เป็นความศรัทธาที่มีพลังอำนาจอย่างใหญ่หลวงแล้วก็จะมีความสุขอย่างแท้จริง

               

                 ต่อไปนี้จะเขียนถึงเรื่องโชคชะตา สิ่งที่เราควรทราบไว้คือคนทั่วไปมักคิดว่า"วิบากกรรม" (ชุคคุเม) กับ "โชคชะตา"(อุมเม) นั้นเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันมากทีเดียว วิบากกรรม (ชุคคุเม) คือสิ่งที่กำหนดไว้แล้วก่อนที่เราจะเกิดมา ส่วนโชคชะตา (อุมเม) นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับตัวเรา ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรทราบเอาไว้ การที่เราทุกคนไม่ว่าใครก็ตามแม้ว่าอยากทำอย่างนั้นอยากทำอย่างนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เป็นไปตามที่ตนคิด เป็นเพราะเราถูกกำหนดให้อยู่ในกรอบของวิบากกรรม (ชุคคุเม) ของแต่ละบุลคล ทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คนเราจะต้องเรียนรู้ให้แจ่มแจ้งถึงขอบเขตของวิบากกรรม(ชุคคุเม) ที่มีมาแต่กำเนิด ความจริงเรื่องนี้ยากมาก จนอาจกล่าวได้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยทีเดียว                 

                สาเหตุที่ทำให้ประสบความล้มเหลวก็คือ การวางโครงการที่เกินกำลังของตน หรือไปตั้งความหวังไว้โดยไม่รู้จักประมาณตนเอง เนื่องจากไม่ทราบถึงขอบเขตวิบากกรรม ในกรณีเช่นนี้ ถ้าเรารู้ตัวแต่เนิ่นๆ และตั้งหลักทำใหม่อีกครั้งหนึ่ง ความทุกข์ก็จะน้อยลง และจบสิ้นลงเพียงเท่านั้น แต่ถ้ายังคงขืนทำต่อไปก็ย่อมได้รับความล้มเหลวมากกว่า ทั้งนี้รวมถึงการมองโลกง่ายเกินไปด้วย จากเหตุผลดังกล่าวนี้เอง คนส่วนใหญ่บางทีก็ตั้งตัวได้ใหม่ แต่ก็ต้องล้มเหลวอีก ต้องประสบความเสียหายและล้มลุกคลุกคลานมาตลอด จึงจะลืมตาลุกขึ้นมาได้ สำหรับบุคคลที่รู้สึกตัวได้ก็ดีไป แต่น่าสงสารที่มีคนจำนวนไม่น้อยที่จมปลักอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์และต้องเสียชีวิตไปโดยยังไม่ลืมตาตื่นขึ้นเลย ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเรื่องของโชคชะตาของผู้ที่ไม่มีความศรัทธา แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีศรัทธาแล้วก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง

                เรื่องนี้ เราต้องพิจารณาทางโลกวิญญาณเสียก่อน กล่าวคือ ความทุกข์ทรมานทั้งปวงคือปฏิกิริยาการชำระล้าง(โยกะซาโย) ปฏิกิริยาการชำระล้างนี้ เราอาจคิดว่ามันออกมาในรูปของโรคภัยไข้เจ็บได้อย่างเดียว แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะความทุกข์ทรมานทุกอย่างนับเป็นปฏิกิริยาการชำระล้าง (โยกะซาโย) ทั้งสิ้น เช่นต้องประสบกับการขาดทุนเพราะถูกฉ้อโกง เกิดอัคคีภัย ได้รับบาดเจ็บ ถูกลักขโมย เกิดความทุขก์ในครอบครัว ประสบความล้มเหลวหรือขาดทุนในการค้าขาย เป็นทุกข์ในด้านการเงิน สามีภรรยาทะเลาะวิวาทกัน พ่อแม่ลูกหรือพี่น้องไม่ลงรอยกัน หรือเกิดการบาดหมางระหองระแหงระหว่างญาติพี่น้องหรือคนรู้จัก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการชำระล้าง(โยกะซาโย) ทั้งสิ้น การชำระล้างทั่วๆไปแล้ว มีวิธีเดียวเท่านั้นคือ ขจัดเมฆหมอกความขุ่นมัวหรือเมฆหมอกในดวงจิตด้วยการได้รับความทุกข์ทรมาน ตราบใดที่ยังมีเมฆหมอกหรือความขุ่นมัวอยู่ เราจะไม่สามารถหนีพ้นจากความทุกข์ทรมานไปได้เลย ด้วยเหตุนี้ การทำให้เมฆหมอกหรือความขุ่นมัวลดน้อยลง จึงเป็นเงื่อนไขอันถ่องแท้ ที่จะเปิดทางไปสู่โชคชะตาที่ดีขึ้นได้ กล่าวคือถ้าวิญญาณได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์จนถึงระดับหนื่งแล้ว การชำระล้างก็หมดความจำเป็น และก็จะทำให้ความทุกข์เปลี่ยนเป็นความสุข นี่แหละคือสัจธรรม โชคชะตามิใช่มีได้ด้วยการนอนรอ อันที่จริงแล้ว โชคชะตาจะมีได้ก็โดยที่เราจะต้องได้รับการชำระล้างให้บริสุทธิ์เสียก่อนตามหลักสัจธรรม

               อย่างไรก็ตามดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เนื่องจากมีวิธีที่จะทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์โดยไม่ต้องรับความทุกข์ทรมานนั้น จะต้องมีความศรัทธา ดังนั้น ผู้ที่ไม่มีความศรัทธาจะมีความสุขไม่ได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ดี ความศรัทธามีหลายประเภท ถ้าเป็นความศรัทธาที่มีพลังอำนาจอย่างใหญ่หลวงแล้วก็จะมีความสุขอย่างแท้จริง เมื่อเป็นเช่นนี้เราควรทราบว่า คิวเซเคียวของเรานี่เอง คือศาสนาที่จะช่วยให้บรรลุผลตามเงื่อนไขดังกล่าวแล้วได้

                                                        เมชุซามะ (วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2495)