วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
กับกิจกรรมอบรมพัฒนาจิตและปัจฉิมนิเทศ
โรงเรียนเชื้อจรูญวิทย์ ได้นำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 235 คนไปรับการอบรมพัฒนาจิตและปัจฉิมนิเทศที่วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ บ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี โดยได้รับความเมตตาจาก พระครูพระพุทธวราธิคุณ เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ และเป็นเจ้าคณะอำเภอนาตาล ได้บรรยายธรรม และนำปฏิบัติได้เป็นอย่างดี
ท่านพระครูได้ให้ความเมตตาต่อโรงเรียนเชื้อจรูญวิทย์มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนสร้างอาคารห้องสมุดอาคารพระพุทธวราธิคุณ การสนับสนุนทุนการศึกษาของนักเรียน การสนับสนุนการอบรมด้านคุณธรรมของโรงเรียน ท่านได้ดูแลข้าวปลาอาหาร สถานที่ เป็นอย่างดีตลอดมา
การอบรมพัฒนาจิตและปัจฉิมนิเทศ เป็นโครงการที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้นในทุกปีการศึกษา เพื่อเป็นการต่อยอดจาก กิจกรรมเด็กดีวีสตาร์ กิจกรรมมาฆบูชารำลึก ที่ทางโรงเรียนได้จัดไป แต่กิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดให้กับนักเรียนที่จบการศึกษาในปีการศึกษานี้ เป็นการเตรียมเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการเพาะบ่ม ประคบประหงม ให้น้ำ ให้อาหาร อย่างพิถีพิถันเพื่อที่จะให้ไปงอกเงย หยั่งราก และเจริญเติบโตในที่ๆเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นต้องการ เพื่อเป็นต้นกล้าที่งดงาม ออกดอก ออกผล แผ่กิ่งก้านใบ เป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาให้สัตว์น้อยใหญ่ได้พักพิงต่อไป
คนนี้ต้องอาบดีมั้ย.......ได้ข่าวว่าแสบนี่....อิอิอิ
เด็กนักเรียนบางส่วนในจำนวน 3 ระดับชั้นนี้ได้ผ่านการเข้าโครงการเด็กดีวี สตาร์มาแล้ว โดยพวกเขาได้ผ่านกิจกรรม ACTIVITY BASED LEARNING หรือกระบวนการศึกษาตามหลักวุฒิธรรม โดยเด็กเป็นศูนย์กลางในการฟื้นฟูศีลธรรมของชุมชนและคนรอบข้าง ล้วนเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม สาธารณะประโยชน์ ที่ปลูกฝังความเข้าใจถูกเกี่ยวกับโลกและชีวิต(สัมมาทิฎฐิ)เป็นกระบวนการที่แก้ไขปัญหาและพัฒนานิสัยอย่างยั่งยืน โดยรวมถึงการพัฒนาจิตใต้สำนึกด้วยกระบวนการพัฒนาจิต(สมาธิ)เหมาะกับวัยของเด็กๆ
บรรยากาศรอบวัดนั้นสวยงามมากเพราะติดกับแม่น้ำโขง หาดทรายสวย อากาศดีไร้มลพิษ เหมาะสำหรับการมาปฎิบัติธรรมมากๆค่ะ
เบื้องหลังเป็นแม่น้ำโขงและฝั่งลาว
เหตุที่ผูกพันธ์กับที่นี่.....
ประมาณปี 2543 ได้มีโอกาสมากราบพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อตามคำร่ำลือถึงบารมีของท่าน เมื่อมากราบครั้งแรกได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา เหมือนกับเคยมาที่นี่แล้วเหมือนกับเคยอยู่ที่นี่มาก่อน..แต่จำไม่ได้...รู้แต่เพียงว่าความรู้สึกผูกพันธ์กับที่นี่มากและมีความสุขที่ได้เดินตามหาดทรายสะอาดในเวลาเย็นๆ จึงไปมาหาสู่กับวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้ออย่างสม่ำเสมอ...แม้ระยะทางจะห่างกันพอสมควรกับร้อยเอ็ด ประกอบกับเลื่อมใสศรัทธาในวัติปฎิบัติของพระครูเจ้าอาวาส พระพุทธวราธิคุณ ท่านเป็นพระนักพัฒนา นอกจากท่านจะพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืนแล้ว ท่านยังพัฒนาวัดปากแซงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอีกด้วย โดยมีโรงเรียนเทคนิคพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่เปิดสอนหลายสาขาสำหรับนักเรียนที่ยากจน ...ฟรีทุกอย่าง(เหมือนโรงเรียนครูกระเเตเลยค่ะ)
เหตุที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต...
ดิฉันได้ไปขอบารมีพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อเมื่อตอนที่ตั้งครรภ์น้องเสือทองได้ 2 เดือน หลวงพ่อได้พาขอลูกของพ่อพระใหญ่..คือมีลูกสาว 3 คนแล้วคนที่ 4 อยากได้เป็นลูกชาย...เมื่อกลับมาถึงบ้านตกดึกคืนนั้นได้ฝันเห็น...ช้างตัวโตสีดำ งาขาวยาวโค้งสวยมาก ใบหูใหญ่ๆกระพือวาบๆ กำลังเดินเลียบที่ริมแม่น้ำโขง โดยมีพระเดินนำหน้าถือพานทองที่มีผ้าวางอยู่บนพาน...พระรูปนี้ไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อนจึงไม่คุ้นหน้าท่านในนิมิตรได้ถามพระท่านว่า..จะนำช้างไปไหนเจ้าคะ ท่านตอบกลับมาว่า..คุณโยมอาตมาจะพาช้างไปอาบน้ำโขงเสียก่อน เพราะช้างของพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อเชือกนี้จะไปเกิดแล้ว วันนี้มีคนมาขอแล้วล่ะ...แล้วดิฉันถามไปอีกว่า ..จะเกิดเป็นชายหรือหญิงล่ะเจ้าคะ...พระท่านตอบกลับมาว่า...ช้างพลายทองตัวนี้จะเกิดทั้งทีก็ต้องเป็นชายสิ..รอดูปานในที่ลับก็แล้วกัน...แล้วดิฉันก็สะดุ้งตื่น...ขนลุกซู่...ณ.คืนนั้นคิดเลยว่า..ลูกฉันต้องตัวดำ อ้วนเหมือนช้างเชือกนี้แน่นอนเลย
เป็นดั่งที่คิดไว้จริงๆค่ะน้องเสือทอง คลอดเกือบ 4 กิโลกรัม ...และมีปานตามที่พระท่านบอกในฝันด้วย...จะต้องพากลับบ้าน(วัดพระเจ้าใหญ่)ในเทศการงานไหว้ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ของทุกปี เมื่อไปถึงวัดเขาจะบอกว่า.."ถึงบ้านน้องแล้ว...น้องเสือได้กลับบ้านแล้ว"...จะพูดแบบนี้ตั้งแต่ขวบกว่าๆจนทุกวันนี้ 5 ขวบ หากไปถึงวัดก็จะพูดประโยคเดิม..เมื่อไปถึงวัดทีไรจะวิ่งไปกอดหลวงพ่อและชวนหลวงพ่อไปไหว้พ่อใหญ่(พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ)
น้องเสือทองกับหลวงพ่อ
พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดพระโต บ้านปากแซง

พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยอิฐผสมปูนขาว ขนาดหน้าตักกว้าง 2.90 เมตร สูง 4.36 เมตร มีอายุเก่าแก่ และเป็นที่เคารพนับถือ ของประชาชนไทยและลาว ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระโต บ้านปากแซง ต.พะลาน กิ่ง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมา
ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งได้เล่าสืบทอดกันมากล่าวว่า มีกษัตริย์สมัยขอมพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระยาแข้วเจ็ดถัน ได้เสด็จล่องเรือลงมาตามลำแม่น้ำโขงในฤดูฝน พอถึงบ้านปากแซงก็ค่ำลง จึงได้หยุดประทับแรม 1 คืน วันรุ่งขึ้น พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปยังหมู่บ้าน และได้พบกับเจ้ากวนของหมู่บ้านในสมัยนั้น พระยาแข้วเจ็ดถัน ได้ตรัสถามถึงประวัติของหมู่บ้าน เจ้ากวนได้เล่าให้ฟังว่า บ้านนี้มีหาดสวยงามกว้างใหญ่ ในฤดูแล้ง หาดทรายจะโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำ และหาดทรายแห่งนี้มีสิ่งอัศจรรย์อยู่คือ ถ้าปีใดหาดทรายโผล่ขึ้นเหนือผิวน้ำระหว่างหมู่บ้าน ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข เมื่อพระองค์ได้ทราบก็เกิดศรัทธาในใจว่า สักวันหนึ่งจะต้องย้อนกลับมาสร้างหมู่บ้านนี้ให้เป็นเมือง ในราว พ.ศ. 1154 พระองค์ ก็ได้เสด็จมา พร้อมด้วยข้าทาสบริวารเป็นจำนวนมาก เมื่อเสด็จมาถึง พระองค์จึงได้มอบให้เจ้าแสง (คงจะเป็นนายชั้นผู้ใหญ่) เป็นคนควบคุมการก่อสร้างพร้อมกันนี้ก็ได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นองค์หนึ่ง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณ พ.ศ. 1180 และขนานนามว่า พระอินทร์ใส่โฉม (ต่อมาเรียก พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ) เมื่อเจ้าแสงก็ถึงกรรมลง ชาวเมืองได้สร้างหอหลักเมืองขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ และขนานนามว่า หอแสง ต่อมาวัดแห่งนี้ก็ขาดคนบูรณะ และกลายเป็นวัดร้าง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายร้อยปี ควาญช้างในหมู่บ้านนี้ ได้ไปพบพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว และได้บอกบุญชาวบ้านร่วมกันบูรณะวัดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งและต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อวัดเป็น ?วัดพระโต?
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ คือหาดทรายแก่งหินในลำน้ำโขงบริเวณหน้าวัดพระโต ,แก่งกระเบาบ้านคันพะลน ,ชมภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ถ้ำตาลาวบ้านค้อโพนและภูถ้ำทอง บ้านค้อ ตำบลกองโพน
การเดินทางจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2050 ผ่านอ.ตระการพืชผล เลี้ยวขวาผ่านอ.นาตาล แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงเลขที่ 2112 ระยะทางรวมประมาณ 115 กิโลเมตรจากอุบลราชธานี
สงกรานต์นี้ไปใหว้หลวงพ่อองค์ตื้อพระพุทธรุปเก่าแก่ของเมืองอุบลราชธานีกันนะคะ...ที่วัดมีงานบุญด้วยค่ะ
ใบไผ่กับน้องเสือทองก็มากับคุณแม่
เบื้องหลังเป็นแม่น้ำโขงและมองเห็นฝั่งลาวค่ะ
ขอจบด้วยบางส่วนของบทเพลง สันติภาพของลูเช่-อะเด็นเต้..ค่ะ
" โลกนี้มีหลายชาติ หลายศาสนา หลายวัฒนธรรม
จงช่วยกันรักษาเพราะมันเป็นมรดกโลก
เข้าไปสู่ประเทศใดอย่าไปสร้างวัฒนธรรมใหม่ ในวัฒนธรรมเก่า
จะก่อให้เกิดความแปลกแยก แตกแยก และแตกความสามัคคี"
ด้วยรักและเชื่อมั่นค่ะ
ครูกระเเต
ขอบพระคุณพี่ใหญ่มากนะคะที่มาให้กำลังใจเป็นท่านแรกเลยค่ะ
ผมไม่ได้เข้ามานานยังคิดถึงครับ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่องเล่า
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมกัน
คุณค่าศาสนา เพราะศาสนามีคุณค่า ยินดี ยินดี
อย่าไปสร้างวัฒนธรรมใหม่ในวัฒนธรรมเก่า
บ้านเมืองเราคือเมืองพุทธบริสุทธิ์สง่าศรี
มรดกไทยมรดกโลกยกย่องบอกว่าดี
ไทยเรานี้ควรภาคภูมิใจศาสน์ไทยงาม
สวัสดีค่ะคุณธนิตย์
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมกิจกรรมค่ะ โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ม.6 ค่ะคุณครูเกือบ40คนค่ะ นักเรียนหลายช่วงชั้นก็ยุ่งพอสมควรค่ะในภาพน้องใบไผ่บอกว่าอยู่ที่วัดตื่นเช้ามากเลยง่วงค่ะ...ขอบคุณที่มาให้กำลังใจนะคะ
สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน
ขอบคุณค่ะที่ยังไม่ลืม...
สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา
ขอบคุณมากนะคะที่มาแวะอ่านเรื่องเล่าและให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีค่ะคุณโมไนย
ขอบคุณค่ะที่เข้ามาแวะอ่านบันทึกนี้ค่ะ
ขอบพระคุณ อ.วิโรจน์ที่มาเยือน
เปรียบเสมือนกำลังใจให้สร้างสรรค์
สร้างสรรค์ชาติ ศาสนา วัฒนธรรม
มีค่าล้ำค้ำชูชาติประกาศไทย
สวัสดีค่ะคุณสุเทพ
ได้อ่านเรื่องราวดีๆ
น่าสนในมากค่ะ เคยไปอุบลฯครั้งเดียว ปี 34
เป็นจังหวัดที่กว้างขวางจนไปไม่หมดนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครู ป.1
ขอบคุณมากค่ะที่แวะมาช่วงเช้า หากมีเวลาช่วงสงกรานต์เรียนเชิญไปเที่ยวและไปทำบุญที่วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อนะคะ
มาชม
ยังไม่เคยไปวัดนี้...
เห็นภาพกิจกรรมทำดีมีสาระน่าสนใจนะครับผม...
สวัสดีค่ะท่าน อ.ดร.ยูมิ
หากมีโอกาสไปทางอิสาน...
เรียนเชิญแวะนมัสการพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครู
หนูเห็นคุณครูไปทักทายในบันทึกของคุณครูคิมบ่อย ๆ
วันนี้หนูมาอ่านบันทึกและชมภาพของคุณครู พี่ๆ และนักเรียนมีโอกาสได้ฝึกกิจกรรมที่สร้างสรรค์นะคะ
วันนี้หนูอยู่บ้านได้เขียนบันทึกใหม่ และกำลังคัดลอกจากสมุดหลายบันทึกค่ะ
คุณครูไปอ่านบันทึกของหนูด้วยนะคะ
http://gotoknow.org/blog/wittayasamphan/347221
พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ น่าเลื่อมใสจริงๆ ค่ะ ดูซิผลผลิต (น้องไผ่) เป็นดั่งความฝัน จ้ำม่ำเลย
ชอบจังบรรยากาศ ริมฝั่งโขง มองเห็นดินแดนลาว น่าจะสดชื่นเย็นสบายนะคะ
การปัจฉิมนิเทศและมีการรอบรมพัฒนาจิต เป็นกิจกรรมที่ดีมากค่ะ
ที่โรงเรียนครูใจดี ก็นำนักเรียนไปอบรมพัฒนาจิต ที่วัดบ่อย นำไปทีละระดับชั้น
เมื่อวานก็มีพิธีปัจฉิมนิเทศ ม.6 ม.6 และ ปวช. คือ แต่คราวนี้ นิมนต์พระครูวิวัตน์ วัดดอยท่าเสา มาอบรมและให้โอวาทนักเรียนค่ะ
ขอบคุณครูกระแตมากๆๆๆ ที่สุด ที่ทำรูปสวยๆ ไปฝาก ชอบมากค่ะ ครูใจดีไม่มีเวลาทำ และทำไปเป็น ขอยคุณจริงๆ ครูกระแตน่ารักจัง
เอาดอกไม้มาฝากค่ะ