ความตั้งใจของน้องครูวิรัตน์ที่ฉันเรียกชื่อสั้นๆคำเดียวว่าน้องวิ

 สร้างความประหลาดใจให้ฉันมาก

แต่ก่อนที่จะเล่าเหตุที่ทำให้ประหลาดใจก็ขอย้อนเหตุการณ์นิดหนึ่งค่ะ

 เมื่อเรากลับจากไปเก็บตะวันยามเช้า

ของวันแรกที่มาถึงไว้ในกล้องของแต่ละคนแล้ว

 ก็ไปรับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน

ทุกคนได้รับคำแนะนำว่ารับประทานอาหารแล้ว

ควรเดินเพื่อช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี

อีกทั้งยังได้ใช้เวลาทัศนาธรรมชาติ เป็นการเรียนรู้สถานที่..บ้านใหม่ของเรา

เมื่อเดินมาถึงที่พัก ฉันพักเรือนเทพธิดา เรือนเดียวกับน้องวิ

แต่อยู่กันคนละชั้น เรือนพักเป็นตึกคล้ายหอนักศึกษา

แต่สภาพภายในสะอาดตา เจริญใจยิ่งนัก

กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ยามเช้าช่วยให้พวกเรากระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

อาการเมื่อยล้าจากการนั่งนอนมาบนรถวีไอพีที่ทางวัดจัดให้นั้น

แม้จะสบายเพียงใดฉันก็ยังรู้สึกอึดอัด

เพราะได้ที่นั่งด้านหน้าสุดซ้ายมือมือขับ

เหตุที่อึดอัดเพราะเมื่อตั้งเก้าอี้ตรงทีไร

ก็จะได้ยินเสียงดังโป๊กทันที

เมื่อศีรษะกระทบเพดานรถ จึงต้องกึ่งนั่งกึ่งนอนมาตลอดทางจนถึงฮอด

โดนเข้าไปสองครั้ง จึงต้องเตือนสติว่าระวังนะ

..ก้มศรีษะไว้...เป็นเช่นนี้ก็เป็นการฝึกสติไปในตัว..ดีเหมือนกัน 

เมื่อเดินมาถึงหน้าเรือนพัก น้องวิก็บอกให้รอเดี๋ยว...ว่างั้นนะ

ไม่ถึง2 นาที เธอก็เดินหน้าบานมา

แล้ววางห่อใบตองตรงหน้า

ค่อยๆหยิบชิ้นงานประดิษบ์ที่ทำด้วยใบตองสวยงามจริงๆ

แล้วร้องบอกให้ฉันช่วยเอาน้ำมันมะกอดทาชิ้นใบตองที่เธอประดิษฐ์จากมหาชัย

ปากก็อธิบายเมื่อฉันสงสัยว่าเอาน้ำมันทาใบตองทำไม

เธอตอบว่าก็ช่วยให้ใบตองเงางาม...เออจริงซิฉันนึกตาม

แล้วประโยชน์อย่างอืช่นมีอีกไหมน้อง...เธอตอบว่า

มีซิพี่คนโบราณนะเขาเก่งนะพี่น๊ะ เขาใช้น้ำมันรักษาใบตองให้สด

ไม่เหี่ยวง่ายนะพี่...ฉันร้องอ๋อ แล้วพลันนึกไปถึงผิวที่แห้งเหี่ยวของตัวเอง เออ...

จริงซิ ฉันไม่เคยเหลียวแลมันเลย ปล่อยมันให้ร่วงเหี่ยวไปตามกาลเวลา

คิดได้อย่างนั้นแล้วฉันก็ถามเธอเบาๆว่า..นี่ใช่น้ำมันมะกอกไหมน้อง

เธอพยักหน้า..ฉันนึกในใจอิอิ..เสร็จเรา

หลังจากเธอสอนให้ฉันนำชิ้นใบตองประดิษฐ์

มาจัดวางในโฟมรูปถ้วยก็ได้งานใบตองที่สวยงามมาๆ 1 คู่

และบอกว่าเดี๋ยวเราเอาไปถวายไว้ที่โต๊ะหมู่บูชาในห้องปฏิบัติธรรมกัน

ฉันจึงขอเธอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกและนำฝากเด็กน้อยที่โรงเรียน

ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องปฏิบัติธรรมเพื่อร่วมพิธีเปิดตามธรรมเนียม

บายศรีที่คุณครูวิรัตน์ทำมานั้นเหมือนบายศรีปากชาม

ตัวแม่มี 5 ลูก จำนวน 3 ด้าน

แต่ไม่มีไข่ต้ม ครูวิบอกว่าเธอตั้งใจนำมากราบไหว้พระอาจารย์

ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ในการปฏิบัติธรรมครั้งนี้

ฉันรู้สึกชื่นชมเธอมาก และรู้สึกว่าตัวเองนี่ไม่เอาไหนเลย ห่างวัด ห่างวา

จึงต้องอาศัยเธอเป็นเพื่อนชี้แนะ เรียกว่างานนี้ฉันมีคู่หูปฏิบัติก็แล้วกันนะคะ

แม้บายศรีจะเป็นเครื่องบูชาของพราหมณ์ก็ตาม

แต่ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ และเจตนาแสดงความเคารพต่อพระอาจารย์แล้ว

ฉันก็เห็นคล้อยตามเธอ

ด้วยทุกประการที่จะได้บูชาครูอาจารย์

เธอใช้ดอกบัวตูมสีขาวเสียบยอดกรวยของบายศรี

ฉันทำตามเธอแนะนำ ได้มีโอกาสใช้น้ำมันทาจนทั่วองค์บายศรี

ขณะทาใจก็คิดถึงความงดงามของจิตใจคนเรา

หากได้ทาถูๆด้วยข้อปฏิบัติธรรมบ่อยๆ

ก็คงจะงดงามเป็นเงาวาว

ไม่แพ้บายศรีของครูวิแน่เลย

ฉันเองไม่สันทัดเรื่องนี้เลย

ได้มาเรียนรู้แบบสบายๆในบรรยากาศของกัลยาณมิตรดีๆก็สุขใจโขทีเดียวค่ะ

เชิญอ่านความรู้เรื่องบายศรีเพิ่มเติมที่เว็บข้างล่างนี้นะคะ

http://www.mai95.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=99288&Ntype=2

และพานบายศรีสู่ขวัญที่นี่ค่ะ

http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/sakolnakorn/niwait-s/sec03p01.html

เรื่องของพิธีบายศรีสู่ขวัญค่ะ

http://th.wikipedia.org/wiki

 

มาเล่นเกมสนุก ทายกันว่าคนไหนคือคุณครูวิรัตน์ ผู้มีฝีมือในการทำบายศรีชุดนี้ค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านค่ะ