ผู้พิการทางสายตาไม่ท้อแท้

  ติดต่อ

  ใช้ชีวิตคู่เรียบง่าย ดูแลน้องคิวด้วยตนเองต่อเนื่องด้วยความรัก เอาใจใส่ เป็นที่น่ายกย่อง  

                          วันเสาร์ ที่ 17 มิถุนายน 2549 ระหว่างเวลา 09.30-11.00 น.มีโอกาสพบพูดคุยกับ พี่ประยูร และน้องสุภาภรณ์ พ่อแม่ของน้องคิว  โอกาสที่พบกันส่วนใหญ่จะเป็นวันหยุด  พี่ยูรและน้องสุภาภรณ์เป็นผู้พิการทางสายตา  ส่วนน้องคิวเป็นบุตรชายของทั้งสองไม่เป็นผู้พิการทางสายตา ไร้เดียงสาน่ารัก และ ขณะนี้มีอายุ 2 ปี 8 เดือน พี่ยูร บอกว่าพระครูพิทักษ์นันทคุณตั้งชื่อให้น้องคิว ว่า  เกียรติกุล  พรมมี

                          เมื่อกลางปี 2543 ราว 4 เดือน ช่วงนั้นเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตั้งแต่รัฐบาลลดค่าเงินบาท  ที่ กศน.น่าน สมาคมคนตาบอดร่วมกับประชาสงเคราะห์ และองค์กรทุนสนับสนุนให้มีโครงการฝึกอบรมนวดแก่ผู้พิการทางสายตา ทำให้เรามีโอกาสรู้จักกับพี่ยูร พี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ผู้พิการและด้อยโอกาสต่าง ๆ จำนวนหนึ่ง การรู้จักครั้งนั้น ได้จดบันทึกข้อมูลไว้ในสมุดเลยทำให้ไม่หลงลืม

                          น้องคิว  วันนี้เรียนอยู่ชั้นบริบาล รร.น่านคริสเตียนศึกษา หรือ รร.นคศ. เพราะอยู่ใกล้ที่พัก สำหรับพี่ยูร และน้องสุภาภรณ์ ใช้ความที่ได้รับมานวดบริการทั่วไปที่ อาคารเรือนไม้ บริเวณทางเข้าศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.น่าน หรือ กศน.น่าน ที่อยู่ใกล้ รร.นคศ.ใช้ชีวิตคู่เรียบง่าย ดูแลน้องคิวด้วยตนเองต่อเนื่องด้วยความรัก  เอาใจใส่  เป็นที่น่ายกย่อง  โดย ไม่ตั้งแง่เรียกร้อง โหยหา การช่วยเหลือจากสังคมมากเกินเหตุ ทุกวันนี้ทั้งสองแม้พิการทางสายตา แต่ไม่พิการจิตใจ เพราะมีขวัญ มีกำลังใจ ใช้ความรู้ กำลังทำงานหาเลี้ยงชีพได้ดีพอสมควร  หากท่านไปจังหวัดน่าน  จะแวะเยี่ยมให้พี่ยูร ได้บริการ เพื่อสนับสนุนการยังชีพของครอบครัวพี่ยูร  น้องสุภาภรณ์  เป็นทุนการศึกษาน้องคิว เชิญได้ครับที่ ทางเข้า กศน.จังหวัดน่าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รู้จักน่านและชาวน่าน

หมายเลขบันทึก: 34414, เขียน: , แก้ไข, 2012-05-15 15:49:27+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ผู้พิการทางสายตาไม่ท้อแท้

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (1)

                    21 มิ.ย.2549 ไปพบกับพี่ไสว แสงสุข ผู้พิการทางสายตา และคุณคำ ภรรยา ( ตาดี ) ทั้งสองรับการอบรมฯ รุ่นเดียวกับพี่ประยูร   ถามสารทุกข์สุขดิบ ไปหาคราวนี้พบป้ายประกาศกำหนดราคานวดตัวนวดเท้า จึงถามว่า ระยะหลังคนมานวดหายไปหรือไม่ ทั้งสองตอบว่า หายไปคงเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี    เราบอกว่า อาจไม่ใช่นะ

                     ได้ให้ข้อคิดกับพี่ไสว และภรรยา ว่า การที่มีผู้มาหาเพื่อให้นวดนั้น  เป็นเพราะพี่สายตาพิการ และอัธยาศัยดี มีฝีมือการนวด  การไปติดป้ายกำหนดราคาไว้ จะทำให้ผู้มาเกิดความรู้สึกว่า เห็นแก่เงินก็ได้เพราะระยะแรก ๆ  ผู้มาเขาก็รู้อยู่จะจ่ายให้ในอัตรา 50 หรือ 100 นี่มาติดป้ายไว้ว่า นวดตัว 150 นวดผ่าเท้า 150  เป็นแบบนี้ลูกค้าหายหมด