ศิลปะ โดยใช้กระบวนการศึกษาตามอัธยาศัย

 

   วันอาทิตย์ที่  7 มีนาคม 2553ได้ไปร่วมงานรดน้ำศพ และแสดงความเสียใจกับครอบครัว อ.มนตรี สังข์มุสิกานนท์ รองอธิการ ฯ ม. ทักษิณ สงขลา ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต ด้วยวัยเพียง 45 ปี ที่ร้านอาหารเจ็ตตี้

  ผู้เขียนมีโอกาสรู้จัก อ.มนตรีครั้งแรก ตอนที่เรียนอยู่ที่ ม. ประสานมิตร  ปี28 อ.มนตรีขณะนั้นเรียนวิชาเอกศิลปะ และเรียนวิชาโท การศึกษานอกระบบ และเมื่อถามว่าทำไมมาเลือกเรียนวิชาการศึกษานอกระบบ  เพราะเป็นการเรียนวิชาโท ที่ไม่เหมือนใคร แต่ได้รับคำตอบว่า "เป็นความตั้งใจ เพราะผมตั้งใจจะใช้งานการศึกษานอกระบบถ่ายทอดงานศิลปะสู่มวลชน " ซึ่งในระยะแรกเราก็ไม่ค่อยเข้าใจ  แต่มีความเชื่อมั่นว่า อ. มนตรีต้องทำได้ เพราะ อ. มนตรี เป็นคนที่มีความฝันและความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อคนอื่นเสมอ และเรายังล้อกันว่า ว่าอ.มนตรี เป็นพวก นิยมปรัชญา เอ็กซิทเท็นเซียลลิซึ่ม

  เมื่อเรียนจบ อ.มนตรีก็ได้แต่งงานกับ อ.จำป็น เพื่อนสนิทของผู้เขียน ครอบครัวของเราจึงสนิทกับมากขึ้น ถึงขนาดว่าเคยไปซื้อที่ดิน อยู่ติดกัน โดยมีความฝันว่าสองครอบครัวเราจะได้อยู่ใกล้ๆกันยามเกษียณอายุราชการ ต่อมาด้วยภาระการงานของทั้งสองครอบครัว จึงไม่ค่อยมีโอกาสพบกันมากนัก แต่อ.มนตรี ก็ได้ทำงานศิลปะ โดยใช้กระบวนการศึกษาตามอัธยาศัย ให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ เข้าถึงความงาม ความสุนทรีย์ของศิลปะ ผลงานของ อ.มนตรีจะอยู่ไปทั่วเมืองสงขลา เช่น รูปปั้นคนนั่งอ่านหนังสือที่อยู่ริมชายหาดด้านหลังโรงแรมสมิหรา  พญานาคพ่นน้ำ  และผลงานอื่นๆ อีกมากมาย นับไม่ถ้วน  นี่คือประจักษ์พยานว่า  อ.มนตรีได้สานฝันและขับเคลื่อนงาน กศน. สู่ประชาชนผ่านงานศิลปะ ตามที่ตั้งใจไว้ แม้ว่า  อ.มนตรี จะจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่คุณงามความดีและผลงานที่สร้างไว้ ก็จะยังคงอยู๋ ไม่มีวันสูญสลาย