หลังจากที่ผมได้ศึกษาเอกสารและปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิแล้วร่างรูปแบบและแนวทางการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูที่ปรึกษาอย่างบูรณาการ แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2548 โดยใช้เอกสารหมายเลข 1-3 เป็นเครื่องมือ ตามแนวคิดพื้นฐาน ที่ว่า
1. เป็นการใช้มาตรฐานการศึกษาด้านผู้เรียนในระบบประกันคุณภาพการศึกษาเป็นฐานในการดูแลพัฒนาผู้เรียน2. เป็นการบูรณาการเชื่อมโยงนโยบายและกฎหมายทุกเรื่องเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล ตามมาตรฐานด้านผู้เรียนทุกมาตรฐานให้สูงขึ้น และผลสำเร็จดังกล่าวจะเป็นอานิสงส์ในการประเมินเลื่อนวิทยฐานะของครูให้สูงขึ้น3. เป็นการบูรณาการใช้ทฤษฎีการปลูกฝังและสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมเรื่องการทำค่านิยมให้กระจ่าง ( Value Clarification : VC ) และเรื่องการปรับพฤติกรรม ( Behavior Modification : BM ) เข้าด้วยกัน และเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2548 ผมได้ประชุมทีมงานบริหาร(ผอ.รองผอ.)และผู้รับผิดชอบเรื่องระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนศรีบุณยานนท์ ในฐานะโรงเรียนแกนนำเรื่องระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และพร้อมจะนำร่องตามรูปแบบนี้แล้ว โรงเรียนก็ได้มีการวางแผนเพื่อจะดำเนินการเรื่องนี้ในปีการศึกษา 2549 โดยได้นำกระบวนการ KM มาช่วยเสริม และได้มีการปรึกษาหารือพร้อมทั้งวางแผนร่วมกันเป็นระยะๆมาโดยตลอดแล้วนั้น <h4> เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2549 ผมได้รับเชิญจากโรงเรียนศีบุณยานนท์ให้ไปช่วยสร้างความเข้าใจแก่ครูทั้งโรงเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการดำเนินงานตามรูปแบบการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูที่ปรึกษาอย่างบูรณาการอีกครั้ง เพื่อให้ครูเกิดความมั่นใจระหว่างการดำเนินงานตามเอกสารหมายเลข 1-3 ซึ่งเรื่องนี้โรงเรียนได้กำหนดแนวทางสนับสนุนให้ครูที่ปรึกษาดำเนินการเป็น 2 กลุ่ม คือ </h4><h4> 1.กลุ่มครูที่มีความพร้อมและสมัครใจทำตามรูปแบบนี้อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะดูแลนักเรียนตามมาตรฐานด้านผู้เรียนทุกมาตรฐาน 2.กลุ่มครูที่มีความพร้อมน้อยกว่ากลุ่มที่ 1 (ที่เหลือทั้งหมด) จะทำตามรูปแบบนี้ โดยจะดูแลช่วยเหลือนักเรียนเน้นเฉพาะมาตรฐานที่ 5 (ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน) ซึ่งโรงเรียนยังมี ปัญหาความต้องการจำเป็นเรื่องนี้(NA)ที่จะต้องช่วยกัน X-ray นักเรียนเป็นรายคนร่วมกัน </h4>