“...ความรู้มิใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกขาดโดยพวกเราอีกแล้ว...” “...พวกเราต้องไม่เป็นเครื่องมือหลอกชาวบ้าน... หรืออาจถูกหลอกเอง...ผลการศึกษารายเดียวอาจไม่น่าเชื่อถือ...”

(ต่อจากบันทึกที่แล้วค่ะ)

การบรรยายเรื่อง หนทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระบบสุขภาพ โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา (ต่อ)

 

5. กระแสประชาธิปไตย : สุขภาพดีเป็นสิทธิของประชาชน

6. เทคโนโลยีการคมนาคม สื่อสาร สารสนเทศ : ความรู้ที่ผูกขาดโดยวิชาชีพถูกนำมาให้อ่านทาง internet 

“...ความรู้มิใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกขาดโดยพวกเราอีกแล้ว...”

“...พลังนี้เป็นพลังที่ดี...ประชาชนมีพลังในการดูแลตนเอง...” เป็นที่มาของสิ่งที่ประชาชนรู้มาก่อนแล้วเทียบคียงกับสิ่งที่ประชาชนได้รับจริง อาจเกิดความไม่เข้าใจและถูกฟ้องร้อง

7. ธุรกิจสุขภาพ อุตสาหกรรมสุขภาพ (Capitalism) : ทุนนิยมทำให้เกิดความก้าวหน้า...เรารู้เท่าทันหรือไม่

8. ธุรกิจสุขภาพข้ามชาติ :

“...ทางเลือกคืออะไร? ...ยา หรืออื่นๆ...”

“...พวกเราต้องไม่เป็นเครื่องมือหลอกชาวบ้าน... หรืออาจถูกหลอกเอง...ผลการศึกษารายเดียวอาจไม่น่าเชื่อถือ...”

9. ระบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ (Managerialim) : ถ้าบริหารขาดทุนก็ไม่ยั่งยืน

“...เราน่าจะประหยัด อย่างพอดี ด้วยปัญญาและน้ำใจ...”

 

เศรษฐกิจพอเพียง คือความพอดีและทางสายกลาง โดยอาศัยความถูกต้อง มีเหตุผล มีหลักฐาน ใช้ความรู้ เป็นขั้นตอนและสมควรตามฐานะ ภูมิคุ้มกันต่อความไม่แน่นอนและต่ออนาคต คือการไม่เสี่ยงเกินไป ไม่หวังผลเลิศเกินไป มีคุณธรรม จริยธรรมและซื่อสัตย์

“...ควรมีหลักจริยธรรมในเทคโนโลยี่ใหม่...”

ทั้งหมดเป็นการจำกัดค่าใช้จ่าย ปัญหาของสังคมคือ ค่านิยมความโก้หรู ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ มีการเอารัดเอาเปรียบระบาดฟุ้งเฟ้อ

 

“...ควรหรือไม่ที่จะละอายที่จะอวดมั่งอวดมี... ถึงเวลาที่ต้องปรับ โดยละเว้นการตามอย่าง และปรับระดับความอยาก...”

ตายละ...ลืมประโยคทองของอาจารย์ได้ยังไงกัน

“ผู้ที่เรียนรู้น้อย หากโกง ก็โกงได้น้อย

ผู้ที่รู้มาก เรียนมาก จะโกงได้อย่างพิสดาร”

 

         

การปาฐกถาของอาจารย์น่าจะกระตุกความคิดของใครหลายๆคนในวงการ

...โชคดีที่มีวันนี้... วันที่อาจารย์บรรยาย

และขอขอบคุณ สรพ.ที่ทำให้ได้ยินเสียงสะท้อนเพื่อวงการสาธารณสุขไทยค่ะ