การวิจัยเพื่อพัฒนา

จากนโยบายผู้บริหารในการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการสถานศึกษา   พัฒนาการเรียนการสอนระดับปฐมวัย และพัฒนาการจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระ  

เมื่อวานจึงได้เข้าร่วมประชุมเพื่อศึกษาสภาพปัญหา และแนวทางการพัฒนา  กับสามโรงเรียนซึ่งปัจจุบันได้รวมกันเป็นศูนย์เรียนรวม เนื่องจากจำนวนนักเรียนมีไม่มาก คือ ช่วงอนุบาลมีนักเรียน จำนวน 17 คน  ป.1-3 จำนวน 32 คน และ ป.4-6 จำนวน 65 คน  สังเกตว่าจำนวนนักเรียนจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ 

การประชุมกลุ่มผู้บริหาร  กรรมการสถานศึกษา ครูผู้สอน ได้ปัญหาและแนวคิดที่หลากหลาย  แต่มีบางประเด็นที่เข้าใจว่าน่าจะเกิดกับโรงเรียนขนาดเล็กอื่น ๆ ด้วย เช่น

  1. ครู  สอนไม่ตรงสาขาที่เรียน  เช่น ครูสังคมศึกษา สอนคณิตศาสตร์    คุณครูบางท่านก็สอนทั้งที่ใจรัก ศึกษาเพิ่มเติม  บางท่านก็ต้องจำเป็นต้องสอน เพราะวิชานั้นๆไม่มีครูที่จบสาขาโดยตรง  และอายุของคุณครูส่วนใหญ่มากกว่า 50 ปีขึ้นไป  แถมพบว่าบางท่านยังใช้วิธีการสอนแบบเดิม ๆ คือ ทอล์ก& ชอล์ก

  2. ปัญหาเรื่องโภชนาการของเด็ก  เด็กชอบกินมาม่าเป็นอาหารเช้า  เผลอๆมื้อเที่ยงด้วย  ชอบกินน้ำอัดลม น้ำหวาน และขนมกรุบกรอบ

  3. เด็กแต่งกายไม่เรียบร้อย  ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ฐานะยากจน เมื่อร่างกายเด็กโตไว เสื้อตัวเล็กลงใส่ในกางเกงแป๊บเดียวก็หลุดออกมา  รองเท้าใส่ก็คับเลยใส่แตะไปเลย  ส่วนงบสนับสนุนให้ซื้อชุดนักเรียนก็น้อยเกินตามราคาจริงตามท้องตลาด ครั้นพอให้ผู้ปกครองไปดำเนินการก็มีปัญหาเรื่องใบเสร็จ และการเบิกจ่าย 

  4. ปัญหาด้านการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่เด็กมักถูกทิ้งไว้กับตายาย  ซึ่งต้องทำมาหากิน  บางคนก็แก่มาก การจะดูแลเอาใจใส่เรื่องการเรียนก็น้อยลง  ผู้ปกครองเลยฝากความหวังทั้งหมดที่โรงเรียน 

ขอยกมาแค่สองสามประเด็น

เพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันค่ะ 

ไม่รู้ว่าโรงเรียนที่มีขนาดเล็กส่วนใหญ่

มีปัญหาคล้ายๆกันแบบนี้หรือเปล่านะคะ