สวัสดีค่ะ วันนี้หนึ่งขอเขียนบันทึกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งก่อนที่จะมารับการฉายแสงอีกซักบันทึกนะคะ
1. เตรียมด้านร่างกายสำหรับผู้ป่วยและญาติ
อาหารการกิน
จริงๆแล้วอาหารที่ห้ามกินก่อนมาฉายแสงแทบไม่มีห้ามเลยค่ะ ถ้าผู้ป่วยกินอะไรได้ให้กินได้หมดทุกอย่าง ยกเว้นผู้ป่วยเป็นโรคเหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคประจำตัวอื่นๆ ให้งดอาหารตามโรคที่เป็นด้วยค่ะ
สำหรับโรคมะเร็งที่เตรียมตัวเพื่อมารับการฉายแสงนั้นให้เน้นอาหารต่อไปนี้ค่ะ (อ้างอิงจาก ศ.พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์ จากการบรรยายหัวข้อ Nutrition in Cancer: Diet in RT patient ในงานประชุมวิชาการประจำปี สมาคมรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา 2553)
- อาหารบำรุงไขกระดูก ได้แก่ โปรตีนจากสัตว์ (เน้นว่าเป็นโปรตีนจากสัตว์นะคะ)
ทำไมต้องกินอาหารบำรุงไขกระดูก ?
สาเหตุเพราะผลข้างเคียงอีกอย่างจากการฉายแสงคือจะกดการทำงานของไขกระดูก ทำให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดต่างๆได้น้อยลง
ถ้าสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง
ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะซีด ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายจะเป็นลม วิงเวียน หน้ามืดง่าย
ถ้าสร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย
ผู้ป่วยจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติค่ะเพราะหน้าที่ของเม็ดเลือดขาวคือเป็นตำรวจคอยดักจับเชื้อโรคที่จะแอบแฝงเข้ามาในร่างกายของเรา ดังนั้น ถ้าเรามีตำรวจน้อย (จำนวนเม็ดเลือดขาวน้อย) ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายค่ะ ถ้ามีการติดเชื้อแล้ว ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น แล้วแต่ว่าจะติดเชื้อที่ระบบไหนค่ะ อาการก็จะตามระบบของร่างกายที่ติดเชื้อ เช่น ถ้าติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ ก็จะมีอาการปัสสาวะแสบขัด ไม่สุด ปวดปัสสาวะค้าง เป็นต้น
ถ้าสร้างเกร็ดเลือดได้น้อย
จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสเลือดออกได่ง่าย ต้องระวังอุบัติเหตุ ห้ามถอนฟัน ระมัดระวังในการแปรงฟัน ระวังการกระทบ ชน ของแข็ง เพราะหากมีบาดแผล หรืออาการฟกช้ำเพียงเล็กน้อย ในกรณีที่เกร็ดเลือดต่ำก็จะมีเลือดออกโดยที่จะหยุดยากกว่าปกติค่ะ
ผู้ป่วยควรกินโปรตีนจากสัตว์ เช่นเนื้อปลา หมู ไก่ ไข่ นม เป็นต้น สะสมไว้ในช่วงก่อนมารับการฉายแสง เพราะเมื่อมารับการฉายแสงผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหารกินได้น้อยลง หากก่อนมาฉายแสงผู้ป่วยมีอาหารสะสมอยู่เพียงพอ ร่างกายผู้ป่วยจะสามารถรับการรักษาได้โดยมีผลข้างเคียงน้อยกว่ากรณีขาดสารอาหารมาก่อนค่ะ ^^
- อาหารซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย ข้อนี้ก็คือโปรตีนอีกนั่นเองค่ะ (แล้วจะแยกข้อทำไมใช่ป่าวคะ ก็ให้เห็นว่าโปรตีนที่ผู้ป่วยควรได้รับนั้นมีประโยชน์มากแค่ไหนค่ะ)
- น้ำดื่ม ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 8 - 10 แก้ว (อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ)
- ให้จำกัดคาเฟอีน(กาแฟ ชา น้ำอัดลม เป็นต้น) จำกัดหมายถึงดื่มได้แต่ให้อยู่ในขอบเขตค่ะ คือไม่ควรดื่มเกินวันละ 1 แก้วค่ะ สาเหตุที่ต้องจำกัด เนื่องจาก คาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้ผนังหลอดเลือดแข็ง ในระยะยาวจะทำให้เกิดผลเสียได้ค่ะ
- เลิกบุหรี่ สุรา
การออกกำลังกาย
ผู้ป่วยมะเร็ง สามารถออกกำลังกายได้ค่ะ ขึ้นกับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย แนะนำการออกกำลังกายเบาๆ เช่นการเดิน (มีรายงานว่าการเดินจะช่วยลดอาการเหนื่อยล้า(fatigue)ในผู้ป่วยมะเร็งได้ด้วยค่ะ สงสัยมั้ยคะว่าทำไมยิ่งเดินยิ่งลดอาการเหนื่อยล้าได้ โอกาสหน้าหนึ่งจะนำเรื่องนี้มาเล่าในบันทึกดีกว่านะคะ ^^) เป็นต้น
การพักผ่อน
ผู้ป่วยมะเร็งควรได้รับการพักผ่อนมากกว่าปกติค่ะ คือพักผ่อนในตอนกลางคืนวันละ 6 - 8 ชั่วโมง และเพิ่มในตอนกลางวันอีก 2 ชั่วโมง ค่ะ
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะและคอ
จะต้องพบทันตแพทย์เพื่อเตรียมช่องปากและฟันก่อนรับการฉายแสง ทุกรายค่ะ ถ้ามาที่ศูนย์มะเร็งอุดรฯ จะได้รับการตรวจและเตรียมช่องปากจากทันตแพทย์ที่น่ารัก (หมอตุ้ม กับ หมอหงส์) ของศูนย์ฯค่ะ หากไม่สามารถเตรียมช่องปากได้เสร็จใน 1 วัน ผู้ป่วยจะได้รับหนังสือส่งตัวจากทันตแพทย์ศูนย์มะเร็งฯ เพื่อไปรับการเตรียมช่องปากจากทันตแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านค่ะ
ขอเน้นเรื่องนี้สำคัญค่ะ ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการเตรียมช่องปากให้พร้อมก่อนถึงวันนัดฉายแสง เมื่อวันนัดมาถึง ผู้ป่วยจะยังไม่ได้รับการฉายแสงค่ะ ต้องเลื่อนนัดออกไปอีกเพื่อให้เตรียมช่องปากให้เรียบร้อยค่ะ อาจทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการได้รับการฉายแสงตามนัด และยังต้องไปต่อคิวฉายแสงใหม่อีก ซึ่งน่าเสียดายมากค่ะ
คืนนี้ง่วงนอนซะแล้วสิคะ zzz เพิ่งเขียนได้แค่ข้อเดียวเอง ข้อสำคัญทางด้านจิตใจยังไม่ได้เขียนเลยค่ะ ไว้มาต่อคราวหน้านะคะ วันนี้ไม่ไหวแล้วววว ขอตัวไปพักสายตาก่อนค่ะ
ขอเขียนต่อในบันทึกเดียวกันนี้เลยดีกว่านะคะ
2. การเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ
ข้อนี้สำคัญมากค่ะ เนื่องจากการฉายแสงนั้นไม่ได้ฉายครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการรักษาระยะยาวหลายสัปดาห์ ดังนั้นผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการรักษาด้วยค่ะ การเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจก่อนนัดฉายแสงจึงเปสิ่งที่สำคัญมาก วันนี้หนึ่งขอนำข้อสงสัย และความเชื่อของผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มารับการฉายแสงที่ศูนย์มะเร็งอุดรฯ มาเล่าสู่กันฟังนะคะ
เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยครับ ..
ขอบคุรนะครับ ถึงผมไม่ได้เป็นมะเร้งก้ยังได้รับความรู้ใหม่ๆ
สวัสดีค่ะคุณราชิต สุพร
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
และยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ^^
บันทึกดีมีประโยชน์ค่ะน้องหนึ่ง เด็ก cancer หลายๆ รายก็ต้องได้รับการฉายแสงตามขั้นตอนการรักษาค่ะ
ผู้ป่วยดูแลตัวเองอย่างดีค่ะ เพราะมั่นใจว่าการรักษาจะทำให้เขาหายขาด
กำลังใจดีมาก การปฏิบัติตัวเคร่งครัด เชื่อฟังหมอทุกอย่าง
จนคุยว่าหมอและพยาบาลชมว่า"เป็นคนไข้ดีเด่น"
แต่รับประทานอาหารได้น้อย เสริมอาหารแบบไหนได้บ้างคะ
ฉายแสงบริเวณใบหน้า(โพรงจมูก) กินอาหารแล้วจะกลืนยาก เจ็บคอ
สวัสดีค่ะพี่เกด
ขอบคุณมากๆค่ะที่พี่เกดแวะมาให้กำลังใจ
ว้าว ความรู้นี้ชั่งห่างไกลตัวผมยิ่งนัก แต่ก็ใช่ว่าไม่มีประโยชน์
วันนี้ผมอาจจะมองว่าเป็นแค่ความรู้ธรรมดา แต่ถ้าวันนึงผมหรือคนรอบข้างจะต้องเจอที่กล่าวมา นี้แหล่ะความรู้เบื้องต้นชั้นดี
เวลาป่วยเราจำเป็นต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ให้หมอมารับผิดชอบแค่ฝ่ายเดียว
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะครับ และหวังว่าจะได้อ่านบ่อยๆ ^^
สวัสดีค่ะพี่ครูป.1
สำหรับผู้ป่วยที่ฉายแสงบริเวณศีรษะและคอมักเจอปัญหาเจ็บปากเจ็บคอแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ
ดังนั้นไม่แปลกเลยที่จะมีอาการทานได้น้อย อาหารที่ทานได้ควรเปนอาหารอ่อน รสไม่จัด ลื่นๆกลืนง่ายๆค่ะ เช่น ถ้าเป็นข้าว ก็อาจเปลี่ยนจากข้าวสวยเป็นข้าวต้มหรือโจ๊ก หรือถ้าเจ็บคอมากจริงๆอาจต้องเป็นโจ๊กปั่น หรืออาหารเหลว สูตรอาหารเหลวปั่นทานเองที่บ้าน คลิกที่นี่ค่ะ แต่งรสแต่งกลิ่นเพิ่มเติมตามชอบได้เลยนะคะ ตอนนี้นักโภชนากรของศูนย์มะเร็งกำลังคิดสูตรอาหารปั่นสำหรับดื่มที่หอมน่าทานเพิ่มเติมอีกค่ะ ยังไงถ้าผลออกมาแล้วพยาบาลหนึ่งชิมดูแล้วอร่อยจะนำมาลงให้ดาวดฆลดไปใช้อีกนะคะ
ปล.ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ผู้ป่วยดีเด่นของพี่ครูป.1 ด้วยคนค่ะ ^^
สวัสดีค่ะคุณปาปอนด์
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ^^
ใช่แล้วค่ะ ถึงแม้จะดูห่างไกลตัวไปซักนิด อ่านไว้ไม่เสียหายค่ะ
เผื่อมีใครที่ต้องการข้อมูลเหล่านี้ เราจะสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้ค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย และให้กำลังใจนะคะ^^
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะคุณKanchana
ใช่แล้วค่ะ การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญในการรักษา
แต่ที่สำคัญมากๆที่สุดอีกสิ่งที่จะลืมไม่ได้เลย นั่นคือกำลังใจจากคนใกล้ชิดค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทาย และยินดีที่ได้รู้จักนะคะ^^
สวัสดีครับ คุณหนึ่ง
ผมมีเรื่องวขอสอบถามครับ คือคุณพ่อเป็นมะเร็งที่โพรงจมูก(อายุ 69 ปี) คุณหมอนัดฉายแสงวันที่ 21 มิ.ย. 53 และคุณหมอให้ไปเจาะหน้าท้อง เผื่อไว้กรณีปาก คอ เจ็บ โดยนัดผ่าตัดวันที่ 27 มิ.ย. 53 แต่คุณพ่อไม่อยากเจาะ จึงอยากถามคุณหนึ่งว่าถ้าเรายังไม่เจาะท้อง เอาไว้ถ้าทานอาหารไม่ได้จริงๆๆ แล้วค่อยไปเจาะได้หรือไม่ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณ STS
เรื่องการเจาะท้องเพื่อให้อาหาร เจาะเผื่อไว้แบบนี้ยังไม่เคยเจอเลยค่ะ
ที่ศูนย์มะเร็งอุดรฯ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูก ไม่มีใครต้องไปเจาะท้องเพื่อเตรียมให้อาหารเวลาเจ็บปากเจ็บคอเลยค่ะ
มีแต่ต้องเตียมช่องปาก ทำฟันให้เรียบร้อยก่อนมาฉายแสง
เรื่องเจ็บปากเจ็บคอ อย่างที่เล่าให้ฟังค่ะ คือจะเป็นไปตามลำดับขั้นตอนของความรุนแรงของภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ
ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีระดับความรุนแรงของเยื่อบุช่องปากอักเสบต่างกัน บางรายอาจเป็นมาก บางรายเป็นน้อย
ในแต่ละระดับความรุนแรงก็จะมีวิธีการช่วยเหลือผู้ป่วยค่ะ จากเริ่มเป็นน้อยๆ ไปหาเป็นมากๆจนทานอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้ำ
เริ่มต้นโดยเปลี่ยนชนิดของอาหารก่อนค่ะ เป็นอาหารอ่อน ลื่น กลืนง่ายๆ รสไม่จัด เช่นข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวสวยต้องมีน้ำซุปทุกมื้อ แกงจืด ไอศครีม วุ้น เป็นต้น (การทำความสะอาดช่องปากก็ต้องเปลี่ยนแปรงสีฟันที่ขนแปรงนุ่มๆ ยาสีฟันรสผลไม้ที่ไม่เย็นซ่า ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ผสมเบคกิ้งโซดาผสมเองไม่ต้องซื้อยี่ห้อแพงๆค่ะ)
ถ้าเจ็บปากคอมาก ขั้นต่อไปเปลี่ยนเป็นอาหารเหลว อาหารปั่น นม โอวัลติน และแพทย์จะสั่งยาชาให้อมแล้วกลืนก่อนทานอาหารทุกมื้อ
ถ้าไม่ไหวจริงๆกลืนแม้แต่น้ำไม่ได้ ยาชาก็เอาไม่อยู่จริงๆ ก็จะให้น้ำเกลือผสมวิตามิน ให้อาหารทางสายยาง (ใส่ทางจมูกหรือปาก ไม่ต้องผ่าตัดเจาะท้องค่ะ)
ผู้ป่วยก็จะได้รับสารอาหารเพียงพอค่ะ ^^
อาจต้องสอบถามคุณหมออีกครั้งป่าวคะว่าที่ต้องเจาะด้วยสาเหตุอะไร บางครั้งคุณหมออาจให้เจาะเพราะมีสาเหตุอื่นๆร่วมด้วยหรือเปล่า
แต่ถ้าถามว่าเตรียมตัวมาฉายแสงที่โพรงหลังจมูกต้องเจาะท้องเพื่อให้อาหารหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่ค่ะ (ที่ศูนย์มะเร็งอุดรฯนะคะ)
สวัสดีครับ คุณหนึ่ง
ขอบคุณมากครับ ทำให้เข้าใจมากขึ้นเลย แต่อยากถามเพิ่มอีดนิดครับ คือ
1. ของคุณพ่อมีการลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านซ้าย ด้วย เวลาฉายแสง จะฉายที่โพรงจมูก และที่คอ ด้วยใช่ไหมครับ
2. จากข้อ 1 ถ้ามีการฉายที่คอด้วย จะเป็นสาเหตุ ที่ต้องเจาะท้องหรือเปล่าครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะคุณ STS
โดยปกติแล้ว บริเวณฉายแสงสำหรับผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูกจะครอบคลุมลงมาถึงต่อมน้ำเหลืองที่คอด้วยค่ะ
เด๋วจะหารูปบริเวณฉายแสงมาลงให้ดูนะคะ ^^
ขอบคุณคุณหนึ่งมากครับ คุณหนึ่งใจดีมาก ขอให้มีความสุขมากๆๆครับ
สวัสดีค่ะคุณ STS
ยินดีค่ะ ^^
ภาพบริเวณที่ตีเส้นกำหนดขอบเขตการฉายรังสีค่ะ ภาพล่างจะเห็นต่อมน้ำเหลืองโตด้วย
ปล.กรณีมะเร็งโพรงหลังจมูก แพทย์จะพิจารณาให้เคมีบำบัดก่อนซัก 2-3ครั้งแล้วฉายแสงประมาณเดือนครึ่ง แล้วต่อด้วยเคมีอีกจนครบค่ะ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณ STS มีพลังกายและพลังใจสู้กับโรคและการรักษาต่อไปด้วยนะคะ
ที่สำคัญขอเป็นกำลังใจให้คุณ STS และผู้ดูแลผู้ป่วยทุกท่านมีกำลังแรงใจและกายที่เข้มแข็งในการดูแลผู้ป่วยด้วยค่ะ สู้ๆนะคะ ^^
ขอบคุณครับ คุณหนึ่ง สำหรับกำลังใจที่ให้ : คุณพ่อผมไปฉายแสงเมื่อวานวันแรก แต่คุณหมอยังไม่ได้นัดให้เคมี และพรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับคุณหมอเรื่องเจาะท้องครับ
ขอบพระคุณคุณหมอ มากๆ ที่ให้ความรู้ครับ
สวัสดีค่ะคุณ sirawit
ยินดีมากๆค่ะที่บันทึกนี้มีประโยชน์
ปล.หนึ่งเป็นพยาบาลค่ะ แหะๆๆ ^^