ออกจากเกาะนางยวนก็ไปดำน้ำอีกสองสามแห่ง ก่อนทีเรือจะส่งพวกเรายังเกาะเต่า อันที่จริงจะเรียกว่าดำน้ำคงไม่ค่อยจะถูกต้องเท่าใดนัก เพราะข้าพเจ้าว่ายน้ำไม่ค่อยแข็งแรง เหมาะจะเรียกว่าลอยน้ำดูปะการังน้ำตื้นมากกว่า เพราะใส่เสื้อชูชีพลอยน้ำดูปะการัง ยังไงซะก็ไม่จม อิอิ

 

 

บรรยากาศสบายๆ ที่ชายหาดเกาะเต่า

 

 

ที่เกาะเต่านั้น มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมายเต็มไปหมด ข้าพเจ้าและเพื่อนประมาณการกันว่า คงมีชาวต่างชาติสัก 80% ที่เหลือเป็นชาวไทยที่เป็นคนพื้นเมืองเจ้าถิ่น รู้สึกเหมือนไปเที่ยวต่างประเทศยังไงก็ไม่รู้ ในร้านอาหารบางทียังต้องสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษ เพราะลูกจ้างซึ่งเป็นชาวพม่าไม่ค่อยจะเข้าใจภาษาไทย...เฮ้อ ภาษาอังกฤษยิ่งงูๆ ปลาๆ เสียด้วยสิ

 

 

  

 

ป้ายร้านค้าส่วนมากมีแต่ภาษาอังกฤษ มองไปทางไหนก็มีแต่ฝรั่ง...ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในประเทศไทยหรือเปล่า?

 

 

พูดถึงเรื่องภาษาอังกฤษแล้ว มีเรื่องความเข้าใจผิดและออกจะขำๆ เกี่ยวกับเจ้าภาษาอังกฤษนี่แหล่ะ ตอนที่อยู่บนเกาะเต่า อากาศร้อนมากพวกเราจึงตกลงกันว่าจะไปหาเครื่องดื่มเย็นๆ คลายร้อน พอไปถึงที่ร้านและเห็นเมนูเครื่องดื่ม...เพื่อนข้าพเจ้าก็สั่ง soda with lemon on ice กะว่าจะดื่มน้ำมะนาวโซดาดับกระหาย แต่ที่ไหนได้...พอพนักงานเสิร์ฟยกให้ ปรากฏว่า ได้น้ำแข็งเปล่า 1 แก้ว มีมะนาวชิ้นบางๆ ปักไว้ที่ขอบแก้ว พร้อมทั้งโซดาตราสิงห์ 1 ขวด...อันที่จริงน่าจะบอกว่า soda with lemon on glass มากกว่า 555 (ไม่รู้จะเป็นน้ำมะนาวโซดาที่หาได้ที่เกาะเต่าที่นี่ที่เดียวหรือเปล่านะ)  เพื่อนอีกคนก็สั่ง lemon tea กะว่าจะดื่มชามะนาวเย็นๆ แต่ที่ได้กลับเป็นชาร้อนลิปตัน มีมะนาวฝานบางๆ (ความจริงก็เป็นความผิดของเค้าเองที่ลืมสั่งว่าเป็น ice tea) ...เลยโดนเพื่อนๆ แซวว่า เหมือนคนอังกฤษ ต้องมี tea time in the afternoon (ซึ่งร้อนมากๆ) นับเป็นเรื่องตลกให้แซวและสร้างเสียงหัวเราะได้ตลอดการเดินทาง

 

 

 

  ร้านเบเกอรี่และเครื่องดื่ม จัดให้นั่งแบบบรรยากาศสบายๆ

 

  

 

เส้นทางสำรวจเกาะ...ระหว่างทางมี ร้านให้เช่าหนังสือ แหงนหน้ามองขึ้นไปเห็นใบนุ่นเปลี่ยนสี ดูคล้ายเมเปิ้ลเลยแฮะ
 
บนเกาะเต่า ของกินที่นิยมหนึ่งก็คือโรตี...ข้าพเจ้าไปเที่ยวมาหลายแห่งรู้สึกว่าโรตีจะเป็นขนมที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว อาจจะด้วยลีลาท่าทางการทำโรตีของคนขายเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวกระมัง แล้วรสชาติก็รับประทานได้ทั้งไทย จีน ฝรั่ง จึงทำให้มีคนซื้อหารับประทานไม่ขาด เดินผ่านรถเข็นขายโรตี เห็นเค้าติดไว้ว่า Indian Pancake. Best of the world! ข้าพเจ้าสงสัยจริง ที่เค้าติดไว้ว่า Best of the world เค้าเคยได้ไปเห็น the rest of the world หรือยังนะ?

 

 เล่นกับไฟ....การแสดงควงกระบองเพลิงที่ร้านอาหารริมหาด
 

 

 

 

 

เต่าน้อยมองดูผู้คนเดินผ่านไปมา...

 

 

 

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั่งทอดอารมณ์ชื่นชมกับความงดงามของท้องทะเลและผืนฟ้าที่มาบรรจบกัน

 

 

 

ที่พักที่เกาะเต่าที่พวกเราไปพักเป็นรีสอร์ทอยู่ติดกับชายหาด...ตอนเย็นๆ จึงสามารถเดินไปชมทัศนียภาพของพระอาทิตย์ยามอัสดงได้...น้ำทะเลใสๆ เสียงคลื่นกระทบฝั่งทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นั่งสังเกตดูฝรั่งเดินไปมาขวักไขว่ เค้าจะมีวัฒนธรรมการแต่งตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่นว่า จะมีเชือกถักผูกข้อมือ ข้อเท้า สวมเสื้อผ้าสีสันสดใสที่ทำจากผ้าพื้นเมืองโดยที่ใส่บิกินี่ไว้ข้างใน พอหาที่เหมาะๆ ได้ก็จะเอาผ้าปูลงพร้อมทั้งนอนอาบแดด บ้างก็อ่านหนังสือ ข้าพเจ้าชอบวัฒนธรรมของฝรั่งที่เค้ามักจะถือหนังสือติดตัวไปด้วย มีเวลาว่างก็จะอ่านหนังสือ ข้าพเจ้าว่ามันดูดีกว่าถือเกมส์หรือ BB ( มือถือ BlackBerry) เป็นไหนๆ

 

 

ริมหาดยามตะวันใกล้ลับฟ้า แสงตะวันสะท้อนบนผิวน้ำเป็นประกาย

 

 

 อาหมวยน้อยนั่งชมพระอาทิตย์ตกดิน

 

 

แสงสุดท้ายของวันโบกมืออำลาอย่างช้าๆ

 

 

มีเวลาเที่ยวเล่นที่เกาะเต่าสองวันก็ถึงเวลาต้องกลับไปเผชิญภาระหน้าที่การงานที่ยังรออยู่...ชาร์จแบตเสร็จก็ต้องเดินหน้า ทำงานต่อไป
ฉากสุดท้ายก่อนจะขึ้นรถทัวร์กลับ กทม. คือที่ท่าเรือจังหวัดชุมพร  นั่งเรือกลับจากเกาะเต่าตอนประมาณเกือบสี่โมงเย็น ถึงที่ท่าเรือชุมพรก็ห้าโมงกว่าๆ ทางบริษัททัวร์เค้าให้รอรถทัวร์อีกประมาณ 1 ชั่วโมง การที่ให้รอรถตั้งชั่วโมงอาจจะเป็นเพราะต้องการให้เราได้ซื้อขนม ของว่าง ของขบเคี้ยวของร้านซึ่งเป็นของบริษัทระหว่างที่รอรถก็ได้...เพราะว่ารถทัวร์ก็จอดอยู่บริเวณนั้น แต่ว่ายังไม่ยอมออก เพื่อนข้าพเจ้าบ่นใหญ่ว่าเสียเวลารอ เพราะจะทำให้ถึงที่หมายช้า (กว่าจะถึงก็เกือบเที่ยงคืน แถมยังต้องไปทำงานต่อในตอนเช้า...ส่วนข้าพเจ้าต้องลาต่ออีกวัน เพราะต้องใช้เวลาเดินทางกลับจาก กทม. มายโสธร)

 

 

  ชายหาดที่ท่าเรือจังหวัดชุมพร

 

ข้าพเจ้าใช้เวลาระหว่างรอขึ้นรถทัวร์นี้เดินชมริมหาด...แม้ว่าหาดทรายและน้ำทะเลจะไม่สวยเท่ากับที่เกาะก็ตาม แต่บรรยากาศยามพระอาทิตย์จะตกดินก็คงความงดงามอยู่เสมอ แดดอ่อนๆ ลมพัดมาเบาๆ เคล้าเสียงคลื่น ชักอยากจะนั่งเล่นที่นี่นานๆ แล้วสิ เดินชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตะวันลับฟ้าระหว่างที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินนั้นตาไวและมือไว(หมายถึงกดชัตเตอร์ไวค่ะ) เลยได้เก็บภาพสวยๆ...ความรู้สึกดีๆและความประทับใจยามตะวันจะลับฟ้าไว้ในความทรงจำ
 

 

 
The End...