
วัดไทยในอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดที่พระธรรมทูตไทยสายอินเดียสนับสนุนและสร้างมาอย่างอุตสาหะ ไม่ว่าจะเป็นวัดไทยพุทธคยา ซึ่งเป็นวัดแรก จากนั้นก็เป็นวัดไทยที่ตั้งขึ้นในสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งที่คนไทยนิยมไปแสวงบุญ
ในช่วงเดือนของการแสวงบุญ ตั้งแต่ ตุลาคมถึงมีนาคมของทุกปีนั้น จะมีชาวพุทธไทยมาแวะพักที่วัดไม่ขาดสาย มาครั้งใดก็จะทำบุญ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า รวมทั้งการแจกทานหรือเทกระจาด ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนไทยชอบ ทางวัดก็จะติดต่อให้ทางท้องถิ่นคัดเลือกคนยากคนจนมารับทาน ซึ่งก็จะมีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็กและคนชรา ต่างแต่งตัวสีสันสดใสมารอรับทานอย่างเนืองแน่นเสมอ คนอินเดียรู้ว่าคนไทยนั้นใจบุญสุนทาน ชอบทำบุญทำทาน ผมไปร่วมงานเทกระจาดที่วัดไทยกุสินาราในวันนั้นด้วย เห็นรอยยิ้มของคนที่มารับทาน แล้วก็อดมิได้ที่จะนำภาพมาฝากกัน เพราะเป็นรอยยิ้มของคนจนที่ผมเห็นว่าน่าดูมาก แม้จะยากจน แต่ก็มีรอยยิ้มให้เสมอ



ภาพเหล่านี้ มีความงามอยู่ในภาพ ลองชมกันนะครับ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
คนส่วนใหญ่ที่กุสินาราเป็นคนยากจน
ทำอะไรที่เมืองนี้ เป็นบุญทั้งนั้นแหละค่ะ
สุดแท้แต่ว่าจะมองเห็นบุญอยู่ตรงไหน
ช่วงที่อยู่กุสินาราก็มีคนไทยนำของมาแจกจ่ายคนจน
คนไทยใจดี และมักบริจาคทานโดยง่าย
โดยเฉพาะวัดไทย หรือมูลนิธิที่ทำเพื่อคนจน
จะได้รับเงินบริจาคแต่ละวันสูงมาก
เคยเห็นคนเอ่ยปากทำทานต่อหน้าพระเป็นแสนเป็นล้าน
ก็มาถึงคราวว่า เงินบริจาคนั้นจะกลับไปสร้างกุศลได้มากน้อยขนาดไหน
ตามวัตถุประสงของคนให้และศรัทธาหรือไม่
แต่โดยภาพรวม ก็พอไปได้อยู่
ก็ขอให้กุสินาราเป็นเมืองที่ทำให้หลายๆท่าน
ได้บำเพ็ญบุญบารมีได้ตลอดไป
และได้ผลบุญตามที่ตั้งใจทุกประการ
ระลึกถึงกุสินาราเสมอ
โยคีน้อย
รอยยิ้มจากชาวบ้าน เป็นรอยยิ้มที่จริงใจ ยามได้เห็นคราใด ก็สบายอกสบายใจ
... มนุษย์ทุกผู้นามล้วนเท่าเทียมกัน คุณค่าของคน อยู่ที่ความดีงาม ...
ปูว่าผู้นำควรให้ความสำคัญกับประชากรรากหญ้าส่วนใหญ่นี้ ขอบพระคุณค่ะ ;)
โยคีน้อย
ถ้าเชื่อตามหลักพุทธศาสนาที่ว่า ทุกอย่างย่อมมีมาแต่เหตุ
ชาวพุทธไทยกับอินเดียย่อมต้องมีเหตุที่เคยทำร่วมกันมา
จึงยังคงเชื่อมกันโดยศาสนาและวัฒนธรรม รวมทั้งรอยยิ้ม
ไปกุสินาราครั้งใด ก็สบายใจ อิ่มเอิบใจทุกครั้งไป
ขอบคุณที่แวะมาร่วมชมภาพรอยยิ้ม
คุณ Poo ครับ
ทุกคนในแผ่นดิน ไม่ว่าฐานะใด สีใด ล้วนมีความสำคัญ สำหรับผู้นำเสมอ
ความงามในแต่ละคนนั้น ไม่ได้ซ่อนเร้นเลย แต่สามารถมองเห็นได้ หากตั้งใจ
เจริญสุขครับ