เสียงคำรามกระหึ่มจากยานยนต์ ๒๕๐ ซีซี

ครัทช์มือถูกปล่อยออก เสียงล้อเบียดเสียดสีกับพื้นดังเอี้ยดด้วยการเคลื่อนตัวทะยานพุ่งตัวออกไปไม่ทันกับรอบการหมุนของล้อหลังจากแรงส่งอันเหลือเฟือจากเครื่องยนต์

HONDA AX1 ห้อทะยานไปบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ จากเมืองหลวงล้านนามุ่งหน้าลงไปทางใต้ เป้าหมายอยู่ห่างออกไปราว ๔๐๐ ก.ม. จากต้นทาง

ผมพบตัวนั่งบังคับยานยนต์คันนั้น ในขณะที่พระอาทิตย์แผดแสงร้อนแรงตอนบ่ายสองโมงครึ่ง

ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดจากความร้อนและแสงแดดจ้า ด้วยเสื้อยืดแขนยาวถูกสวมทับด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์สีเข้ม รองเท้าหุ้มข้อ สวมถุงมือคุณภาพดี หมวกสวมคลุมก่อนที่จะใส่หมวกกันน็อค

การเดินทางหนนี้เป็นการเดินทางไกลด้วยยานยนต์สองล้อเป็นครั้งที่สองในชีวิต ในระยะทางที่ยาวไกลกว่าเดิม หากแต่เป้าหมายปลายทางคือสถานที่เดียวกัน

การเดินทางไกลครั้งแรก ต้นทางอยู่ จ.พิษณุโลก YAMAHA Bell R คือยานยนต์ในวันนั้น

 

.....

 

ผมอยู่ในครอบครัวที่พ่อและแม่เป็นลูกจ้างประจำของหน่วยงานหนึ่ง

รายได้ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย กว่าที่บ้านเราจะมียานยนต์สองล้อประจำบ้านสักคันหนึ่ง ผมก็เรียนอยู่มัธยมแล้ว

ยานยนต์สองล้อคันแรกของบ้านคือ HONDA GL100 เป็นพาหนะคู่ใจของพ่อใช้เดินทางไปทำงาน

วันหนึ่งผมแอบเข็นเอาออกมาขับ ผลงานวันนั้นรถถลอกปอกเปิกพอ ๆ กับผม ด้วยความแรงของเครื่องยนต์ทำให้รถกระโจนทะยานสลัดคนบังคับไปทาง รถไปทาง

แม้จะรู้ตัวดีว่าฐานะของครอบครัวอยู่ระดับไหน แต่ลึก ๆ แล้วผมก็อยากจะเป็นเจ้าของยานยนต์สองล้อสักคัน แม้จะเป็นเพียงฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ยานยนต์ที่ผมใฝ่ฝันอยากขับ อยากเป็นเจ้าของ ในสมัยนั้นราคาพอ ๆ กับรถปิคอัพมือสองคุณภาพดี


HONDA GL100 (ภาพจากอินเตอร์เน็ท)

.....

 

“ขอซื้อต่อเถอะนะ...”

ผมเอ่ยปากขอซื้อ HONDA AX1 จากเพื่อนคนหนึ่ง เมื่อเห็นยานยนต์สองล้อคันนี้จอดอยู่

เพื่อนผมคนนี้มิได้ขับขี่ยานยนต์คันนี้มาหลายปีแล้ว มันถูกจอดทิ้งไว้นานหลายปี

อีกหลายวันผมได้คำตอบจากเพื่อนคนนี้ว่า

“ไม่ขาย อยากใช้ก็เอาไป ไม่อยากใช้ก็เอามาคืน...”

อีกราวสัปดาห์ถัดมา ผมเอา AX1 ขึ้นรถปิคอัพบรรทุกไปซ่อมที่เชียงใหม่ หลังจากหาข้อมูลมาพอสมควรว่าควรไปซ่อมที่ไหน กับใคร

เพราะจอดอยู่นานหลายปี จึงมีปัญหาทั้งเครื่องยนต์ ระบบไฟ และกลไกประกอบอื่น ๆ เรียกว่าซ่อมกันทั้งระบบ

ใช้เวลาซ่อมอยู่เดือนเศษ ผมจึงไปรับรถในคราวเดียวกับการขึ้นไปช่วยงานเพื่อนคนหนึ่งที่นั่น

 

.....

 

ผมรับรถแล้วเดินทางออกจากอู่ซ่อมแถวสี่แยกกลางเวียง ในตัวเมืองเชียงใหม่

แวะเติมน้ำมันที่ปั้ม ปตท.สารภี บริเวณ ก.ม.๗๘

เติมน้ำมัน Gasohal95 ไป ๖.๓๖ ลิตร ๆ ละ ๓๔.๕๙ บาท รวม ๒๒๐ บาท

ออกเดินทางจากที่นี่ตอน ๑๔.๕๐ น. จอดพักอีกทีที่สี่แยกเข้าลำปาง ตอน ๑๕.๔๐ น. ระยะทางทั้งสิ้น ๗๘ ก.ม. ผมใช้เวลาไป ๕๐ นาที นั่นหมายความว่าผมใช้ความเร็วเฉลี่ย ๙๓.๖ ก.ม. ต่อชั่วโมง

ผมจอดพักรถที่นี่เพราะรถร้อนมาก น้ำจากหม้อน้ำทิ้งที่ต่อมาจากหม้อน้ำเดือดระอุพวยพุ่งออกมาตามสายน้ำทิ้ง ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมเมื่อเวลาที่เราขับอยู่ทำไมน้ำไม่เดือดพุ่งออกมา

จอดรถสักพัก ผมเปิดหม้อน้ำแล้วเติมน้ำลงไป เป็นการเติมน้ำครั้งแรก

เดินทางต่อเวลา ๑๖.๑๕ น. ผมลดความเร็วลงกว่าเดิมนิดหน่อย ถึงปั้ม ปตท. ที่ อ.เถิน เวลา ๑๗.๒๕ น. ระยะทางช่วงนี้ ๘๕ ก.ม. ใช้เวลาไป ๑ ชั่วโมงกับอีก ๑๐ นาที ความเร็วเฉลี่ย ๗๓ ก.ม.ต่อชั่วโมง

พอจอดรถน้ำจากหม้อน้ำทิ้งที่ต่อมาจากหม้อน้ำเดือดระอุพวยพุ่งออกมาตามสายน้ำทิ้ง เช่นเดียวกับการจอดพักครั้งแรก รอจนเครื่องเย็นลงก็เปิดหม้อน้ำเติมน้ำเป็นครั้งที่สอง

ก่อนออกเดินทางแวะเติมน้ำมันครั้งที่สอง เติมไป ๒๐๐ บาท ได้น้ำมัน ๕.๘ ลิตร ตกลิตรละ ๓๔.๕๐ บาท ถูกกว่าเติมคราวแรก ๘ สตางค์

ระยะทางจากปั้ม ปตท.สารภี มาถึง ปั้ม ปต.เถิน ระยะทางทั้งสิ้น ๑๖๓ ก.ม. ใช้น้ำมันไป ๕.๘ ลิตร เท่ากับว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ ๒๘.๑๐ ก.ม.ต่อลิตร  หากคิดค่าน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ ๓๔.๕๐ บาท การเดินทางด้วย AX1 คราวนี้ ค่าใช้จ่ายกิโลเมตรละ ๑ บาทกับอีกยี่สิบสามสตางค์

ออกเดินทางต่อตอน ๑๗.๔๕ น. แวะพักอีกครั้งที่ปั้ม เอสโซ่ ก่อนเข้าเมืองตาก ก่อน ๑๙.๐๐ น. นิดหน่อย ระยะทางคราวนี้ ๘๙ ก.ม.

เช่นเคยครับ พอเครื่องเย็นก็เติมน้ำ

ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยังจุดนัดหมายริมน้ำปิง ผมแวะเติมน้ำมันอีกครั้งที่ปั้ม ปตท.ตาก ก่อนข้ามสะพานกิตติขจร คราวนี้เติมน้ำมันไป ๔ ลิตร ๑๓๗ บาท น้ำมันปั้มนี้ถูกกว่าสองปั้มที่เติมมา น้ำมันชนิดเดียวกันที่นี่ราคาลิตรละ ๒๔.๒๘ บาท

.....

 

ผมเดินทางถึงบ้านที่ดอยมูเซอ ตอน ๒๒.๓๐ น.

เดินทางไกลด้วยยานยนต์สองล้อระยะทางราว ๓๐๐ ก.ม. ใช้เวลานั่งอยู่บนอานประมาณ ๕ ชั่วโมง

ยังมิทันจะหายเหนื่อยเมื่อยล้า หัวใจผมเรียกร้องให้เดินทางไกลด้วยเจ้า AX1 คันนี้ เข้าเมืองกรุงสักคราว