งานเลี้ยงฉลองปิดเทอม โรงเรียนนกฮูก 

       เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมาผมต้องลาพักร้อนครึ่งวันเช้า ทั้งนี้เนื่องจากมีวาระที่สำคัญของชีวิตต้องกระทำ นั่นคือมีการแสดงลวดลายของเหล่าบรรดานกฮูกน้อยใหญ่ แบบว่า นานๆจะมีกิจกรรมบนเวทีสักที ไม่เหมือนโรงเรียนอื่นๆ สาระสำคัญของกิจกรรมในครั้งนี้ก็คือ การฉลองรับวันปิดเทอมใหญ่ และเพื่อการเลี้ยงอำลาพี่ ๆ ป. 6 ที่จบการศึกษาไป รวมถึงเตรียมตัวรับน้อง ป. 1 ที่จะย้ายมาจากนกฮูกเล็กในปีการศึกษาหน้า

       และก็เหมือนเดิมๆ นั่นก็คือเด็กๆเป็นผู้จัดการการแสดงทั้งหมด ตั้งแต่การคิดรูปแบบการแสดง การซ้อม คุณครูมีหน้าที่จัดเวทีก่อนการแสดง และจัดการเรื่องความสงบเรียบร้อยและคิวการขึ้นเวทีเท่านั้น และถ้าผมคาดเดาไม่ผิด เด็กๆทกคนต้องขึ้นเวที อาจจะมีบางคนเท่านั้นที่เรรวนไม่อยากขึ้นจริงๆก็ไม่ว่ากัน แต่ในกลุ่มนกฮูกเล็กก็ยังคงเป็นภาระของคุณครูอยู่เช่นเดิม น้องจ้ามาทำท่าเต้นให้ดูอยู่เกือบเดือนแล้ว “กำมือขึ้นแล้วหมุนๆ ชูมือขึ้นโบกไปมา....” พี่แป้งคอยเป็นกองเชียร์ หัวเราะบ้าง ทำเสียงนกหวีดประกอบเพลงบ้าง ส่วนของตัวเองก็ต้องซ้อมเหมือนกัน แต่รายนี้เธอไปซ้อมที่บ้านของแครอท ขานี้เขาเป็นนักเต้นเท้าไฟอยู่แล้ว เลยกลายเป็นหัวหน้าการแสดงชุดนี้ไปโดยปริยาย (ผมหมายถึงแครอทนะครับ)

       ถึงวันแสดงจริง พ่อและแม่ของลูกสาวทั้งสองต่างก็ลาพักร้อนกันทั้งคู่ ลูกสาวไม่อิดออด ต่างก็ขมีขมันอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียนให้ทันเคารพธงชาติ แต่นั่นก็ยังทันเพียงแค่เสี้ยวหนึ่ง เพราะเขาร้องเพลงชาติกันท่อนสุดท้ายพอดี ฮ่า ฮ่า....

       งานแสดงครั้งนี้ ไม่ต้องใช้ลานหน้าเสาธงเหมือนครั้งก่อนๆ เพราะทางโรงเรียนอุตส่าห์ไปทำห้องประชุมใหม่ ทำเวทีเรียบร้อย สภาพแอร์เย็นเฉียบ หลังจากที่ถูกบรรดาคุณนายต่างๆบ่นอุบถึงเรื่องความร้อนเวลามาดูลูกแสดงดนตรีเมื่อครั้งก่อนๆ

       คุณขาลเป็นผู้ประกาศ อีกทั้งต้องคอยปรามเสียงน้องๆเป็นระยะๆ เพราะว่าเมื่อเด็กๆทุกชั้นมารวมกันทั้งโรงเรียน (อันนี้ก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าจะถึง 60 คนไหม) ตั้งแต่อนุบาลหนึ่งจนถึงป. 6 เสียงมันก็เลยดังยังกับผึ้งรังแตก ต่างคนต่างตื่นเต้นที่ได้มารวมกัน ไหนจะน้องอนุบาล ไหนจะพี่ประถม เด็กๆนั่งพื้น พ่อแม่นั่งเก้าอี้ ลูกคุยกัน พ่อแม่คุยกัน สนุกสนานบานหูไปอีกแบบ

 

       เมื่อการแสดงจะเริ่มต้น ม่านสีแดงก็ถูกปิด น้องๆอนุบาลหนึ่งก็ไปเข้าประตูทางหลังม่าน....

       กรี๊ด......เป็นเสียงของพ่อแม่ที่ตื่นเต้นที่เห็นเจ้าเปี๊ยกทั้งหลายยืนบนเวที เด็ก อ.1 ทุกคน (ที่สามารถมาร่วมงานได้) ทำหน้าเด๋อๆ ม้วนกันไปมาไม่นานเสียงเพลงก็ดังขึ้น แต่อารามที่เสียงในห้องนั้นอึกทึกเหลือทน ผ่านไปพักหนึ่งถึงจะเริ่มมีคนได้ยินเสียงเพลง “กำมือขึ้นแล้วหมุนๆ......” เด็กบางคนตั้งสติได้ก็เริ่มส่ายตามท่าที่ได้รับการฝึกมา คุณจ้าเขินอยู่พักหนึ่ง หันไปหันมาเห็นเพื่อนๆเริ่มส่าย เธอก็ค่อยๆส่ายบ้างจนตามไปพร้อมๆกัน ส่วนข้าวฝ้างเกิดอารมณ์ศิลปิน ด้วยความที่เสียงกรี๊ดดั่งสนั่น กอปรกับลุงและป้าเชียร์เธอคนเดียว (เพราะเป็นคนเดียวที่ยังไม่เต้น) ว่าแล้วฝ้างก็แสดงการร้องไห้อารมณ์ดราม่าแทนชูมือขึ้นโบกไปมา จนป้าแดงต้องไปอุ้มลงมาจากเวที ถึงจุดวิกฤติแบบนี้ จิ๋มจึงกระซิบบอกผมว่า “กลัวน้องจ้าร้องไห้ด้วยจังเลยพ่อ” แต่นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดาที่ผิดไป เพราะน้องจ้าสามารถทำได้ดีครับ เสียอย่างเดียว เธอส่ายน้อยกว่าที่ซ้อมไปนิด ฮา....

 

       การแสดงของชั้นอนุบาล 2 เราพุ่งเป้าไปที่ “มั่น” ลูกชายของอาจารย์วิกับจุ๊ มั่นตัวเล็กนิดเดียวแต่ถูกจับไปอยู่แถวหลัง พวกน้าอาจึงต้องเอี้ยวตัวหาอยู่พักหนึ่ง แบบว่า เขาต้องให้เด็กผู้หญิง (ที่ตัวโตกว่า) ยืนข้างหน้าครับท่าน แต่การตัวเล็กก็ไม่ได้ทำให้มั่นด้อยลงไป เพราะท่านสามารถเต้นได้ตามจังหวะจะโคนแม่นเปรี๊ยะเหมือนหุ่นยนต์ที่โดนโปรแกรมมาอย่างดีเชียวครับ เสียดายอย่างเดียว ที่ “ไตเติ้ล” ไม่ได้มาร่วมงาน เพราะเธอต้องไปเกาหลีกับบุพการี มิฉะนั้น ผมคงสนุกกว่านี้หลายเท่าตัว

       การแสดงของชั้นอนุบาล 3 ดูราบรื่น แต่มันกลับตลกที่สุดเมื่อคุณพฤกษ์โผล่ขึ้นมา เพราะรายนี้สงสัยถูกขุดขึ้นมาจากเตียง ประเภทว่าตายังไม่ลืมเลยด้วยซ้ำ ตาตี่ๆอยู่แล้ว มาหลับแบบนี้อีก คนเลยเฮกันใหญ่ อีกทั้งเธอเต้นไปหัวโงกไป ดูไม่จืดเชียวครับ

       การแสดงของชั้น ป. 1 เป็นการเล่านิทานเรื่องราชสีห์กับหนูครับ เด็กๆสวมหน้ากากเป็นสัตว์ต่างๆ เสียดายนิดเดียวที่เด็กๆพูดผ่านหน้ากาก เลยไม่ค่อยได้ยินเสียง มีสิ่งที่น่าสนใจนิดหนึ่งตรงที่ เราๆที่เป็นผู้ใหญ่อาจจะดูแล้วเฉยๆ รู้เรื่องหมดแล้ว แต่เชื่อไหมครับ น้องๆอนุบาลที่นั่งเฝ้าหน้าเวทีเธอชอบมาก ฉากไหนตลกก็หัวเราะกันลั่น นี่แหละครับที่เขาเรียนกว่า ตรงจริตกัน

 

       การแสดงของชั้น ป. 2 ชั้นปีที่มีนักเรียนรวมกับเบ็ดเสร็จก็ 5 คนพอดี แสตมป์คือเป้าหมายของการเชียร์ ทีมนี้เขาแสดงละครเรื่อง “บ้านหุ่นยนต์” ดาราหน้าเวทีก็คือ เจ้าขลุ่ย ที่แสดงได้สมบทบาทเสียเหลือเกิน ท่าเดิน ท่าอะไรต่อมิอะไร มันน่าขันไปซะหมด ตบท้ายด้วยการเต้นท่าคลำเป้าเสียอีกครั้ง บรรดาพ่อแม่เลยกรี๊ดสลบ

       มาถึงชั้นที่รอคอย นั่นก็คือ ป. 3 ซึ่งชั้นนี้มีเด็กนักเรียนมากที่สุด การแสดงจึงต้องแบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกเป็นกลุ่มของน้องหนุน แพง เตย และคณะ เขามาเต้นรำเพลง “HUG” กลุ่มนี้มีผู้ชายเพียง 2 คน เลยได้เป็นตัวเอกของการแสดงไป และคราวนี้ก็เป็นกลุ่มต่อมา นั่นก็คือพี่แป้งสุดที่รักของผมเอง

 

       “ภาวะโลก LOVE” คือเพลงที่เขาเลือกกัน และเนื่องจากห้องนี้มีผู้หญิงเพียง 3 คน เลยกลายเป็นว่าต้องเป็นผู้เต้นหลักๆ แป้งเคยมาบ่นว่า พวกผู้ชายไม่ให้ความร่วมมือ เลยต้องเต้นกัน 3 คน แต่สัปดาห์สุดท้ายเขาตกลงใจมาแสดงด้วยกัน แต่ละคนจึงรับบทเป็น ก้อนหิน ต้นไม้ และปุยเมฆ ยืนส่ายไปมาด้านหลังกันสลอนเชียว พี่แป้งของผมทำได้ดีครับ แม้เธอจะเหนียมๆอายๆ แต่ก็เต้นออกมาได้น่ารัก ฮา.....

      คั่นด้วยการแสดงของนักดนตรีตัวน้อย

 

      การแสดงของชั้น ป. 4 ผมดูไม่รู้เรื่องครับ เขาแสดงเรื่อง “ขนมปังผิง” หรืออะไรก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก งงงง พักหนึ่งขนมปังก็ถูกกิน ตามมาด้วยการแสดงของ ป. 5 ร่วมกับ ป. 6 (2 คน) งานนี้เขาแสดงละครเรื่อง “ซินเดอร์เรลล่า” ภาคพิศดาร นำโดยพี่เข็มคนสวย ตลกมาก ผมหมายถึงเด็กๆหน้าเวทีน่ะครับ เธอหัวเราะกันร่วนเลยเชียว ถูกจริตอีกหน

       ปิดท้ายด้วยการแสดงของคุณครูของเด็กๆ ท่านพากันมาร้องเพลงครับ พี่ปอจิเล่นกีต้าร์ สนุกนะครับ เด็กๆก็ร้องไปด้วยกัน ยิ่งเพลงที่ 2 นี่ มีเด็กน้อยขึ้นไปร้องร่วมด้วยอีก 2 คน อบอุ่นมากเลย แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศจริงๆที่ไม่เสแสร้งของโรงเรียนนี้ ครูกับลูกศิษย์เป็นเหมือนพี่น้อง บางทีครูก็มาแข่งหมากฮอร์สกับเด็กๆ น่ารักครับ

       งานเลี้ยงเลิกตอนเที่ยงตรงโดยมีครูไก่เป็นนาฬิกาบอกเวลา เด็กๆก็วิ่งไปที่โรงอาหาร มีอาหารของเด็กอนุบาลอยกมาต่างหาก ยายหนุ่ยเป็นคนจัดการตักไว้ให้เป็นจานๆรอท่าอยู่แล้ว ส่วนพี่ๆชั้นป.ก็ยืนเข้าแถวตักกินกันเอาเอง

       ส่วนผมก็ต้องบอกลาไปก่อน เพราะจะต้องออกตรวจที่ OPD ช่วงบ่ายโมง ผมนัดท่านผู้มีอุปการะคุณไว้เป็นสิบท่านเลยเชียว สวัสดีครับ