สวัสดีครับลูกศิษย์ที่รักทุกท่าน
ขอต้อนรับกลับสู่บรรยากาศการเรียนรู้ของเราอีกครั้ง หวังว่าทุกท่านยังมีพลังที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
ใน 3 วันที่เราจะอยู่ด้วยกัน ผมได้เลือกให้พวกเราพวกเราได้เรียนในสิ่งที่น่าสนใจและคงจะเป็นประโยชน์มากถ้าทุกคนนำกลับไปปรับใช้ให้ได้ อาทิ เช่น
- บทบาทและการผนึกกำลังกันระหว่างส่วนกลางและวิทยาลัยฯ เพื่อความเป็นเลิศ ของอาชีวศึกษา
- การสร้างและบริหารเครือข่ายและพันธมิตร
- การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
- การกระจายอำนาจแบบมีประสิทธิภาพ
- จิตวิทยาของนักบริหาร
- การสร้างแรงจูงใจในการทำงานแบบ 360 องศา
และเช่นเคย เราจะใช้ Blog นี้เป็นคลังความรู้ในระยะต่อไปของเราครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศ พิธีเปิด และ Panel Discussion
Panel Discussion หัวข้อ “บทบาทและการผนึกกำลังกันระหว่างส่วนกลางและวิทยาลัย เพื่อความเป็นเลิศของอาชีวศึกษา”
อ.สมบัติ แสงสว่างสัจกุล
มุมมองที่แตกต่างระหว่างนักวิชาการและผู้บริหาร
ผู้บริหารมีความรู้ในเรื่องการวางกลยุทธ์ ภารกิจ วิสัยทัศน์ และการทำ SWOT ในส่วนของนักวิชาการมักจะคิดว่าการทำงานของเขาโดนแทรกแซงโดยนโยบาย เป็นความรู้สึกของนักวิชาการ
ความเป็นผู้นำความสามารถของผู้นำกับนักบริหารจะมองกันคนละมุม
ความเป็นอาชีพกับนักวิชาชีพ อาชีพคือรับเป็นเงิน แต่นักวิชาชีพ ต้องมีศาสตร์และศิลป์และมีความสุขที่เราได้ทำ
ปัญหา เราต้องดูเราเป็นผู้นำ เราจะต้องจัดการกับปัญหาได้อย่างไร ดูวิธีแก้ปัญหารอบตัว มองปัญหาเพื่อหาทางแก้ในแต่ละเปลาะ
ประสบการณ์การบริหาร
เรื่องของการเป็นสถาบันในอนาคต งานของเราด้านติดตาม นโยบาย จะถูกกระจายไปสู่สถาบัน แต่เรื่องงานบริหารบุคคลและเรื่องงบประมาณ ยังอยูที่ส่วนกลาง
ก.พ. กำหนดบทบาทข้าราชการในอีก 10 ปีข้างหน้า
สิ่งที่เราต้องเตรียมคือเรื่องสมรรถนะ ( Competency)
อ.จีระ : ในการบริหารการศึกษาจะกระจายอำนาจไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว อย่างอธิการบดี trend ของโลกในอนาคต เราจะต้องไปทำงานร่วมกับวิทยาลัย ขณะนี้เรากำลังไปทำงานแบบพบกันครึ่งทาง ต่างก็เรียนรู้ว่าทั้ง 2 ทางมีความรู้สึกอย่างไร ผู้บริหารของอาชีวศึกษาไม่ใช่รู้เฉพาะวิชาการ ต้องรู้ทั้งลูกค้า 2 กลุ่ม คือ เราต้องทำงานร่วมกับวิทยาลัย และส่วนที่สองแล้วจะบริหารนายของท่านอย่างไร เพราะแก่นวันนี้เราจะต้องทำให้คนอื่นมองว่าเราช่วยสังคมจริงหรือไม่
คุณเจิดฤดี ชินเวโรจน์
เรื่องการปรับพฤติกรรมในการทำงานระดับผู้บริหาร เราจะทำอย่างไรให้การทำงานในภาพรวมเกิดการขับเคลื่อน เราต้องเชื่อมโยงกับสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู อาจารย์ และตัวนักเรียน เราต้องดูว่าเราจะต้องเชื่อมโยงกลับเพื่อร่วมงานทั้งในและนอก Silo อย่างไร เราเป็นผู้บริหารในระดับกลางเราต้องเชื่อมโยงกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อส่งต่อการทำงานไปสู่นักการเมืองอย่างไรและเจ้าหน้าที่ระดับล่างอย่างไร แต่ละสำนักต่างก็มีการบริหารเป็นของตนเองเราจะทำอย่างไรเพื่อให้เชื่อมโยงได้ภารกิจบทบาทหลักอยู่ที่การร่วมมือ
การเรียนเรื่องโลกาภิวัตน์ หลายๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันมาเร็วมาก
การที่เราจะบริหารทั้งคนและงาน เราต้องมาดูด้วยว่าสิ่งที่เราทำเป็นการบริหารหรือว่าเราทำไปตามกรอบ การปรับวัฒนธรรมองค์กร เราต้องดูว่าการทำงานของเราเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรเราต้องมีการคิดเพื่อการบริหารที่สร้างสรรค์ ความก้าวหน้าในการทำงานต้องมองว่าเราต้องขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าไปด้วย เราอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ตามกำลังแล้วค่อยๆขยายวงกว้างออกไป
ผอ.สุรศักดิ์ ศรีน้อย
ประสบการณ์ที่เรียนกับ อ.จีระ
สิ่งที่วิทยาลัยอยากฝากความหวังกับผู้บริหารคือ
สิ่งที่อยากให้ทำ
ขาดความเป็นอาชีวศึกษาอย่างชัดเจน ขาด Relations
มีการทำงานที่จะเชื่อมโยงกัน
Workshop
กลุ่ม 3
ประเด็นข้อที่ 1 มีการเสนอข้อมูลโดยให้ทุกคนมีส่วนร่วม รวมกัน มีการปรับกระบวนทัศน์ มีคณะทำงาน มารวมข้อมูลกัน มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้สามารถนำมาใช้ข้อมูลร่วมกันได้ในแต่ละสำนัก
สารสนเทศ จากข้อมูลที่มาจากสถานศึกษา นำมาเก็บไว้ในส่วนกลาง เพื่อจะได้ข้อมูลที่เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน และเป็นการอ้างอิงในสถานที่เดียวกัน
คำถามที่น่าสนใจ คือ เสนอแนะว่าเราควรจะดำรงอยู่ตรงไหน?
วิเคราะห์ประเด็น
ผอ. สุรศักดิ์ มีการดำเนินการโดยการเข้าถึงข้อมูลที่ชัดเจน มีการบริหารจัดการที่ดี
คุณเจิดฤดี มีปัญหาเรื่องข้อมูลในหลายด้าน ทั้งการขอข้อมูลต่างๆ ข้อมูลที่ได้มาจะไม่ตรงตามที่ต้องการ ต้องมีความชัดเจนในคณะทำงาน ต้องมีตัวแทนในตอบและหาข้อมูล ไม่ใช่มีแค่คนใดคนหนึ่งแต่มีตัวแทนที่สามารถทำแทนกันได้
กลุ่ม 6
การติดตามข้อมูล ได้เริ่มทำเพื่อให้เกิดความชัดเจน และมีการตอบสนองตามความต้องการ มีการส่งรายงานของแต่ละสำนักผ่าน website สามารถดูแลได้ด้วยกันทั้งหมด ความสัมพันธ์ระหว่าง silo ระหว่างสำนักกับสำนัก ซึ่งแต่ละสำนักขาดความชัดเจน ในการทำงาน ควรปรับพฤติกรรม เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในการทำงาน เพื่อให้รู้จักกันมากขึ้น
วิเคราะห์ประเด็น
คุณเจิดฤดี มีการจัดความสัมพันธ์กันดี เพื่อให้หลอมรวมให้รู้จักกันอย่างทั่วถึง มีการเปิดใจในระหว่างผู้เข้าอบรม และมองว่าการเข้าฝึกอบรมมีประโยชน์อะไรกับตัวเราเอง
ผอ.สุรศักดิ์ ผู้บริหารการเปลี่ยนแปลง ต้องมองอะไรที่ไม่เหมือนกัน สอศ. ยังไม่มีการวิเคราะห์งาน เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน มีอะไรที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ และเราจะมาให้ข้อมูลร่วมกันอย่างไร ผอ.แต่ละสำนักต้องปรึกษาหารือและเปิดใจร่วมกัน มีทรัพยากรอะไรที่สามารถนำมาเอื้อกัน ได้ใช้ร่วมกัน
คุณเจิดฤดี เราแยกการทำ JD โดยให้มืออาชีพมาทำ JD แต่กลับให้คนข้างในมาทำ ทำให้ยึดติดในอัตตาที่ตัวเองถนัด ทำให้เกิดภารกิจบทบาทที่ซ้ำซ้อน แก้โดยการให้คนข้างนอกมาแก้และเปลี่ยนโครงสร้าง และแบ่งมาฝ่ายใหนควร ทำอะไร?
อ. จีระ ถ้าเรามี Silo ที่เชื่อมกันได้ เราสามารถเชื่อมกันได้ในระหว่างวิทยาลัย และสำนักต่างๆ อาจจะมี Consultant จากข้างนอกเพื่อมาแนะนำให้ เพื่อให้ได้รับการดูแลมากขึ้น
กลุ่ม 2
มีมุมมองที่ดีในภาพลักษณ์ของ สอศ.
อาจจะเห็นถึงอุปสรรค การปฏิบัติและขั้นตอนในการทำงาน และความชัดเจนในการติดต่อประสานงาน และหาข้อมูลที่เป็นข้อมูลที่แท้จริง หาความต้องที่สามารถจะเป็นไปได้
วิเคราะห์ประเด็น
ผอ. สุรศักดิ์ ภาพลักษณ์ สอศ. มีคน 20,000 กว่าคน ดูฟังก์ชัน มีบทบาทหน้าที่อย่างไร เชื่อมโยงเป็น Network อย่างไร คนในสสอ.ต้องเป็นคนที่เป็นซุปเปอร์แมน และต้องมีการเชื่อมโยงระหว่างบุคลากรและต้องทราบถึงรายละเอียดเพื่อมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อให้เพิ่มพูนข้อมูลของตัวเอง เพื่อสามารถเชื่อมโยงกับ สสอ.ได้
เรื่องข้อมูล ตามที่อธิบายไปแล้ว โดยทำการ Outsource จากข้างนอก
คุณเจิดฤดี ภาพลักษณ์ เป็นสิ่งที่ใหญ่มาก การที่จะทำภาพลักษณ์ในภาพรวมมีหลายปัจจัยมาก แต่ในฐานะที่เราเป็นตัวจัดตัวหนึ่ง เราต้องเริ่มจากตัวเองก่อน เพื่อสามารถคุยกับผู้บังคับบัญชาระดับต้น ไปถึงระดับกลางและระดับสูง และขยายใหญ่ไปในภาพรวม
ความชัดเจนข้อมูล มีคณะกรรมการจัดแต่ละสำนักมารวมกัน เพื่อให้ขับเคลื่อนเป็นรูปธรรม
อ.จีระ สามารถนำเสนอเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง Silo
ภาพลักษณ์สังคมไทยมองสิ่งที่เป็นอยู่ต่ำกว่าศักยภาพที่มีอยู่ ตลาดแรงงานในเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 70 % ซึ่งเป็นแรงงานที่ผลิตมาจากอาชีวะ ถ้าเราเอาจริงเรื่องภาพลักษณ์
- เราต้องใช้พันธมิตร เช่น เซเว่น อีเลเว่น
- ค้นหาและรู้จักตัวเอง มีความภาคภูมิใจในอาชีวะศึกษา
กลุ่ม 5
ปัญหา ทำอย่างไรให้สังคมอาชีวะมีความจริงใจ ต่อกัน (ทุกวันนี้คิดว่ามีเพียงครึ่งเดียว)
Internal Communication
วิเคราะห์ประเด็น
ผอ.สุรศักดิ์ สร้างบรรยากาศในการทำงาน ให้ดูน่าอยู่ น่าทำงาน ทำให้สามารถผ่อนคลายลง เปิดเพลงเบาๆ สร้างบรรยากาศในการผ่อนคลายลง
คุณเจิดฤดี เราต้องย้อนกลับมาดูว่า การขาดการสื่อสาร มีการแชร์ข้อมูลเพื่อให้ไปสำนักฯ โดยมีการแยกประชุมในกลุ่มย่อย และค่อยขยายมาให้กว้างขึ้น โดยทำตามแผนของแต่ละสำนัก โดยมีการประชุมตามแผนงานประจำปี มีการแบ่งงาน และแผนปฏิบัติงานของแต่ละสำนัก เพื่อช่วยในการสื่อสารและในสำนักงานได้
อาชีวะ ต้องมีการนำไปศึกษาดูงานในหน่วยงานใหญ่ เช่น บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย บมจ.การบินไทย เป็นต้น Working Environment จึงสำคัญในการทำงาน ส่งผลต่อการทำงานในภาพกว้าง
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัว ลูก ลูกน้อง และเพื่อนร่วมงาน ต้องมีการ Working ของบุคคลแต่ละคน ต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนแต่ละคน กลับมาดู การทำงานเป็นทีม การยกย่องให้เกียรติคนอื่น Give ก่อน Take รวมทั้งต้องมีความสุขในการทำงานด้วย
กลุ่ม 4
จุดอ่อนของ สอศ. ภายใน ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการจ่ายเงิน ต้องมีการเบิกจ่ายตามระเบียบ ภายใต้กฎต่างๆ จึงไม่สามารถเบิกจ่ายได้อย่างรวดเร็ว กฎระเบียบมีมากมาย ได้มีการหารือเพื่อหาทางแก้ไขแล้วแต่ไม่สามารถดำเนินการได้
ปัญหา ไม่ต้องมองสถานศึกษา แต่มอง Silo การเบิกจ่าย การจัดซื้อ มีระเบียบว่า ต้องตั้งงบประมาณถึงจะจัดซื้อได้ แต่ขณะนี้สามารถเบิกจ่ายได้
คำถาม การทุจริตเชิงนโยบาย เรามีแนวทางการดำเนินงานอย่างไร?
วิเคราะห์ประเด็น
อ.จีระ ต้องนึกถึงลูกค้า ต้องมีการเจรจาต่อรอง แต่ละท่านต้องรับฟังด้วยว่าเพราะอะไร ฝ่ายการเงินได้พูดแล้วว่าต้องมีความเข้าใจซึ่งกัน และต้องอธิบายด้วยความใจเย็น
ผอ.สุรศักดิ์ วิทยาลัยมีรองฯ 4 คน ประเด็นแรก สร้างความเข้าใจให้บุคลากรในองค์กรเข้าใจ ถ้าผิดพลาดจะเกิดปัญหา โดยมีคู่มือ การตอบกระทู้กรณีตัวอย่าง ทำตัวอย่างให้เห็นว่าเกิดปัญหาแล้วเป็นอย่างไร? การกรอกแบบฟอร์มต่างๆ เพื่อให้เกิดการมีหลักฐานในการดำเนินงาน
ทุจริตเชิงนโยบาย มีน้อยมาก แต่เริ่มที่ สอศ. มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีการดำเนินการมาอย่างไร ได้รับข้อมูลมาอย่างไรเรื่องนั้นเกี่ยวข้องอย่างไร
สิ่งเหล่านี้เคยยึดถือปฏิบัติอย่างไร และเสนอตามขั้นตอน การสั่งการของผู้บังคับบัญชา
ขอฝากไว้ให้เป็นหลักการทำงาน 9 คำ คือ อ่อนน้อม ถ่อมตน ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่รู้ สู้งาน มีน้ำใจ
คุณเจิดฤดี การถูกสั่งด้วยวาจา เราบันทึกไว้ว่าได้ถูกสั่งไว้ว่าอย่างไร เพื่อใคร และอะไร ยึดระเบียบของกระทรวงการคลัง ให้ศึกษาและลึกซึ้ง เพื่อถ้ามีคนสอบถามมาก็สามารถตอบคำถามนั้นๆได้ และสามารถบอกได้ควรทำอย่างไรต่อเพื่อให้ถูกกับระเบียบที่มีไว้ ไม่ทำความเดือดร้อนทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
การสร้าง Networking and Partnership
มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา หนังสือ Never Eat Alone เป็นจุดที่ทำให้เกิด Motivation
มี High tech and High touch คือ มี Hardware และมี Software
มี Network และ Partnership
ต้องสร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ลึก โดยเน้น 3 เรื่อง การจะคบกับใครอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวหรือประโยชน์ระยะสั้น ความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องเกิดจากความสุข และความสบายใจที่คบหากัน และค่อยๆ ไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน
ต้องเน้นเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ ความศรัทธา การยกย่องนับถือ ไม่ได้มองแค่เปลือกนอก และเน้นความแตกต่างกันทางความรู้ หรือทักษะ และศักยภาพ เพื่อสร้าง Synergy ให้ได้จริงๆ คือ รู้เรื่องบัญชี รู้เทคโนโลยี รู้เรื่องการตลาด
จากการเรียนเรื่อง Networking & Partnership Management
1. ยกตัวอย่างกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Key ของอาชีวะมา 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 4
กลุ่มที่ 5
ดร.จีระ เสริมว่า หลังจากวันนี้เราต้องพยายาม Follow through ในกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องต่างประเทศซึ่งเรามีปัญหามากเพราะปัญหาในเรื่องภาษา
กลุ่มที่ 6
ดร.จีระ เสริมว่า การเชื่อมโยงเครือข่ายกับภาคประชาชนเป็นเรื่องที่ดีมาก
กลุ่มที่ 2
กลุ่ม 3
2. กำหนดยุทธวิธีที่จะเพิ่มศักยภาพของอาชีวะฯ โดยการสร้าง Networking (ตัวเอง & องค์กร)
กลุ่มที่ 4
เริ่มจากการวิเคราะห์ SWOT ของตนเอง แล้วเปิดใจที่รับรู้สิ่งต่าง ๆ พยายามให้ตัวเองเป็นคนใฝ่รู้
จากนั้นวิเคราะห์ SWOT ขององค์กร มีการหมุนเวียนงาน เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีความรู้และความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน
องค์กรของเราควรจะมีความสามัคคีกันด้วย ผู้นำเองก็ต้องฉกฉวยโอกาสและนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศให้ได้
กลุ่มที่ 5
กลุ่มที่ 6
กลุ่มที่ 2
ตนเอง
องค์กร
กลุ่มที่ 2
ตนเอง
องค์กร
ผมพยายามคิดให้ได้ว่า ผมเรียนแล้วได้อะไร คำตอบคือ การจุดประกายความคิดที่จะเริ่มจะทำ แต่ลักษณะงานๆ ไม่เปิดโอกาส ทำงานจนโงหัวไม่ขึ้น
ได้อะไรบ้างจากการเรียนรู้ในวันนี้
1. ได้ทราบถึงการบริหารหารจัดการบุคคลและองค์กร
2. ทราบถึงแนวคิด ของ ผอ.สุรศักดิ์
3. การปรับตัวของตัวเอง
มูลค่าที่ได้รับ คือ
1. การปรับตัวให้ทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
2. การเเก้ไขปัญหาในการปฎิบัติงาน
3. Human Relationship
4. เทคนิคการสร้าง Alliance
ได้อะไรเพิ่มขึ้น
รู้จักตนเองเพิ่มมากขึ้นว่าควรจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้องค์กรของเราประสบความสำเร็จ
มูลค่าเพิ่มคืออะไร ให้มีมุมมองที่กว้างไกลเพิ่มขึ้น เปลี่ยนทัศนคติในทางบวก
ตัวเองหรือองค์กรไม่สามารถประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง เครือข่ายหรือหารสนับสนุนซึ่งกันและกันมีความสำคัญต่อการเเก้ไขปัญหาและอุปสรรคขององค์กร
สิ่งที่ได้วันนี้
1. ได้ความรู้เพิ่มขึ้น
2. ได้ฝึกการคิด และแสดงความคิดเห็นร่วมกัน
3. สามารถนำไปใช้ในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
องค์กร
1. ได้บุคลากรที่มีวิสัยทัศน์ที่ดีขึ้น
2. ได้บุคลากรที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น
มาเป็นครั้งแรกค่ะ
ได้อะไรกับตนเอง
ได้อะรกับองค์กร
มาเข้ารับการอบรมครั้งเเรก
สิ่งที่ตนเองได้ รับความรู้และหลักในการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพ
สิ่งที่ได้กับองค์กร บุคลาลกรที่มีคุณภาพที่จะมาพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีคุณภาพ
สิ่งที่ได้
เเนวทางในการเก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในหน่วยงาน ซึ่งต้องแก้ไขที่ตนเองก่อนในอันดับแรก และต้องมองคนอื่นที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน
รวมทั้งต้องร่วมกันปรึกษา หารือ และเเก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตามผู้บริหาระดับสูง ต้องให้ความสำคัญและจริงจังในการเเก้ไขปัญหาด้วย
สิ่งที่ได้ในวันนี้
ต่อตนเอง
ทำให้รู้ค่าบางสิ่งที่เราคิดว่าไม่จำเป็นในการทำงานเช่นเรื่องความคิกสร้างสรรค์ หรือการเเจกนามบัตร สิ่งเหล่านี้อาจะทำให้เราทำงานได้ดีขึ้นอย่างมาก
องค์กร
ทำให้เห็นความสำคัยของการสร้างเครือข่ายไม่ใช่สิ่งที่ยาก โดยเริ่มจากในหน่วยงานของเราก่อน
มาเรียนครั้งเเรก
ตัวเอง
องค์กร
สิ่งที่ได้รับในวันนี้
ตัวเอง ได้รับประโยชน์ในเรื่องการบริหารงาน บริหารบคลากร ความรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปกระตุ้น ปรับปรุงในงานที่ได้ปฎิบัติอยู่
หน่วยงาน องค์กร ได้รับประโยชน์คือได้บุคลากรที่รู้จักปรับปรุงตัวเอง ปรับปรุงงานเดมและรู้จักหน่วงานใหม่
ตัวเอง
องค์กร
สิ่งที่ได้รับต่อตนเอง