ประวัติของท่านแม่ทัพภาคที่ 4

พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรประจำ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ ๔ / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ และเป็นนายทหารเสริมกำลังพิเศษในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในการถวายอารักขาขณะเสด็จไปทรงงานช่วยเหลือราษฎร ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศอีกด้วย
พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร เป็นผู้ที่มีความสามารถในการบูรณาการด้านการทหาร การพัฒนา และ งานวิชาการไปสู่การปฏิบัติ ตามสภาพความเป็นจริงอิงภูมิศาสตร์ สังคม และ วัฒนธรรม ของภูมิภาคอีสาน ก่อให้เกิดผลทั้งต่อผู้ใต้บังคับบัญชา และ ประชาชนในท้องถิ่นอย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับและนำไปปฏิบัติทั้งในท้องถิ่น ระดับประเทศและ ระดับนานาชาติ

 

ในระดับท้องถิ่น และ ระดับประเทศ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ แนวทางตามพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ เป็นหลักในการปฏิบัติการเพื่อสนองพระราชดำริ ได้ทำการทดลองหาวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งการดำเนินการที่สอดคล้อง และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และ สถานการณ์ ช่วยบรรเทาปัญหาความยากจนของชาวนา-ชาวไร่ ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ชาวนา-ชาวไร่ ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ สามารถพึ่งตนเองได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพ โดยได้ให้การศึกษาแก่ชาวนา-ชาวไร่เหล่านั้น ในการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพแทนสารเคมี นอกจากนี้ยังได้ขยายผลในการใช้จุลินทรีย์ดังกล่าว ไปสู่การรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนเมืองอีกด้วย
ในระดับนานาชาติ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้นำผลสำเร็จอย่างงดงามในการดำเนินการข้างต้น ผนวกกับแนวความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงไปเผยแพร่และใช้ในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาความมั่นคงตามแนวชายแดนระหว่างประเทศ และการรักษาสันติภาพร่วมกับนานาชาติ เช่น ในงานพัฒนาด้านความมั่นคงระหว่างประเทศร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนในเขตลุ่มน้ำโขงตอนล่าง อันได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศกัมพูชา ผลสำเร็จและแนวคิดนี้ยังได้นำไปใช้ในงานการรักษาสันติภาพ ณ ประเทศติมอร์ตะวันออก ของสหประชาชาติ ก่อให้เกิดความร่วมมือ และ ความเข้าใจอันดียิ่งของนานาประเทศ

 

พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้เขียนคู่มือหลายเล่มเพื่อนำเสนอแนวคิดในการบูรณาการวิชาการด้านการทหารเข้ากับการพัฒนา เพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศ และแนวทางในการประสานสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน แนวความคิดเหล่านี้มิใช่เรื่องเพ้อฝัน หากแต่เป็นสิ่งที่ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้มาจากประสบการณ์จริงในการปฏิบัติงานสนามชายแดน ควบคู่ไปกับการดำเนินงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ลำน้ำมูลตอนล่าง ตัวอย่างของผลงานวิชาการด้านเอกสาร งานวิจัย และ คู่มือปฏิบัติ ได้แก่ ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนของชาวนาไทย ศึกษาเฉพาะกรณีของ บ้านชาด อำเภอศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี
ผลงานนี้ได้รับการคัดเลือกเป็นเอกสารงานวิจัยดีเด่นของวิทยาลัยเสนาธิการทหาร เรื่อง “ เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเกษตรกร ” ซึ่งแนะนำการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการทำการเกษตร
นอกจากนี้ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และ สิ่งแวดล้อม เป็นผู้ริเริ่มการฝึก และ จัดตั้งกลุ่มราษฎรที่อยู่ติดป่า ให้ช่วยเจ่าหน้าที่ของรัฐ ในการดูแลป่า ตามพระราชประสงค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ต้องการจะให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เรียกว่า “ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า” หรือ ร.ส.ท.ป. เป็นผู้ริเริ่มผลักดันการอนุรักษ์ป่าดงนาทาม เนื้อที่ ๕๕,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศไทย และเคยเป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง เฉพาะพื้นที่ป่าดงนาทาม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี
พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร เป็นทั้งนักรบ นักพัฒนา และนักวิชาการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่ ทั้งใน และ นอกเวลาราชการด้วยความเสียสละ และ ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคนานัปการ โดยมุ่งหวังอย่างแน่วแน่ที่จะให้ชาวนา-ชาวไร่ สามารถพึ่งพาตนเอง และ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คุณภาพชีวิตเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศ ผลงานของ พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เช่น มูลนิธิเพื่อสังคมไทยได้ยกย่องให้เป็นคนดีของสังคม ในปี ๒๕๔๕ การปิโตเลียมแห่งประเทศไทยได้มอบรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคล ครั้งที่ ๕ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ในฐานะผู้สร้างผลงานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และ สิ่งแวดล้อม

 

ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ ๔ และเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ อีกตำแหน่งหนึ่ง พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร ได้นำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้การเมืองนำการทหารควบคู่ไปกับการพัฒนา โดยมีนโยบายหลัก ๆ ๔ ประการ ดังนี้
๑. น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยึดถือแนวทางปฏิบัติอย่างจริงจังและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
๒. ยุติปัญหาการก่อความไม่สงบด้วยสันติวิธี โดยยึดหลักกฎหมายอย่างเป็นธรรม
๓. ข้าราชการต้องปฏิบัติตนให้เป็นที่พึ่งของประชาชน เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และวัฒนธรรมอันดีงาม
๔. รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินร่วมกับประชาชนทุกภาคส่วน
เป็นที่น่าเชื่อได้ว่า นโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ คนใหม่ เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติแล้ว จะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบและนำพาสันติสุขให้กลับคืนมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว..

อ้างมาจาก http://www.oknation.net/blog/southpeace/2008/10/16/entry-1