...ในขณะที่ไม่ได้ยินเสียงคนที่ได้ชื่อว่า "แม่"บ่นว่าอะไรลูกแม้แต่คำเดียว

ให้เบา..เอาหนัก

สามอาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาส่วนใหญ่จะให้กับพ่อ

             พ่อไม่สบาย..เข้า-ออกโรงพยาบาลบ่อยมาก..

             หมอนัดตรวจหลายๆเรื่อง  ว่าไปตามขั้นตอนของการรักษา  ว่าไปแล้วจะเรียกว่าการรักษาก็ไม่เชิง..ขั้นต้นเป็นเรื่องของการหาข้อมูล โดยการทำ lab ก่อนจะรักษาอายุรกรรมต่อไป..

 

             ขั้นตอน lab ขั้นตอนหนึ่ง เกิดปัญหาระหว่างการทำงานเล็กน้อย พ่อต้องอยู่พักค้างคืนที่หน่วยสังเกตการณ์ ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์  ตัวเองอยู่เฝ้าพ่อในคืนนั้น

             การอยู่เฝ้าไข้ในห้องที่มีเตียงผู้ป่วยหลายรายอยู่รวมกันในห้องสังเกตการณ์ทำให้ได้ปรัชญาชีวิตหลายๆอย่าง

แน่นอนปรัชญาแรกสุดที่ได้ คือ "การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ"

 

การ"เจ็บ"และ "ป่วย" สามารถที่จะเกิดได้กับคนทุกคน..ไม่เลือก...ทารก..เด็ก..วัยรุ่น..ผู้ใหญ่..คนแก่..

มีเกิดแล้วก็มีเจ็บ...ธรรมดา

 

             เตียงที่อยู่ใกล้กันกับเตียงที่พ่อนอนพักรักษาเป็นเตียงผู้หญิงวัยรุ่นที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ  หน้าตา  แขน ขา มีแผลถลอกมากพอสมควร  หัวเตียงมีป้ายติดไว้ว่า "ห้ามทำหัตถการแขนข้างขวา"

             ฟังความเอาจากคนมาเยี่ยมและคนเฝ้าที่เป็นแม่คนเจ็บพูดคุยกันแล้วพอจะจับความได้ว่าเป็นอุบัติเหตุจากรถมอเตอร์ไซค์  เตียงนี้เป็นเตียงที่มีคนเยี่ยมมากที่สุดในโซนเดียวกัน  ทั้งญาติ ทั้งเพื่อนคนเจ็บ  ทั้งกลุ่มงานการทำประกัน....

 

             หญิงวัยรุ่นที่เป็นคนเจ็บประมาณเอาจากหน้าตาและเพื่อนๆที่มาเยี่ยมคงเรียนระดับอุดมศึกษา ไม่ปี 2 ก็ปี 3 ..ช่วงที่เพื่อนๆมาเยี่ยมจะมีความสุขมาก  ฟังจากเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ...แต่เมื่อเพื่อนกลับออกไป  และอยู่กับแม่จะอารมณ์เสีย หงุดหงิดใส่แม่ตลอดเวลา  บ่นเสียงดังว่าเจ็บ ทรมาน   แม่เช็ดตัว ทำความสะอาดให้ก็ตวาดเสียงดัง  แม่ไปหาซื้อข้าว-อาหาร เอามาป้อนให้ก็บ่นว่าว่าอาหารไม่อร่อย  ไม่ชอบ  ขนมปังที่แม่ซื้อมาป้อนให้ก็ไม่ใช่ขนมประเภทที่เคยกิน  แถมยังบอกกำชับแม่ว่าทีหลังอาหารแบบนี้อย่าซื้อมาอีก..ครั้นแม่เช็ดปากให้ก็ตวาดใส่บอกเช็ดไม่ได้เรื่อง...ในขณะที่ไม่ได้ยินเสียงคนที่ได้ชื่อว่า "แม่"บ่นว่าอะไรลูกแม้แต่คำเดียว

 

             ทุกคน..ทั้งพยาบาล  ทั้งคนป่วยและคนเฝ้าที่อยู่ในบริเวณนี้เห็นในพฤติกรรม..ได้แต่มอง..ตัวผู้บันทึกเองเข้าใจว่าแต่ละคนคงคิดไม่ต่างกัน..

 

พ่อของผู้บันทึก  พูดให้ได้ยินในสิ่งที่คิดว่า " ให้เบา...เอาหนัก"