นักสู้เเห่งบางเพรียง ผมให้ฉายานี้ด้วยความภาคภูมิใจ ชื่อจริงตามบัตรประชาชนคือ นายณรงค์ รมยะสมิต อายุอานาม 63 ปี เป็นคนชุมชนบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

                 

       ณรงค์....นักสู้เเห่งบางเพรียง ผมให้ฉายานี้ด้วยความภาคภูมิใจ ชื่อจริงตามบัตรประชาชนคือ นายณรงค์ รมยะสมิต อายุอานาม 63 ปี เป็นคนชุมชนบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ลุงเป็นนักต่อสู้อย่างเเท้จริง ด้วยบุคลิกที่ฉับไว การพูดคมคาย จับประเด็นในการสนทนาเเม่นเหมือนจับวาง ผมจึงถือโอกาสแอบถอดบทเรียนลุงณรงค์ขณะมีเวลาว่างจากการเข้าร่วมกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.(โครงการเเก้ไขปัญหาความยากจน) ซึ่งพัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรปราการจัดขึ้นที่ห้องประชุม อบจ.เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2553

ผมพูดคุยกับคุณลุงอย่างออกรสชาด เครื่องมือที่ผมใช้ในการจดบันทึกคือ แผนที่ความคิด(MIND MAP) ลุงเล่าว่าเป็นคนพื้นเพที่บางเพรียงเเห่งนี้ เป็นลูกเกษตรกรเต็มขั้น พื้นที่ทำกินเดิมเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ มีเป็นพื้นที่ป่าอยู่บ้างก็คือป่าเเสม เเละต้นจาก กว่าครึ่งชีวิตลุงทำนามาตลอด

       

    จนปี พ.ศ. 2510 จึงหันมาเลี้ยงปลาสลิดเฉกเช่นเกษตรกรคนอื่นๆในระเเวงเดียวกัน ลุงเล่าว่าต้องต่อสู้กับภาวะวิกฤตหลายต่อหลายครั้ง ต้นทุนการเลี้ยงปลาสูงขึ้น ประกอบกับมีผู้ผลิตมากหลายราย จึงหันมาเลี้ยงปลาเบญจพันธ์แทน(ผมไม่แน่ใจว่า เบญจพันธ์ สะกดแบบนี้หรือไม่ แต่ลุงบอกว่ามันหมายถึงการเลี้ยงปลาหลายๆชนิดในที่เดียวกัน เช่น ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลาจีน ปลาหัวโต เป็นต้น) ชีวิตเริ่มดีขึ้นเเด้รับการยอมรับจากชุมชนที่เป็นผลจากการประกอบอาชีพเป็นตัวอย่างที่ประสบผลสำเร็จให้ชาวบ้านเห็น 

ชาวบ้านที่บ้านเพรียงมีความศรัทธา ชื่นชม และให้โอกาสลุงรับตำแหน่งผู้นำชุมชนอยู่หลายตำแหน่งทั้งจากอดีต จนปัจจุบัน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ประธานกองทุนต่างๆในชุมชน เเละล่าสุดเป็นประธานสภา อบต.บางเพรียงอีกด้วย ลุงเป็นผู้นำชุมชนที่มองการณ์ไกล และมีวิสัยทัศน์โดยเสนอเเนวคิดในที่ประชุม คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ว่า การเป็นเครือข่ายขององค์กรชุมชนเป็นสิ่งต้องทำ เพราะหากพี่น้องไม่ช่วยกันเองเเล้ว ใครที่ไหนจะมาช่วยเรา...นั้นคือ ต้องพึ่งตนเองสร้างการเรียนรู้เป็นเครือข่ายให้เข้มเเข็งนั่นเอง ปัจจุบันลุงส่งเสริมชาวบ้านปลูกข่า จำหน่ายสร้างรายได้ให้ชุมชนเป็นกอบเป็นกำ ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนให้พี่น้องบางเพรียง ยกระดับความเป็นอยู่ระดับน้องๆเศรษฐีเลยนะจะบอกให้...... 

เเละนี่เป็นวิถีเเห่งคนสู้ชีวิต ที่ชนรุ่นหลังพึงเอาเยี่ยงอย่าง ผมคุยกับลุงได้ไม่นานนักเเต่สิ่งที่พรั่งพรูจากประสบการณ์ของลุงณรงค์ รมยะสมิต กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเเห่งการเริ่มต้นของภูมิปัญญาที่จะถ่ายทอดเรื่องราวไปสู่ชุมชนอื่นๆต่อไป......เขาคือ คนทำทางที่นำทางให้ผู้คนในชุมชนเดินตาม คนทำทางให้ชุมชนอื่นๆทำตาม..ขอยกให้ลุงณรงค์ เป็นนักสู้เเห่งบางเพรียง..เป็นคนทำทางในหัวใจผมตลอดไป...ฝากเพลงนี้ให้คนทำทางทุกคนในโลกใบนี้