ในยุคปัจจุบัน  ราคาน้ำมันแพง  ราคาสินค้า ก็ขยับตามขึ้นไปอีก  คนเราก็ต้องดิ้นรนมากขึ้น  อาจเป็นเพราะสังคมในปัจจุบันหลงนิยมในวัตถุมากเกินไป  เพราะวัฒนธรรมแนวใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามา  การทำงานทุวันนี้อาศัยเครื่องมือ เครื่องจักรเป็นส่วนใหญ่ รวดเร็วทันใจ  ดังเช่นการทำนา ในสมัยก่อนชาวนาจะเริ่มลงทำนาในช่วง ต้นพฤษภาคม เป็นต้นไป  เตรียมดิน  เตรียมหว่านกล้า  แต่ปัจจุบัน ผมเห็นบางแห่งก็ เริ่มที่จะเผาตอซังในนา เพื่อที่จะเตรียมไถนา และหว่านข้าวนาปี กันแล้ว การที่เผาตอซังข้าวนี้  ผมเคยถามชาวนาว่าทำไมต้องใช้วิธีเผา เขาบอกว่าถ้าไม่เผาแล้ว รถไถนาก็จะไถได้ลำบาก คนขับรถไถเขาจะไม่ไถนาให้เพราะ เปลืองน้ำมัน หรือถ้าไถก็ต้องคิดราคาแพงขึ้นไปอีก  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเผาตอซังก่อนเพื่อที่จะให้ไถง่ายขึ้น  การเผาซังข้าวเป็นการทำลายหน้าดิน  ดินจะเสื่อมคุณภาพ  สัตว์เล็กสัตว์น้อยในท้องนาก็ต้องตายเพราะถูกไฟเผา  เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า  เผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ  เสี่ยงต่อการเกิดหมอกควัน  ยิ่งถ้าอยู่ใกล้ถนนด้วยแล้ว จะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ใช้รถใช้ถนนลดลง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ  ผมว่าถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมาทำความเข้าใจ และแนะนำชาวนาให้เห็นถึงผลกระทบจากการเผาตอซังในนาข้าว เปลี่ยนมาใช้วิธีไถกลบจะดีกว่า เนื่องจากจะเป็นปุ๋ย แล้วยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  และเป็นการประหยัดการใช้ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช  อย่าลืมว่าชาวนาปลูกข้าว แต่ไม่สามารถกำหนดราคาขายข้าวได้  แต่ร้านค้าขายปุ๋ยเคมีสามารถกำหนดราคาเองได้  นี่คือข้อเสียเปรียบที่ยิ่งใหญ่ ของชาวนาไทย และเกษตรกรไทย  ประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1ของโลก แต่ชาวนายังยากจนเป็นหนี้สินรุงรัง  เพราะกำหนดราคาข้าวเองไม่ได้  แต่ในขณะที่ประเทศที่ขายน้ำมันสามารถกำหนดราคาน้ำมันเองได้   ดังนั้นสิ่งไหนที่จะลดต้นทุนในการผลิต ชาวนาก็ควรจะคำนึงด้วย  เพราะจะทำให้มีกำไรเหลือจากการทำนา   ถึงเวลาแล้วที่ราต้องหันมาทำนาแบบไถกลบตอซังข้าว