ผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้วที่เราเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยปัญหาก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม

ในเรื่องที่ดินที่ทำกินมักจะมีปัญหาข้อพิพาทระหว่างที่ดินรัฐกับราษฎรมาโดยตลอดนั้น  นับว่าเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานและยังไม่มีกระบวนการใดๆ ที่ทุกรัฐบาล ทุกยุคสมัยจะแก้ได้ลุล่วง  แม้จะพยายามหาทางแก้ไขมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่เกิดรูปธรรมการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด   ซึ่งปัจจุบันปัญหาที่ดินที่ทำกินของประชาชนนับได้ว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นงานที่หนักเอาการ เพราะปัญหานี้เป็นสาเหตุของปัญหาความขัดแย้งกัน ทั้งระหว่างประชาชนด้วยกันเองและประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐ    ปัญหานี้หากว่าประชาชนผู้ถือครองในที่ดินสามารถที่จะมีเอกสารสิทธิ์ หรือหลักฐานแสดงสิทธิ์ในการถือครองของแต่ละคนที่ถูกต้องแล้วปัญหาขัดแย้งหรือกรณีพิพาทต่างๆก็จะหมดไป อีกทั้งผู้ถือครองที่ดินยังสามารถที่จะประกอบอาชีพได้ด้วยความสบายใจ กล้าที่จะพัฒนาและลงทุนในการประกอบอาชีพที่มั่นคงได้ เพราะไม่ต้องกลัวการบุกรุก หรือการไล่ที่จากหน่วยงานต่างๆ  ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาจะต้องอาศัยความจริงบนฐานของการร่วมมือระหว่าง ขบวนองค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและภาคีพัฒนาต่างๆ ตลอดจนประชาชนที่ถือครองที่ดิน

นายพงษ์พิทักษ์  พ่อศรีชา  กำนันตำบลวังยางและสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลวังยาง ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานคณะทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินตำบลวังยางอีกบทบาทหนึ่ง  บอกกับผมว่าปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่คนในชุมชนตำบลวังยางให้ความสนใจมากที่สุด  เป็นปัญหาสะสมเรื้อรังมานาน ที่ผ่านมาคนภายนอกเป็นผู้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้  เมื่อคนในชุมชนเข้าร่วมแก้ปัญหาด้วยกลับเจอปัญหาใหม่ที่หนักกว่าเดิม  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนตำบลวังยางเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต่อสู้กับอำนาจรัฐในอดีตที่ผ่านมาหลังวันเสียงปืนแตกที่บ้านนาบัวไม่นานก็ด้วยปัญหาที่ดินที่ทำกิน   ซึ่งบ้านนาบัวและวังยางอยู่พื้นที่ติดใกล้ๆกัน  พวกเราตัดสินใจเข้าร่วมจับอาวุธก็ด้วยมีความหวังว่าพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยจะช่วยแก้ปัญหาที่ดินที่ทำกินให้ภายหลังปลดปล่อยอำนาจรัฐแล้ว และต่อมารัฐมีนโยบาย 66/2523 ว่ารัฐจะสร้างประชาธิปไตยอย่างแท้จริง  จะแก้ไขปัญหาความยากจนให้คนทุกข์คนยาก จะแก้ปัญหาที่ดินที่ทำกินให้พวกเราให้มีความมั่นคง  จนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 30 ปีแล้วที่เราเข้าร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยแต่ปัญหาก็ยังคงเป็นอยู่เหมือนเดิม

นายวุฒิพงศ์  มีบุญ  นายก อบต.วังยาง- หนองโพธิ์  ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินตำบลวังยาง บอกกับพวกเราว่าในการแก้ไขปัญหาต่างๆของพี่น้องนั้นลำพัง อบต.ฝ่ายเดียวหรือขบวนองค์กรชุมชนฝ่ายเดียว ก็คงจะทำอะไรได้ไม่มากนักการแก้ไขปัญหาจะต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่ายเป็น  ความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันทั้งระหว่างขบวนองค์กรชุมชน(สภาองค์กรชุมชนตำบล)ท้องถิ่น(อบต.)ท้องที่(กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน)และความร่วมมือกับภาคีการพัฒนาภาครัฐ ภาคีวิชาการ รวมทั้งหน่วยงานสนับสนุน

แนวคิดสำคัญในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชนเป็นแกนหลัก

ในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชนเป็นแกนหลักกรณีของตำบลวังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม มีแนวคิดที่สำคัญ คือ

  • ชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ หากได้รับโอกาสและการหนุนเสริมจากภายนอกที่เหมาะสม
  • พลังองค์กรชุมชนคือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยังยืนอย่างแท้จริง
  • ความเป็นชุมชนท้องถิ่นประกอบไปด้วยหลายภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชน
  • การจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่นต้องนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
  • สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสานการขับเคลื่อนเอื้ออำนวยการจัดการตนเองของชุมชน

กระบวนการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกิน   

ในการจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยชุมชนเป็นแกนหลักกรณีของตำบลวังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม มีกระบวนการที่สำคัญ10 ขั้นตอนปฏิบัติการ คือ

       1.ประชุมเตรียมความพร้อม การปฏิบัติการให้กับ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

       2.ประชุมสร้างความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายผู้เดือดร้อนในพื้นที่/ คัดเลือกตัวแทนเป็นคณะทำงาน

       3.คณะทำงานในพื้นที่สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนรายครอบครัว

       4.สำรวจพื้นที่ภาคสนาม/ จัดทำแปลงที่ดินผู้เดือดร้อนด้วยระบบ  GPS/GIS

       5. การจัดตั้งกองทุนที่ดินโดยคณะทำงานในพื้นที่

       6.เวทีบูรณาการโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับรองข้อมูลผู้เดือดร้อนรายครอบครัว

       7.ขบวนที่ดินตำบล (ผู้เดือดร้อนรายครอบครัว) จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชนเสนอต่อสภาองค์กรชุมชนตำบล

       8.สภาองค์กรชุมชนตำบลมอบเอกสารสิทธิ นสช. ให้กับผู้เดือดร้อน

       9.มีกระบวนการพัฒนาตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตในตำบล

      10.กระบวนการดำเนินการด้านสิทธิการถือครองที่ดินตามกฎหมายที่ดิน (หากชุมชนยังต้องการโฉนดที่ดินตามกฎหมายที่ดิน)

ในวันที่ 26 มีนาคม 2553 จะมีเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของคนตำบลวังยางในวงใหญ่ขึ้น โดยในวันนั้นท่านอ.ไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  จะลงพื้นที่ในการพบปะเยี่ยมเยียนกับพี่น้องภาคประชาชนตำบลวังยาง ติดตามบทบาทสภาองค์กรชุมชนตำบลและการเรียนรู้กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกินที่สภาองค์กรชุมชนตำบลวังยางเป็นเจ้าภาพหลักในการประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย  โดยที่มีชาวบ้านตำบลวังยางเป็นเจ้าของงานเพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง