การเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรี กับคนอื่น

"การประสม คือการทำให้อยู่ร่วมกันได้
ทั้งกลมกลีนและแตกต่าง"
วันนี้พบสหายใหม่ เมื่อไปเรียนตีขิมแบบสัมผัสกับครูน้อยการดนตรีไทย เป็นคนหลังเกษียณ สองสามีภรรยา อัธยาศัยดีมาก สามีเรียนซอ ภรรยาเรียนขิม
อย่างหนึ่งที่ครูสอนให้ผู้เขียนเรียนใช้เครื่องมือได้แล้ว นั่นก็คือ การรู้จักประสมวง เป็นการเรียนรู้ที่จะเล่นดนตรี กับคนอื่น รู้จังหวะ การรอ การเร่งให้ทันเขา ครูบอกว่าผู้เขียนยังไม่มีประสบการนี้เลย กว่าครูจะตามศิษย์คนอื่นๆ มาช่วยประสมวงให้ผู้เขียนมีประสบการณ์เรียนรู้ เวลาก็ล่วงเลยมานาน
การเล่นประสมวง เป็นความจำเป็นของวิถีการเล่นคนตรี จากที่เคยเล่นคนเดียว ตีช้าตีเร็วคนเดียว กลับต้องคอยเงี่ยหูฟังผู้อื่น บางครั้ง ก็ต้องเพิ่มเสียงให้นำผู้อื่นด้วย เพราะเรากำลังดึงเขาให้เข้าจังหวะ แต่สิ่งที่ได้รับคือ ทุกคนสามารถเล่นในส่วนของตนเองไปได้จนจบเพลง แม้จะหลง จะข้ามโน๊ตไปบ้าง แต่ปรากฎว่า เราลงเสียงตัวสุดท้ายได้ทันกันทุกที
วันนี้เสียงเพลง ลาวคำหอม นางครวญ อุทยานดอกไม้ นกเขามาระปี จึงดังกึกก้องไปทั้งห้องดนตรีของครู เป็นการประสมวงของคนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยซ้อมกันมาก่อน และที่สำคัญ เพลงที่เล่น คือลาวคำหอม เราทุกคนก็ไม่เคยเห็นโน๊ตมาก่อนเลย แต่ก็เล่นได้ดี
เพิ่งมารู้ตอนจบว่า ทุกคนที่มารวมทั้งผู้เขียน ยังไม่เคยเล่นประสมวงมาก่อน และต่างก็คิดว่าคงเล่นกับใครเขาไม่ได้ และหวั่นๆใจ แต่ทุกคนก็ทำได้ดี ผ่านขั้นตอนของครูไปได้อย่างเบิกบาน
การประสมวง มีทั้งล้อ ทั้งขัด มีทั้งการเล่นโน๊ตเดียวกัน อย่างพร้อมเพรียง จึงเป็นศิลปะของครูบาอาจารย์ ที่ทำให้เราเรียนรู้ว่า ในทำนองเพลงนั้น อาจมีบางขั้นบางตอน ที่เล่นไปคนละทาง แต่ก็สร้างความไพเราะให้เกิดขึ้นได้ จึงน่าจะนำมาปรับปรุงให้วิถีชีวิตของเราเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นที่ต้องขัดกัน ล้อตามกัน หรือต้องเป็นอัตตลักษณ์เฉพาะตน โดยไม่รู้สึกอึดอัดแต่ประการใด
เป็นวันที่เล่นดนตรีด้วยความผาสุก และลึกซึ้งกับศิลปะของชาติไทยยิ่งๆขึ้นไปค่ะ
ไปฟังเพลงลาวคำหอมกัน