ให้ทำเหมือนหมา"..นั่นคือ..เมื่อจะมีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกัน..จะมีอีกตัวที่ล้มนอนแบะ หงายให้อีกตัวเสมอ..นั่นล่ะ..คือการยอมแพ้..ไม่สานต่อความขัดแย้งให้ลุกลาม..

เพิ่งอ่านหนังสือเล่มนึงจบไป..เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวประวัติของพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบของพระสงฆ์ในประวัติศาสตร์ไทย ที่เป็นเหมือนที่ปรึกษาและคานความคิดของกษัตริย์มาโดยตลอด อย่างเช่นหลวงพ่อโต วัดระฆังที่ท่านจะมีความคิดเห็นที่แปลกแต่มีเหตุมีผลและมีความกล้าที่จะยืนยันจุดยืนของความคิดของท่านกับพระมหากษัตริย์โดยยึดประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ซึ่งอ่านแล้วเกิดความรู้สึกศรัทธาในความปราดเปรื่องและเฉียบแหลมของท่านมากๆ..ที่สำคัญชื่นชมในความตรงและมีเหตุมีผลและความสมถะของท่านมาก..มีเรื่องหนึ่งที่ตรงกับสังคมไทยในปัจจุบัน....ที่เกิดการขัดแย้งกัน ..อย่างเช่นกรณี.เมื่อมีพระองค์นึงถามท่านว่า.."จะทำอย่างไรถ้ามีเหตุทะเลาะวิวาทกันกับพระรุ่นพี่"..ท่านตอบง่ายๆสั้นๆและตรงๆว่า.."ให้ทำเหมือนหมา"..นั่นคือ..เมื่อจะมีเหตุทะเลาะเบาะแว้งกัน..จะมีอีกตัวที่ล้มนอนแบะ หงายให้อีกตัวเสมอ..นั่นล่ะ..คือการยอมแพ้..ไม่สานต่อความขัดแย้งให้ลุกลาม..

..

เมื่อมาคิดดู..มันเหมือนง่ายแต่ทำยากอยู่เหมือนกัน..แต่ถ้าเราพยายามมองอย่างเข้าใจ..ถึงแม้ว่า บางเรื่อง.จะเข้าใจและทำใจยาก..แต่บางอย่าง..ถ้าเราทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้รู้ที่มา ที่ไปของการเกิดพฤติกรรมนั้นๆแล้ว...ก็อาจทำให้..เราเข้าใจเค้ามากขึ้น..และเกิดความเมตตาต่อเค้าเพิ่มขึ้นมาอีก..แต่ที่มันมักมีปัญหาก็ตรงพอไม่เข้าใจ..ก็ใช้แต่อารมณ์เข้าหากัน..อย่างที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน..นี่ล่ะน๊อ..

บางคนก็..ต้องการแต่ให้คนอื่นเข้าใจ..แต่ไม่พยายามเข้าใจคนอื่น..

บางคนก็..มองความความขัดแย้ง..เป็นความขัดใจ

บางคนก็..ไม่พยายามเข้าใจ..แต่สะดวกใช้แต่อารมณ์..เมื่อคิดต่าง..

และอื่นๆอีกมากมาย..ของความขัดแย้ง..   

 

...แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น..ในช่วงของวิกฤต ย่อมมีโอกาสอยู่ในนั้นเสมอ..

อย่างน้อย..เมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น..ก็เกิดการใคร่ครวญมากขึ้น..และระมัดระวังตนเพิ่มขึ้น..ได้มีเวลาใช้สติ ปัญญาตริตรองมากขึ้น  และเกิดการเรียนรู้กับมันและมั่นใจที่จะไม่ให้.เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดอีกเป็นครั้งที่สอง^^

บันทึกนี้..ตอนแรกว่าจะเขียนแบบสบายๆผ่อนคลาย..แต่ไหง..มันมาจบที่เรื่องนี้ได้..เฮ่อ..

แต่คิดอีกที..ก็เข้ากับสภาพสังคมไทยปัจจุบัน..ที่คนเรามักมอง..คนที่คิดต่างว่า..แปลกแยก..คิดว่าคนที่คิดแย้งคือขัดแย้งและมองว่าคนที่พูดตรงคือก้าวร้าว..ฯ

......

...ซึ่งจริงๆแล้วมันมีความแตกต่าง..ในรายละเอียดที่พอแยกได้อย่างชัดเจนหากเราไม่คิดเข้าข้าง(อัตตา)ตัวเองจนเกินไป..

........................................................

(..เป็นประเด็นแทรกในเรื่องที่พูดคุยกับนักศึกษาเกี่ยวกับสังคมไทยในปัจจุบันเกี่ยวกับการเมืองและจริยธรรมของผู้นำ..)

..