พระเวสสันดร พร้อมด้วยพระนางมัทรี และพระโอรสเสด็จดำเนินจาก พระนครสีพีด้วยความลำบากตลอดทาง

บทร้องประกอบ (ร้องแยก)

ในพิธีทำขวัญนาค

ตอนที่ 7 แหล่สี่กษัตริย์เดินดง

โดย ชำเลือง มณีวงษ์

ผู้มีผลงานดีเด่นเพลงพื้นบ้านรางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547

       ในตอนที่ 7 ของบทร้องประกอบในพิธีทำขวัญนาค ผมขอนำเอาบทร้องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนาซึ่งอยู่ในเทศมหาชาติ มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 4 วันประเวศน์  จับตอนที่ “พระเวสสันดร พร้อมด้วยพระนางมัทรี และพระโอรสเสด็จดำเนินจาก พระนครสีพีด้วยความลำบากตลอดทาง ที่สุดก็ถึงเมืองเจตราชดังประสงค์ จึงแวะเข้าประทับพักพระกายอยู่ที่ศาลาหน้านคร” ดังความในบทร้อง

       

       

แหล่สี่กษัตริย์เดินดง

             สุริยงขึ้นทรงรถ                    ลับเหลี่ยมบรรพตยุคลธร

         โอ้รัศมีสีเหลืองอ่อน                  ตะวันรอน  มาแรมลา

         สี่กษัตริย์ยิ่งเศร้าโศก                 แสนวิตกเป็นหนักหนา

         จวนเย็ยย่ำพระสุริยา                  มองดูนกกาจะกลับรัง

         พระเวสสันดร..อุ้มชาลี               พระนางมัทรีเจ้าร้อยชั่ง

         อุ้มแก้วกัณหาพะว้าพะวัง             พระเนตรของนาง..ก็เนืองนอง

         ดูพระพักตร์องค์พัสดา                ต้องมาทรมา  หม่นหมอง

         พระพักตร์ก็ดำดูคล้ำเป็นกอง        พระบาทก็พองมาเดินทางไพร

             เห็นลิงเห็นข้างเห็นนางชะนี     มาจู๋มาจี๋ กันใกล้ ๆ

         แม้แต่ลิงแม้แต่ข้างก็ยังอาลัย       อุ้มลูกมันไว้  ไม่ยอมวาง

         บ้างกู่บ้างก้องบ้างก็ร้องขานรับ     เยือกเย็นเข้าไปจับในใจเสียจัง

         บ้างแหวกสุมทุมพุ่มใบบัง           บ้างก็ร้องครวญคราง ขาดคนเหลียวแล

         บ้างโอดบ้างครวญบ้างหวลไห้     เออช่างปะไร ไม่แยแส

         เป็นกรรมของเจ้าตัวเรามิแล        น่าอายเสียแท้  เหลือที่จะทน

         จะมาอุ้มลูก เมื่อถูกทอดทิ้ง        เป็นกรรมของลิงที่ต้องมาห้อยโหน

         เมียท้องผัวทิ้งกันหรือแม่ลิงทโมน  ไม่ขอกังวลเป็นเรื่องวุ่นวาย

             เปรียบเหมือนตัวเราถึงคราวตกยาก ต้องมาทนลำบาก เจ้าเห็นไหม

         สร้างแต่ความดี ทำไมไม่มีผู้ใด   เขาจะเห็นใจต้องขอลาจร

         ทนเอาหน่อยเถอะน้องมัทรี        กัณหาชาลี  สายสมร

         ต้องมาทุกข์ยากเมื่อจากนคร      พาลูกเมียจร แสนจะอับจน

         เจ้าอยู่ในวัง ฟังเสียงแตรวง        พอมาอยู่กลางดงออกไปไกลพ้น

         เสียงนกเสียงกา ประสายากจน   หนีไปไม่พ้นคำคนนินทา

         สงสารแต่ลูกต้องมาถูกหนามเหน็บ   สองเท้าเจ้าก็เจ็บชาลีกัณหา

         เหนื่อยนักหยุดนั่งเสียที่กลางมารคา ฟังเสียงนกกาแทนเสียงดนตรี

         เจ้าช่อมะกอกเจ้าดอกมะไฟ       โปรดจงเห็นใจกษัตริย์ทั้งสี่

         อุตส่าห์สืบสร้างหนทางที่ดี         แต่กลับยังมีมากด้วย..หมู่มาร....

ที่มา  พิธีทำขวัญนาคและแหล่ต่าง ๆ. 2512.