกการเรียนรู้ได้ครบทุกสถานี พวกเขาจะได้รับทั้งประสบการณ์ ความรู้ และแรงบันดาลใจ จากการไปภาคสนามติดตัวกลับมาแน่ๆ เพราะสมุดภาคสนามจะเป็นคู่มือการเรียนรู้ที่ช่วยกำกับให้ผู้เรียนจดจ่ออยู่กับกิจกรรมมากมายที่ได้รับมอบหมายอยู่ตลอดเวลา
หลังจากที่อาหารมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหนำที่ร้านอาหารหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครผ่านไป ทุกคนรู้ได้เลยว่าเราจะไปเรียนรู้ที่ไหนกันต่อโดยไม่ต้องถาม เพราะในกำหนดการแสดงเอาไว้แล้วว่าสถานีต่อไป คือ ที่โบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า ชุมชนบนถนนตีทอง และวัดสุทัศน์เทพวรารามนั่นเอง แต่เสียงถามที่ได้ยินกลับเป็น “ตอนบ่ายเราจะได้มาที่มนต์นมสดกันไหมคะ”
การเรียนรู้ในภาคบ่ายจบลงด้วยดี ทุกคนยังมีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส และรอคอยว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจสุดท้ายของวันแล้ว เราจะไปดื่มนมสด และขนมปังปิ้งอร่อยๆ กัน
วันรุ่งขึ้น ตอนเช้าตรู่ก่อนออกเดินทางจากโรงเรียน คุณแม่ของปาล์มนำพวงมาลัยดอกไม้สดมาให้เด็กๆ หลายพวง เพื่อนำไปสักการะบูชาพระแก้วมรกต วันนี้เด็กทุกคนจึงนัดกันแต่งตัวสวยงาม เรียบร้อยเป็นพิเศษ ต่างจากเมื่อวานที่แต่งชุดกีฬาเพื่อความคล่องตัวในการเรียนรู้
ก่อนออกเดินทางท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม แล้วฝนก็ตกลงในขณะที่เรากำลังเดินสำรวจลำภูต้นสุดท้ายอยู่ที่ป้อมพระสุเมรุ ตรงถนนท่าพระอาทิตย์ แล้วฝนก็เทลงมาอีกตอนที่เราขึ้นไปชมเมืองกรุงเทพฯ อยูบนยอดเจดีย์ภูเขาทอง ตรงป้อมมหากาฬ ครูจึงใช้จังหวะที่รอฝนหยุดนี้เก็บงานบันทึกในสมุดภาคสนามให้เรียบร้อย
จากนั้นจึงเดินทางไปสังเกตชุมชนย่านสำเพ็งและพาหุรัด เพื่อให้เห็นความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของเมืองกรุงเทพฯ แล้วจึงพักรับประทานอาหารเที่ยงกันที่ท่าช้าง ก่อนจะเปิดการเรียนรู้ในภาคบ่ายด้วยการไปเรียนรู้กันที่ศาลหลักเมือง
จากนั้นก็เดินทางต่อไปที่พระบรมมหาราชวัง และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อสำรวมกายวาจาใจแล้ว เด็กๆ ก็หยิบพวงมาลัยที่เตรียมไว้ออกมากราบบูชาพระพร้อมกัน คนในพระอุโบสถไม่มากนัก ทำให้เราเห็นจิตรกรรมฝาผนังที่สวยสดงดงามได้อย่างชัดเจน
ออกจากพระอุโบสถมา คุณครูอ้อ – วนิดา ก็มารออยู่แล้ว กิจกรรมการเรียนรู้ต่อไปคือการเขียนบรรยายภาพความงามของจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ที่วาดอยู่ตลอดแนวพระระเบียง ในตอนที่แต่ละคนสนใจศึกษา ซึ่งเชื่อมโยงมาจากการเรียนรู้ในหน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทยที่เพิ่งเรียนจบไปไม่นาน
คุณครูอ้อมาสำรวจภาพ และตอนของเรื่อง พร้อมทั้งทำแผนผังเอาไว้แล้วว่าเรื่องของใครอยู่ผนังที่เท่าไหร่ เมื่อรู้ตำแหน่งของตนแล้ว ทุกคนก็เข้าประจำที่และไปเขียนบรรยายภาพที่เห็นให้ผู้ที่ไม่ได้มาได้เห็นภาพความประทับใจเดียวกันนี้ ผ่านการอ่านบทความสั้นๆที่พวกเขาเขียนขึ้นมาภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
เมื่อเสร็จจากฐานนี้แล้วก็พากันไปวาดตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์จักรี ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และซึมซับความงามของพระบรมมหาราชวังกันจดหมดเวลา
ครูกระเเต
ขอบคุณมากค่ะ..อย่าลืมพกกล้องถ่ายรูปด้วยนะคะ..จะได้เก็บภาพประกอบเนื้อหา..พี่ใหญ่ขาดมันไม่ได้เลย..เป็นเพื่อนคู่กายในการเดินทาง..
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่ และคุณครูกระแต
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม และแนะนำเรื่องภาพถ่ายนะคะ ...มีคุณครูที่ไปด้วยกันคอยถ่ายภาพให้อยู่เหมือนกันหละค่ะ แต่ใหม่นำภาพขึ้น blog ไม่เป็นหนะสิคะ ขอหาคนสอนก่อนนะคะ :)