สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่ผ่านมา
พระยามิลินท์ถามว่า...คนไม่เกิดใหม่จะได้รับทุกข์นั้นมีบ้างไหม..?
พระนาคเสนว่า...มีทั้งรับทุกข์และไม่รับทุกข์นะโยม.
พระยามิลินท์ว่า...ขอฟังคำอธิบาย.
พระนาคเสนว่า...คนที่มีเหตุปัจจัยแต่งให้เกิดทุกข์ในกายยังไม่ดับ เขาก็ยังมีทุกข์อยู่ คนที่มีเหตุปัจจัยที่แต่งให้จิตเจตสิกดับแล้ว เขาไม่มีกิเลส เหตุดังนั้นจิตเจตสิกจึงไม่มี มีแต่ทุกข์ในกายเท่านั้นเอง.
พระยามิลินท์ถามว่า...ก็พระอรหันต์มีทุกข์ในกายอยู่ทำไมจึงไปนิพพานได้ละ.
พระนาคเสนว่า...ก็ท่านรับทุกข์แต่กายที่ได้รับเชื้อมาจากการยึดถือ ท่านไม่มีกิเลสในสันดานที่จะหาเหตุแต่งกรรมต่อไป ท่านจึงเปิดประตูเข้าพระนิพพานได้ตามเวลาอันสมควรได้ ซึ่งเป็นสถานที่สุขเกษมปราศจากกองทุกข์ในสงสารนั้นเอง.
พระยามิลินท์ถามว่า...แล้วคนที่รับสุขเล่าจะเป็นฝ่ายดี (กุศลา )หรือฝ่ายไม่ดี ( อกุศลา ) หรือกลาง ๆ ( อัพยากตา ) .
พระนาคเสนว่า...คือเมื่อแรกทำดีก็รับทุกข์ก็มีอย่างคนรักษาศีลต้องทรมานตนฝึกตนให้อดอยาก ทำนองนี้ละ เปรียบเหมือนชายคนหนึ่งมือข้างซ้ายถือก้อนน้ำแข็งเย็น ๆ ...มือข้างขวาถือก้อนถ่านไฟร้อน ๆ นี้แหละจะว่ามือของชายสองข้างนั้นร้อนหรือเย็นเป็นประการใดจงเข้าใจเถิดนะ...
พระยามิลินท์ว่า...โยมมีใจยินดีปรีดายิ่งนัก...สาธุ ๆ ๆ นั้นแล.
สวัสดีค่ะ อ.ยูมิ
"คนรักษาศีลต้องทรมานตนฝึกตนให้อดอยาก ทำนองนี้ละ"
อ่านแล้วโดนใจค่ะ "พระอรหันต์มีทุกข์ในกายอยู่ทำไมจึงไปนิพพานได้ละ."
อ่านแล้วทำให้เกิดปัญญาจริงๆค่ะ
ขอบคุณค่ะ ให้กำลังใจค่ะ
สวัสดีครับ คุณภัทรานิษฐ์
นับเป็นการให้วิทยาทานรึเปล่าละนี่...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ