จากบันทึกเรื่อง การส่งเสริมทันตสุขภาพในชมรมผู้สูงอายุ ศูนย์อนามัยที่ 8 (1) : ทำอะไร ใครประชุมบ้าง เมื่อแนะนำทีมงาน และผู้เข้าประชุมแล้ว ศุนย์อนามัยที่ 8 ก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก หมอนนคนขยัน มาบรรยายใน 2 หัวข้อคือปัญหาทันตสุขภาพในผู้สูงอายุ และเรื่องการส่งเสริมทันตสุขภาพในชมรมผู้ศุงอายุ
หมอนน เริ่มด้วยการพูดถึงนโยบายกระทรวงสาธารณสุข : ซึ่งเน้นในเรื่อง
- การป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพ ... 1 ใน 10 นโยบายมุ่งเน้นพิเศษ พร้อม 3 หลัก ... โปร่งใส – สามัคคี - มีส่วนร่วม
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (ดูแลโดยชุมชนและบริการส่งเสริมป้องกันระดับปฐมภูมิ)
- การบูรณาการบริการผู้สูงอายุระดับตติยภูมิ (เชื่อมโยงระบบจากบริการส่งเสริมป้องกันระดับปฐมภูมิ สู่การรักษา ฟื้นฟูสภาพในระดับตติยภูมิ)
การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เป็น 1 ใน 5 ประเด็นยุทธศาสตร์กรมอนามัย : โดยมีเป้าประสงค์ : ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ คือ
1. สุขภาพดีทั้งทางร่างกายจิตใจ และสังคม
- สุขภาพกายดี คือ ไม่มีโรค หรือมีแต่ควบคุมได้ เช่นความดันไม่เกิน 140/90 มม.ปรอท หรือเบาหวานไม่เกิน 126 mm/dl
- สุขภาพจิตดี คือ ร่วมกิจกรรมกับครอบครัว และ/หรือเพื่อนบ้านประจำ เมื่อมีปัญหาไม่สบายใจ สามารถแก้ไขได้โดยไม่ต้องปรึกษาเจ้าหน้าที่ ลูกหลานให้ความเคารพนับถือ หรือมาปรึกษาหารือ ลูกหลานมาเยี่ยมหรือดูแลเอาใจใส่
- สุขภาพสังคมดี คือ เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุในชุมชน ร่วมทำกิจกรรม พัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชน
2. มีฟันใช้งานได้อย่างเหมาะสม คือมากกว่า 20 ซี่ และฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่
3. ดัชนีมวลกาย ระหว่าง 18.5-24.9 กิโลกรัม/เมตร และรอบเอวอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือผู้ชายไม่เกิน 80 ซ.ม. ผู้หยิงไม่เกิน 80 ซ.ม.
4. ช่วยเหลือตนเอง และ/หรือ ผู้อื่นได้ ตามอัตภาพ ไม่ติดเตียง ถึงแม้จะติดบ้าน หรือติดสังคมก็ตาม
5. มีการออกกำลังกายตามความเหมาะสม อย่างน้อยสับดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
จากสถานการณ์ที่ผู้สูงอายุมีโรคอย่างน้อย 1 โรค ร้อยละ 72.5 โดยโรคที่เป็นมากที่สุดคือความดันโลหิตสูง และเบาหวาน และเมื่อสูงอายุขึ้นต้องอาศัยคนดูแลมากขึ้น และจากสถานการณ์พบว่าผู้สูงอายุมีฟันมากกว่า 20 ซี่ ร้อยละ 54.8 และมีฟันอย่างน้อย 4 คู่สบร้อยละ 50.2 (ปี 2552) เมื่อเทียบจากวัยทำงานที่มีฟันมากกว่า 20 ซี่ร้อยละ 96.2 จะเห็นได้ว่าจำนวนการสูญเสียฟันจากวัยทำงานถึงผู้สูงอายุมีค่อนข้างมาก ทั้งนี้อาจเนื่องมากจากผู้สูงอายุจะเป็นโรคปริทันต์ และรากฟันผุมากขขึ้น ซึ่งโรคเหล่านี้รักษาได้ยากและเป็นสาเหตุของการสูญเสียฟันในกลุ่มผู้สูงอายุมากที่สุด
นอกจากนั้นจากการพบว่า สุขภาพช่องปาก มีความสัมพันธ์กับโรคทางระบบ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และสุขภาพฟัน สัมพันธ์กับความสุข และประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร รวมทั้ง ความมั่นใจ ในการเข้าร่วมกิจกรรมในสังคม ความเจ็บปวด ไม่สบายจากฟัน มีผลต่อการพักผ่อน นอนหลับ การทำงาน และการทำกิจกรรมตามปกติ การสูญเสียฟันและจำนวนฟันที่เหลือ มีผลต่อการเคี้ยวอาหาร การเลือกชนิดอาหาร ส่งผลต่อภาวะโภชนาการ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาจากการเคี้ยวอาหาร มีโอกาสเกิด underweight เป็น 3 เท่า ของผู้ที่ไม่มีปัญหา
จากกระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” และปัญหาหลักในกลุ่มผู้สูงอายุ ได้แก่ การสูญเสียฟันจนไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ เสี่ยงต่อการสูญเสียฟัน จากรากฟันผุ และปริทันต์ และ ศักยภาพและความใส่ใจในการดูแลอนามัยช่องปากลดลง ทำให้เกิดความคิดในการจัดทำโครงการดูแลสุขภาพในช่องปากของผู้สูงอายุ โดยกรมอนามัยได้จัดให้มีโครงการเกี่ยวกับผู้สูงอายุดังนี้
- ฟันเทียมพระราชทาน
- บริการทันตกรรมป้องกัน ตามชุดสิทธิประโยชน์
- การส่งเสริมสุขภาพช่องปาก โดยชมรมผู้สูงอายุ
- การสร้างกระแสฟันดี : ประกวด “10 ยอดฟันดี วัย 80 ปี”
เพื่อ
- คงสภาพช่องปากที่ดีให้นานที่สุด
- ลดการสูญเสียฟัน
- มีฟันเทียมทดแทนฟันที่สูญเสียไป