23 มีนาคม 2553 ณ ยามร้อนจัด 12.49 นาฬิกา 33 องศาเซียลเซียส
สวัสดี กัลยาณมิตรที่รัก...
อากาศร้อน ใจคนก็ร้อน...จะดับกระหายคลายร้อยอย่างไรดีนะ...เอาเป็นว่า...นำข้อคิดที่ทำให้ใจชุ่มๆ มาแบ่งปันกันดีกว่านะ สรุปมาจากหนังสือของพระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ...ความว่า...
"...เมื่อคนไม่รู้ว่าเขาอยู่ทำไม ไม่เห็นว่าชีวิตของตนมีคุณค่าอยู่ตรงไหน มักจะหาสิ่งที่อยู่ภายนอกมาเป็นเครื่องยืนยัน ปลอบใจตัวเอง...ด้วยความกลัว...ความเกรงใจ...หรือความนับถือ ...ที่ได้รับจากลูกน้องหรือคนรอบข้าง อย่างนี้เรียกว่า..."มนุษย์ไม้ไผ่" คือข้างนอกดูแข็ง...แต่ข้างในกลวง
บางคนต้องการเป็นผู้สำคัญในสายตาของคนอื่น เพราะว่ามองดูภายในแล้วไม่เห็นมีอะไรสำคัญ...นอกจากความสำคัญที่คนอื่นเขามอบให้...แต่ถ้าความเคารพนับถือตัวเองและความรู้สึกในคุณค่าของชีวิต ผูกมัดกับคนอื่นหรือสิ่งอื่น...เราจะต้องเครียดอยู่ตลอดเวลา...เพราะว่าเราไม่สามารถบังคับบัญชาให้คนอื่นหรือสิ่งอื่น เป็นไปตามความต้องการของเราตลอดไป...
ฉะนั้น...ถึงแม้ว่าอยู่ในสถานที่อันสะดวกสบาย วัตถุสิ่งของพร้อมหมดทุกประการ...ก็ยังไม่พ้นจากความกังวลได้...เพราะว่าเอาความสุขของชีวิตไปผูกพันกับสิ่งอื่นหรือกับคนอื่นมากเกินไป ชีวิตก็ไม่เป็นของตัวเอง จิตใจก็ไม่มีพลัง...
พระพุทธศาสนาสอนให้เรามาศึกษาธรรมชาติของตัวเอง หลายอย่างในชีวิต...อาจไม่เหมือนอย่างที่เราคิด บางคนคิดว่าไม่มีใครรู้จักเรา ไม่มีใครให้เกียรติเรา...ก็เป็นทุกข์... ไม่มีใครรักเรา ไม่มีใครเคารพเรา...ก็เป็นทุกข์...หรืออาจจะคิดว่าเราอยู่คนเดียว ไม่มีใครสนใจเรา...อย่างนี้ก็ยิ่งเป็นทุกข์มาก
แต่ถ้าเรากล้า...ลงมือปฏิบัติธรรม...ความคิดจะค่อยเปลี่ยนไป...ในทางที่เจริญขึ้น...เราจะเริ่มเห็นความจริงว่า...อืม...มันไม่ใช่ทุกข์เพราะคนอื่นนะ...แต่เพราะความคิดของตัวเองมากกว่า ทุกข์เพราะเราต้องการอะไรสักอย่าง...เพราะเราเกิดความต้องการ เกิดความอยาก...จิตก็เสียศูนย์...ไม่เป็นปกติเสียแล้ว
เกิดความคิดผิดว่าเราขาดสิ่งนั้น...ถ้าไม่มีสิ่งนั้นแล้วชีวิตเราจะไม่สมบูรณ์...เราจะอยู่ไม่ได้...ความสุขในชีวิตต้องการสิ่งนั้น ขึ้นอยู่กับคนนั้นคนเดียวหรือกลุ่มเดียว...
เวลาจิตใจสดใส...แหม...ดีใจเหลือเกิน แต่เวลาอารมณ์เปลี่ยน...เพราะมีการกระทบกระเทือนอย่างใดอย่างหนึ่ง...ทำให้รู้สึกว่าเราเสียสิ่งที่ดีไป พลัดพรากจากสิ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จิตใจก็ตกต่ำ สงสารตัวเอง ซึมเศร้า ....
ถ้าหากว่าเราไม่ยินดียินร้ายก้บสิ่งที่เราไม่ชอบหรือไม่พอใจ...อารมณ์นั้นจะกำเริบไม่ได้
แต่ถ้า...เราหลงว่าสิ่งนั้นกระทบตัวเราโดยตรง เรียกว่า...มีอัตตาปรากฏอยู่ตรงนั้น...ความคิดที่เป็นอกุศลก็ย่อมเกิดขึ้น...
ถ้าเราต้อนรับอารมณ์ดี...มันก็อยู่นาน แต่ถ้าหากว่าเราทำอะไรไม่ถูกต้อง เราก็พาลไม่พอใจตัวเองอีก...อย่างนี้ก็เป็นวัฏฏะที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา
ฉะนั้น...ท่านผู้มีสติ มีสัมปชัญญะ มีความรู้ตัวทั่วพร้อม คือรู้อยู่ตลอดเวลา...การปฏิบัติธรรม ไม่มีหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่มีหยุดภาคครึ่งปี ไม่มีปิดเทอม...การรู้นี้คือ...รู้ต่อกาย รู้ต่อเวทนา รู้ต่อจิต รู้ต่อความคิดดีคิดชั่วต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในใจ เพราะถ้าเราไม่ต่อสู้...อวิชชา ตัณหา..ย่อมเกิดรังควานใจเรา..."
จบการนำเสนอเพียงเท่านี้...บันทึกเสร็จ ใจสงบลงตั้งเยอะ
สาธุ
ขอได้รับความขอบคุณอีกครั้ง
My Regards
Lady KIM
ทำให้ตลอด
แล้วจะเข้าใจธรรม
ขอบพระคุณครับ
อนุโมทนาสาธุครับ...
ขอขอบคุณ คุณPhornphon และคุณธรรมทิพย์ ที่แวะมาเยี่ยมชม
ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ