เมื่อเกิดในแผ่นดินไทย ก็อยากเป็นคนไทย มีสัญชาติไทย และมีสิทธิเหมือนคนไทยทุกคน
เช้าวันใหม่พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นทิศทางเดิม วัฏจักรเดิม ๆ ก็ยังดำเนินต่อไป การที่ได้ตื่นเช้าอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทาครีมทาแป้งหน้านวล ๆ มาปฏิบัติงานด้วยความแจ่มใสเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตคนทำงานให้บริการอย่างดิฉัน เมื่อบรรยากาศการทำงานเริ่มขึ้นเราก็พยายามที่จะนำความแจ่มใสในชีวิตเข้ามาทำงาน ประดุจผู้รับบริการเป็นญาติของเรา เพราะการที่เราคิดว่าคนที่เราคุยด้วยหรือให้บริการเป็นญาติของเรา เราก็จะทำดีกับเค้า เนื่องจากเราก็อยากให้ญาติของเรารักเราเหมือนที่เรารักเค้า ถ้าเราคิดอย่างนี้ได้เราก็จะไม่มีปัญหาเรื่องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่พอใจในการให้บริการ
หลังจากทำความสะอาดห้องทำงานให้สะอาดตาสะอาดใจแล้ว ก็จะมีผู้รับบริการเริ่มทยอยกันเข้ามา ร้อยคนก็ร้อยปัญหา การทำบัตรทอง และ การแนะนำเกี่ยวกับสิทธิบัตรต่าง ๆ มิใช่เรื่องยาก แต่ก็มิใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าเราใช้ใจของเราอธิบาย และให้บริการ ทุกสิ่งก็จะเป็นเรื่องง่าย
ในขณะที่กำลังให้บริการอยู่นั้นก็มีคุณยายท่านหนึ่งชะเง้อคอเข้ามาด้วยสายตาที่กังวลในแววตาหม่นหมองข้างกายมีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ เสื้อผ้ามอมแมม ในขณะนั้นยังมีผู้รับริการอยู่อีกหลายคน ดิฉันจึงบอกให้คุณยายนั่งรอที่เก้าอี้ด้านหน้าก่อน เพราะดิฉันรู้สึกได้ว่าจะต้องได้คุยกับคุณยายนานแน่ ๆ
“ยายคะ ยายมาติดต่อทำอะไรคะ” ดิฉันออมาถามยาย หลังจากที่รีบให้บริการกับคนอื่นๆหมดแล้ว
ยายหันหน้ามามองแล้วก็พยายามยันกายลุกขึ้นพร้อมดึงมือเด็กหญิงข้างกายให้ลุกตาม ยายมองซ้ายมองขวาเหมือนไม่อยากจะให้ใครได้ยินเรื่องที่ยายจะพูด ดิฉันจึงเชิญคุณยายเข้ามานั่งในห้อง ยายบอกให้หลานนั่งรออยู่ข้างนอกแม้แต่หลานแกก็คงไม่อยากให้ได้ยิน

เมื่อเข้ามาในห้องยายเล่าว่าเด็กคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าเป็นลูกของหลานห่าง ๆ ซึ่งหลังจากที่คลอดมาแล้วก็ไม่เคยเห็นหน้าแม่เด็กอีกเลย ยายเลี้ยงมาตลอดตามมีตามเกิด ด้วยความสงสารในชะตากรรมชีวิตของเด็กน้อย ดิฉันถามถึงพ่อของเด็ก ได้รับคำตอบว่า ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นพ่อเด็ก เพราะหลานสาวแกโชคร้ายโดนข่มขืนแต่รอดมาได้ แต่โชคร้ายก็ยังไม่ผ่านพ้นไป เมื่อหลานสาวตั้งท้องและไม่สามารถทำแท้งได้ เนื่องจากตอนที่โดนกระทำก็มิได้แจ้งความทำให้ไม่มีหลักฐานที่โรงพยาบาลของรัฐจะดำเนินการให้ได้ และก็ไม่มีเงินที่จะไปทำเองตามสถานบริการเถื่อนต่าง ๆ ได้ จึงปล่อยให้เด็กคลอดออกมา หลังจากนั้นเธอก็หายไป ทิ้งไว้เพียงแต่เด็กน้อยให้อยู่กับยายตามยถากรรม พร้อมกับคำถามที่ว่า “ยายจ๋า แม่หนูอยู่ไหน” ตัวยายเองก็ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หลานก็ไม่ได้แจ้งเกิด ไม่มีเลขบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิบัตรใดๆ ยังไม่ได้เรียนหนังสือ ปัจจุบันอาศัยคนข้าง ๆ บ้านอยู่ที่เพิงหลังบ้านเขา แต่ในวันนี้หลานยายป่วย ห้องยาจะเก็บเงินยายก็ไม่มีสตางค์ให้ เขาจึงส่งมาคุยกับงานประกันสุขภาพ
สำหรับครั้งนี้ดิฉันแนะนำให้ยายไปแจ้งกับห้องจ่ายยาว่า จะขอค้างชำระหรือว่าขอรับบริการฟรีไปเนื่องจากไม่มีเงินชำระค่ายา และได้แนะนำคุณยายให้ไปขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่คุณยายได้อาศัยอยู่รับรองว่าหลานยายคนนี้เป็นคนไทยและเกิดจากหลานยายจริงๆ เพราะถ้ารอช้าไปอาจจะเสียสิทธิหลายๆอย่าง และถ้าเผื่อคุณยายเป็นอะไรไปหรือเสียชีวิตไป (ไม่ได้แช่งนะคะคุณยาย) หลานยายก็คงจะกลายเป็นคนไม่มีสัญชาติ ไม่มีแม่ ไม่มีใครเลย และก็คงจะต้องกลายเป็นปัญหาของสังคมไปในที่สุด (ประโยคนี้ฉันคิดในใจ) ซึ่งในทุกวันนี้ก็มีปัญหาแบบนี้อยู่ล้นบ้านล้นเมืองของเราอยู่แล้ว ดิฉันจึงอยากจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ พยายามแนะนำคุณยาย พร้อมทั้งให้เอกสารแนะนำไปยังผู้ที่จะรับรองสิทธิ์เพื่อที่จะให้คุณยายนำไปติดต่อทำการแจ้งเกิดให้หลานและจะได้ทำสิทธิบัตรต่าง ๆ ในเขตรับผิดชอบของสถานีอนามัย ต่อไป
แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นยายกลับมาติดต่ออะไรอีกเลย หลานคงจะไม่ป่วยดิฉันคิดในแง่ดี แต่ถ้าคิดในแง่ร้าย วันนี้อาจจะไม่มียายอยู่อีกแล้ว แล้วหลานล่ะ ตอนนี้เธอจะเป็นอย่างไร อยู่กับใคร และในวันข้างหน้าเธอจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
งานประกันสุขภาพ
สวัสดีค่ะน้องนก
ขอบคุณมากค่ะ แวะมาเยี่ยมและมาให้กำลังใจกันเสมอๆ
ชาวพะโต๊ะสบายดีทุกคนนะคะ
สายฝนเย็นฉ่ำ ชะล้างสิ่งที่ค้างในใจหลายๆอย่าง สำหรับพี่แล้วชอบสายฝนมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูคิม
เคสของคุณครู เด็กดีจริงๆค่ะ หนูก็เชื่อค่ะว่าทุกคนล้วนรักดี และอยากทำดี แต่บางครั้งสังคม ครอบครัว และการเลี้ยงดู ก็หล่อหลอม และขัดเกลา คนรักดีเมื่อถูกเลี้ยงอย่างดีจึงไม่น่าห่วงค่ะ
สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน คำนี้ต้องยกให้คุณครูเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณครู ขอให้คุณครูมีความสุขมากๆนะคะ