ผมแปลกใจและไม่น่าเป็นไปได้ครับ ที่ครูไทยไม่รู้จัก Maslow

    จากประสบการณ์การเป็นกระบวนกรของผมในสองวันที่ผ่านมา  เรื่องที่ทำให้ผมแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง คือ ครูหลายท่านพูดมาเลยครับ ว่าไม่รู้จัก Maslow  แถมครูอาวุโสยังบอกมาอีกด้วยว่า  ตั้งแต่เป็นครูมา ก็วันนี้แหละ ที่ได้รู้จักมาสโลว์

 

      ที่น่าตกใจ คือ  คุณครูอายุน้อยคนหนึ่ง น่าจะบรรจุใหม่เป็นคุณครูผู้หญิง  ท่าทางเอาการเอางานดี  ก็ยังไม่รู้จักมาสโลว์ครับ  แต่ด้วยความที่สนใจดี  เธอก็เลยปริ้นต์ข้อมูลความต้องการ 5 ขั้นของมาสโลว์ออกมา   ผมให้เธอเป็น Facilitator ประจำกลุ่ม  เธอก็เอาทั้ง 5 ข้อมาอ่านให้กลุ่มฟังเลยครับ

 

       ที่ผมไม่ยอมให้ผ่าน คือ มาสโลว์ขั้น 2  ในข้อความที่ปริ้นต์มาจากเน็ท บอกว่า สิ่งที่ทำให้ไม่ปลอดภัย  เกิดจาก  ภาวะสงคราม  จากภัยธรรมชาติ  จากไม่สงบทางการเมือง  โจรผู้ร้าย   ที่ประชุมก็แสดงความคิดเห็นแต่เรื่องพวกนี้

 

      ผมต้องเข้าไปแทรกบอกว่า ความปลอดภัยที่แท้จริง ต้องเป็นความปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ  ที่ผมต้องการเน้น คือ ความปลอดภัยด้านจิตใจ  โดยผมยกตัวอย่างว่า ที่เด็กไม่พูด ไม่แสดงออก เพราะเขารู้สึกไม่ปลอดภัย  เราจะแก้เรื่องนี้อย่างไร  น้องที่เป็น Fa  ก็รีบจดที่ผมพูดใหญ่เลยครับ

 

      กลุ่มอื่นๆที่ผมเวียนเข้าไปดู  มีบางกลุ่ม ไม่เข้าใจ มาสโลว์เลยครับ  ยิ่งคนที่เป็น Fa  ไม่รู้เรื่องมาสโลว์  ก็แสดงความคิดเห็นกันหลงทิศผิดทางไปหมด

 

     ผมว่าถึงแม้ไม่รู้จักมาสโลว์  แต่ว่าถ้านำมาใช้ได้จริงโดยไม่ต้องรู้หลัก  ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ

 

     แต่ที่ผมเป็นห่วง คือ นอกจากไม่รู้จักมาสโลว์แล้ว  ยังไม่รู้จักการแก้ปัญหาหรือพัฒนาเด็กตามหลักมาสโลว์

 

     ยังเน้นการแก้ปัญหาหรือพัฒนาผู้เรียนในเชิงอำนาจ ที่ขาดเหตุผล

 

      จุดนี้ครับ น่าเป็นห่วงมาก  ที่ผมคิดว่า ยังมีคุณครูหลายคนที่เป็นอย่างนี้

 

      ถ้าผมไม่ลงมาสัมผัสด้วยการเป็นกระบวนกรเอง ก็คงไม่ทราบครับ  ว่าการศึกษาไทยเรา มีปัญหามาก

 

        และเด็กมีปัญหา ถ้าไม่นำหลักมาสโลว์มาจับ  ก็แก้ได้ที่ปลายเหตุนิดหน่อยเท่านั้นครับ

 

     ผมว่าการปฏิรูปการศึกษา ถึงเวลาต้องทบทวนหลักมาสโลว์กันแล้วละครับ