Panel Discussion หัวข้อ “บทบาทและการผนึกกำลังกันระหว่างส่วนกลางและวิทยาลัย เพื่อความเป็นเลิศของอาชีวศึกษา”
อ.สมบัติ แสงสว่างสัจกุล
มุมมองที่แตกต่างระหว่างนักวิชาการและผู้บริหาร
ผู้บริหารมีความรู้ในเรื่องการวางกลยุทธ์ ภารกิจ วิสัยทัศน์ และการทำ SWOT ในส่วนของนักวิชาการมักจะคิดว่าการทำงานของเขาโดนแทรกแซงโดยนโยบาย เป็นความรู้สึกของนักวิชาการ
ความเป็นผู้นำความสามารถของผู้นำกับนักบริหารจะมองกันคนละมุม
ความเป็นอาชีพกับนักวิชาชีพ อาชีพคือรับเป็นเงิน แต่นักวิชาชีพ ต้องมีศาสตร์และศิลป์และมีความสุขที่เราได้ทำ
ปัญหา เราต้องดูเราเป็นผู้นำ เราจะต้องจัดการกับปัญหาได้อย่างไร ดูวิธีแก้ปัญหารอบตัว มองปัญหาเพื่อหาทางแก้ในแต่ละเปลาะ
ประสบการณ์การบริหาร
- เราต้องเป้าหมายชีวิต และต้องทำให้ถึงเป้า งานทำงานก็จะต้องตั้งเป้าหมายเพื่อให้เกิดความท้าทาย
- การที่เราจะนำคนได้ต้องอ่อนนอก แข็งใน
- ต้องมีหลักการ ไม่เสียความเป็นตัวของตัวเอง เพราะเราเสียหลักความเป็นตัวของตนเองบ้างครั้งยอมเสียงานดีกว่า
- เอกภาพในกลุ่มในบริหาร ต้องคิดว่าทำอย่างไรถึงไปได้ทั้งหมด อาจจะมีขัดใจกับบ้างแต่ก็ต้องถือส่วนใหญ่
- มีลิ้นชักเก็บไว้ใส่ความคิดและงานแต่ละอย่าง
- ต้องมีการบริหารเวลา ต้องไม่ให้มีช่องว่าง
- ได้ใจของทุกคน นาย ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน
- ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง
เรื่องของการเป็นสถาบันในอนาคต งานของเราด้านติดตาม นโยบาย จะถูกกระจายไปสู่สถาบัน แต่เรื่องงานบริหารบุคคลและเรื่องงบประมาณ ยังอยูที่ส่วนกลาง
ก.พ. กำหนดบทบาทข้าราชการในอีก 10 ปีข้างหน้า
- บทบาททางยุทธศาสตร์
- บทบาทของการเป็นผู้นำในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
- บทบาทของนักพัฒนา
- เชี่ยวชาญในงานทรัพยากรมนุษย์
สิ่งที่เราต้องเตรียมคือเรื่องสมรรถนะ ( Competency)
- มีความเป็นวิชาชีพ
- ผู้ที่มีจรรยาบรรณวิชาชีพ
- ทักษะการคิด
อ.จีระ : ในการบริหารการศึกษาจะกระจายอำนาจไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว อย่างอธิการบดี trend ของโลกในอนาคต เราจะต้องไปทำงานร่วมกับวิทยาลัย ขณะนี้เรากำลังไปทำงานแบบพบกันครึ่งทาง ต่างก็เรียนรู้ว่าทั้ง 2 ทางมีความรู้สึกอย่างไร ผู้บริหารของอาชีวศึกษาไม่ใช่รู้เฉพาะวิชาการ ต้องรู้ทั้งลูกค้า 2 กลุ่ม คือ เราต้องทำงานร่วมกับวิทยาลัย และส่วนที่สองแล้วจะบริหารนายของท่านอย่างไร เพราะแก่นวันนี้เราจะต้องทำให้คนอื่นมองว่าเราช่วยสังคมจริงหรือไม่
คุณเจิดฤดี ชินเวโรจน์
เรื่องการปรับพฤติกรรมในการทำงานระดับผู้บริหาร เราจะทำอย่างไรให้การทำงานในภาพรวมเกิดการขับเคลื่อน เราต้องเชื่อมโยงกับสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู อาจารย์ และตัวนักเรียน เราต้องดูว่าเราจะต้องเชื่อมโยงกลับเพื่อร่วมงานทั้งในและนอก Silo อย่างไร เราเป็นผู้บริหารในระดับกลางเราต้องเชื่อมโยงกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อส่งต่อการทำงานไปสู่นักการเมืองอย่างไรและเจ้าหน้าที่ระดับล่างอย่างไร แต่ละสำนักต่างก็มีการบริหารเป็นของตนเองเราจะทำอย่างไรเพื่อให้เชื่อมโยงได้ภารกิจบทบาทหลักอยู่ที่การร่วมมือ
การเรียนเรื่องโลกาภิวัตน์ หลายๆ คนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วมันมาเร็วมาก
การที่เราจะบริหารทั้งคนและงาน เราต้องมาดูด้วยว่าสิ่งที่เราทำเป็นการบริหารหรือว่าเราทำไปตามกรอบ การปรับวัฒนธรรมองค์กร เราต้องดูว่าการทำงานของเราเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรเราต้องมีการคิดเพื่อการบริหารที่สร้างสรรค์ ความก้าวหน้าในการทำงานต้องมองว่าเราต้องขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าไปด้วย เราอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ตามกำลังแล้วค่อยๆขยายวงกว้างออกไป
ผอ.สุรศักดิ์ ศรีน้อย
ประสบการณ์ที่เรียนกับ อ.จีระ
- ท้าทาย และกระตุกต่อมเรียนรู้ แต่ถ้าเราอ่อนไหวเราจะโกรธ
- ประเด็นที่ได้นำไปทำงานได้จริง
- นำความรู้ที่เราไม่รู้ไปเชื่อมโยงในการทำงาน
- เรียนรู้ให้ดูสิ่งที่ อ.สอน
- เรียนรู้ตัวตนของเราเป็นอย่างไร ขาดอะไร เพื่อจะได้มาเติมเต็มในสิ่งที่เราขาด
- การเปลี่ยนแปลง ต้องเรียนรู้จากคนอื่น เป็นโอกาสที่เราได้เพิ่มเติมความรู้ด้วย
- คิดเชิงระบบเป็น
สิ่งที่วิทยาลัยอยากฝากความหวังกับผู้บริหารคือ
- ทิศทางชัดเจนหรือไม่
- สิ่งที่อยากได้มี Manual ไว้เป็นคู่มือการทำงาน
- มีน้ำใจเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างงานที่ดีให้องค์กร
- ครูขาดที่พึ่งพา สำนัก ขาด service mind
- ขาดความเชื่อมโยง
- ขาดการทำงานเชิงระบบ
- สถาบันอาชีวศึกษาไม่รู้บทบาทที่ชัดเจนของสำนัก ไม่มีคู่มือชี้แจง
- สำนักน่าจะมี Call Center ระบบยังช้าอยู่
- ระบบ link ข้อมูลในสำนัก online เพื่อความสะดวกในการเอาข้อมูลสำคัญ แบบฟอร์มต่างๆ มาใช้ประโยชน์ในการทำงาน
สิ่งที่อยากให้ทำ
- เปิดใจ
- เปิดสมอง คิดหลายมุม
- เปิดมือ - ทำ
ขาดความเป็นอาชีวศึกษาอย่างชัดเจน ขาด Relations
มีการทำงานที่จะเชื่อมโยงกัน