ปัจจุบันนี้ห้องแล็บเราได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO15189ซึ่งถือเป็นสุดยอดมาตรฐานสำหรับห้องปฏิบัติการแล้ว ทำให้การทำงานของเรามีมาตรฐาน มีหลักฐานในการทำงานทุกๆขั้นตอน สามารถตรวจสอบได้ มีคู่มือการปฏิบัติงานที่เขียนขึ้นให้ตรงกับการทำงานจริงมากที่สุด เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ก็มีการดูแลรักษาตามตาราง มีการสอบเทียบมาตรฐานกับหน่วยงานที่เชื่อถือได้ เรียกว่ากว่าเราจะมาถึงวันที่ได้รับการรับรองนั้น เราผ่านการจัดทำเอกสารกันมากมาย จากการทำงานที่เรามีมาตรฐานอยู่แล้ว แต่อาจจะหย่อนในเรื่องของรูปแบบเอกสารที่จะหลากหลาย ก็ออกมาเป็นรูปแบบเดียวกันหมด เรียกว่าเอกสารทั้งหลายที่เกี่ยวกับงาน จะดูง่าย ติดตามง่ายขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก
สิ่งที่เขียนมาข้างต้นนั้น เพียงเพราะกำลังคิดถึงอีกเรื่องแต่ก็เอามาประกอบกันได้ นั่นคือการรายงานค่าวิกฤต ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางห้องแล็บทำกันมานานแล้ว แต่ส่วนหนึ่งเป็นด้วยจิตสำนึกและความรู้ที่เรามี เมื่อเราพบค่าผลแล็บที่เรารู้สึกว่าคนไข้น่าจะได้รับการช่วยเหลือทันที เราก็จะโทรแจ้งผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยให้รับรู้อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันเรื่องนี้ถือเป็นข้อกำหนดหนึ่งของมาตรฐาน ISO15189 ด้วย ซึ่งวิธีการรายงานค่าวิกฤตก็มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบ IT ช่วยในการเพิ่มความรวดเร็วของการสื่อสาร เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่จะได้นำไปเล่าให้เพื่อนๆร่วมวงการสาธารณสุขได้ฟังกันในงาน HA forum ปีนี้ ในหัวข้อ LEAN ในห้อง Sapphire 4 วันที่ 11 มีนาคมนี้ด้วยค่ะ
สำหรับวิธีการรายงานค่าวิกฤตนี้ แต่ละห้องแล็บก็จะมีวิธีการแตกต่างกันไป เมื่อไม่นานนี้อ่านพบว่ามีรายงานของมหาวิทยาลัย Vanderbilt ในสหรัฐอเมริกาที่ใช้วิธีส่งข้อมูลค่าวิกฤตถึงแพทย์โดยใช้ pager อ่านรายงานแล้ว สิ่งที่ติดใจก็คือ เขารายงานถึงเวลาที่ใช้ในการส่งข่าวสารให้ถึงแพทย์ แต่ไม่มีรายงานว่า ผู้ป่วยได้รับการดูแลทันท่วงทีสักเท่าไหร่ มีการวัดผลไหมว่า หลังจากรับรายงานแล้ว แพทย์ดำเนินการช่วยเหลือคนไข้หรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชาวห้องแล็บอยากรู้และเราพยายามจะทำวิจัยเรื่องนี้กันอยู่ด้วย
จุดใหญ่ใจความของบันทึกนี้อยู่ตรงที่เขียนเป็นชื่อบันทึกนี่แหละค่ะ แต่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องทั้งหลายนี้ก็เพราะคิดเอาว่า บางทีกระบวนการต่างๆที่เราพยายามสร้างขึ้นมาช่วยให้การทำงานราบรื่นรวดเร็ว ถูกต้องตรวจสอบได้ ก็ทำให้เราหลงลืมไปว่า เหตุผลจริงๆของสิ่งที่เราทำคืออะไร ไปได้เหมือนกันนะคะ มัวแต่ไปหลงติดกับขั้นตอน เอกสารกำกับไปเสีย ที่อาจทำให้เกิดความอึดอัดเบื่อหน่าย แต่จริงๆแล้วถ้าเรามุ่งที่ผลคือ งานดีมีคุณค่าต่อผู้ที่รับบริการจากเรา เราก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ และอาจทำให้เราคิดเพิ่มเติมได้ด้วยว่า จะทำให้ดีกว่านี้ได้อย่างไร
วันนี้ยังไม่ได้เป็นคนป่วย
แต่อยากขอบคุณแทนผู้ป่วยทุกคน
ที่มีผู้เอาใจใส่เพื่อการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
สวัสดีคะ แวะมาทักทายนะคะ
สวัสดีค่ะ
คุณภาพของคน อยู่ที่การทำงานจริง ๆ ผู้มีจิตใจเสียสละในการทำงาน เอาใจใส่ในการทำงานมาก สังคมดีไม่มีขาย แต่ได้รับที่นี้ จริง ๆ ขอบคุณคะ