ในบันทึกที่แล้ว (ความดีไม่สามารถเอาชนะความไม่ดีได้เสมอไป : บทเรียนที่ ๑ จาก de’ Musoi ) ผมเล่าไว้ว่า ผมตัดสินใจยกเลิกการจ้างงานผู้รับเหมา
ไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามที การตัดสินใจไม่ทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อีกษรกลับมาความยุ่งยากให้ผมมาก โดยเฉพาะการเลิกจ้าง
ผมมีมิตรสหายอยู่ในวงการทนายความมากมาย และได้ขอคำปรึกษากับสหาย ๓ คน
คนแรกเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ จ.ตาก
อีก ๒ คน เป็นทนายความที่ได้รับรางวัลผู้ประกอบการทางสังคมอโชก้าเฟล์โลว์ ทั้งสองเป็นรุ่นพี่ผม แต่ได้รับรางวัลหลังผม
จากการปรึกษาผมได้แนวทางว่า
(๑) จัดทำบันทึกรายละเอียดการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
(๒) ประเมินราคาการก่อสร้างที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันว่ามีมูลค่าเท่าใด
(๓) ไปลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจในพื้นที่
กรณีที่ (๑) ผมได้เขียนบันทึกรายละเอียดการดำเนินงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้น พูดคุยตกลงอะไรกันไว้บันทึกไว้ทั้งหมดเท่าที่ความจำของผมจะทำงาน
กรณีที่ (๒) ผมขอช่างสองรายประเมินราคาก่อสร้าง ซึ่งได้ราคาประเมินที่ใกล้เคียงกันมาก
กรณีที่ (๓) ผมเดินทางไปสถานีตำรวจด้วยตัวเอง ขอลงยันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เล่ารายละเอียดให้ตำรวจฟังแล้วก็เขียนบันทึกประจำวัน ผมกลับมาบ้านแล้วอ่านบันทึก พบว่าข้อความไม่ครบถ้วนตามที่ต้องการ จึงต้องไปขอให้บันทึกใหม่ โดยผมจัดพิมพ์ข้อความไปให้
ข้อความลงบันทึกประจำวัน
เมื่อได้ดำเนินตามคำแนะนำแล้ว ก็ถึงช่วงสำคัญว่าจะเอาอย่างไรกับผู้รับจ้างคนที่ผมยกเลิกไป
จากการประเมินราคาการก่อสร้างของช่างทั้งสองมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างจำนวนหนึ่งที่ต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง
ผมอาจไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่างนั้น บอกยกเลิกไปเสียดื้อ ๆ ก็ได้ ไม่ต้องใส่ใจกับผู้รับจ้างรายนั้น พูดให้ง่ายก็คือ “เอ็งร้ายมา ข้าก็ร้ายกลับไป” แบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
ในบันทึกที่แล้ว ผมเล่าให้ฟังว่าผู้รับจ้างรายนี้ไม่ธรรมดา ด้วยเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นที่เกรงขามของคนทั่วไป ใช้ศักยภาพข้อนี้ทำมาหากินโดยไม่สนใจใยดีกับความเดือดร้อนของผู้คน
ผมตัดสินใจไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า มิใช่เกรงกลัวบารมี หรือเกรงกลัวอิทธิพล (มืด) ในทางตรงกันข้ามผมพร้อมที่จะปกป้องตัวเองและครอบครัวหากถูกรังแกด้วยวิธีถ่อยและเถื่อน
ผมตั้งสติหาทางออกให้เรื่องนี้ ก็ได้แนวทางว่า “อย่าเอาชนะความไม่ดีด้วยความไม่ดี” เขาเลวมาก็ไม่จำเป็นต้องเลวตอบ แม้ที่ผ่านมาการทำความดีไม่สามารถชนะ แต่ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาชนะคะคาน
สองวันถัดมา ผมนัดผู้รับจ้างมาหารือเจรจาหาทางออก วันที่ผู้รับจ้างเดินทางมามีผู้ติดตามมาด้วยสองคน ผมดูออกว่าคนติดตามนั้นคือใคร เป็นคนแบบไหน
ผมบอกไปตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัวว่าไม่สามารถจ้างงานต่อได้ด้วยเหตุผลบรรดามี แล้วขอให้ย้ายของที่เหลืออยู่ออกไป และถามว่าจะเรียกเงินที่เหลืออีกเท่าไร ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นตัวเลขที่สูงมากเกินความเป็นจริง
ผมจ่ายเงินที่เหลือไปจำนวนหนึ่ง ที่พิจารณาดูแล้วเป็นธรรมกับเขาพอสมควร แต่ไม่เป็นธรรมสำหรับผม เขารับได้ก็รับเงินไปแบบไม่มีทางเลือก แล้วก็ขนของออกไป
ผมแอบได้ยินคนงานที่มาขนของคุยกันว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้รับจ้างรายนี้ถูกยกเลิกงาน

สวัสดีครับ คุณ บุษรา
สวัสดีค่ะ
มาบอกว่าคิดถึงน้องเฌวานะคะ
เป็นบทเรียนได้ดีทีเดียว แต่บางครั้งก็ต้องให้เขารู้สึกบ้าง แหมมีมาบอกด้วยว่า ครั้งแรก มันน่าเนี่ยวนัก ฮ่าๆๆ กำลังเดินทางไกลอีกแล้วครับพี่...
สวัสดีครับ พี่ครูอรวรรณ
สวัสดีครับ อ.ขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะ
ดีค่ะ ที่เลือกแนวทางที่ถูกต้อง เงินของนอกกายไม่นานคงหาได้
ความปลอดภัยในทรัพย์สินและชีวิตของคนที่เรารักสำคัญกว่าค่ะ
สวัสดีครับ พี่ดาวเรือง
*** ขอบคุรเรื่องราวพัฒนาสติ จาก de’ Musoi ชอบจังค่ะคำนี้ de’ Musoi คิดได้ไง
*** หนานเกียรติเรียนมัธยมที่จังหวัดตาก โรงเรียนตากพิทยาคมหรือเปล่าคะ
สวัสดีครับคุณครูกิติยา
เมื่อ อ. 30 มี.ค. 2553 @ 17:02
#1931684 [ ลบ ]
มาติดตามเรื่องราวการแก้ปัญหา ของ de’ Musoi ค่ะ
สวัสดีครับ
เมื่อ อา. 04 เม.ย. 2553 @ 16:55
#1938931 [ ลบ ]