เช้าวันพุธ ที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๓

หนูตื่นขึ้นมามองไปที่พี่ที่นอนข้าง ๆ ท่านเริ่มขยับ หนูจึงบอกท่านว่าตามสบายหนูของออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อย จึงเปิดคอมและเสียงอ่านหนังสือทิ้งไว้ให้ท่าน หนูออกกำลังกายเสร็จแล้วคิดว่าน่าจะซื้อกับข้าวไปเผื่อพี่ที่พักกับหนูและพี่ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกันได้กับข้าวจากตลาดนัดแพทย์แผนไทยและซื้อข้าวกล้องและอาหารเจอีกสองอย่าง ตอนที่จะซื้อนึกถึงครูว่าอย่างน้อยตอนที่เขาอยู่กับเรา เขาก็ได้รับสิ่งดี ๆ ทานของที่มีประโยชน์ พอไปถึงห้อง โทรตามพี่ผู้ชายขึ้นมาทานอะไรบนห้องแล้ว หนูก็อาบน้ำเปลี่ยนชุดไปทำงาน แล้วเราสามคนก็มานั่งทานอาหาร เราคุยกันสนุกสนาน ทานเสร็จพี่ผู้ชายเขาก็ขอตัวไปเก็บกระเป๋า หนูและพี่อีกคน ค่อย ๆ เดินลงไปข้างล่าง และเดินไปที่กรมด้วยกัน ดูเช้านี้จะเป็นวันของการเก็บตกความสมบูรณ์ของงาน หนูลองปรับลายเส้นของดินสอใหม่ เพราะจากเดิมงานที่วาดให้ดินสอสองบี ซึ่งค่อนข้างดำและเส้นใหญ่หนูจึงปรับใช้เอชบีที่เหล่าให้แหลม ๆ งานก็มาก็ดูดีขึ้น เตรียมลงกระดาษไข แต่ยังไม่ได้เขียนด้วยปากกา พอเที่ยง ๆ เพื่อนโทรมาบอกว่าจะขอใช้ห้องเป็นที่ทานแหนมเนือง รบกวนช่วยซื้ออะไรเพิ่มด้วย หนูจึงไปซื้อของที่ตลาดนัดแพทย์แผนไทย ผลไม้ บ่าย ๆ ไปรับเช็คค่าเช่าบ้านและจัดการเอกสารเรื่องค่าเช่าบ้าน บ่าย ๆ กลับมาลุยงานวาดต่อ พอเลิกงาน พี่ที่ไปพักด้วยโทรมาบอกว่ามาเอากระเป๋าหอแล้วกำลังจะไปโรงแรมออกไปยังไงดี เพราะถนนนี้พอเลิกงานจะหากแท็กซี่ยาก หนูจึงตัดสินใจเรียกแท็กซี่เข้าไปรับท่านที่หอพัก จะว่าไปหนูก็ได้พึ่งใบบุญพี่เขานักแท็กซี่กลับหอด้วยค่ะ

หนูขึ้นไปพักผ่อนในห้องอาบน้ำอาบท่า แล้วก็ระลึกว่าต้อง ต้องไปซื้อของและน้ำแข็ง จึงออกมาจากหอไปตลาดเรวดี ได้ของดังตั้งใจ แล้วก็มารอเพื่อน ๆ ที่หอ แต่ละคนค่อย ๆ ทะยอยมา

เราช่วยกันเตรียมของผลไม้และกับข้าว แฟนเพื่อนเป็นคนเวียดนาม ดูเขาค่อนข้างคล่องในการจัดแจงแหนมเนืองที่นำมาฝากพร้อม ๆ กันการบรรยายและแนะนำเสร็จสับ ได้ทานครบ ๆ กันประมาณชั่วโมงกว่า ๆ เพื่อนและแฟนมีนัดด่วนเลยปลีกตัวไปก่อน เหลือไว้คนเดียว แต่ไม่นานอีกคนก็มาแจมร่วมวงด้วยความตั้งใจที่จะมาเจอแฟนเพื่อนจากเวียดนาม แต่คลาดกันหวุดหวิดเพราะไม่ได้ยืนยันว่าจะมา แต่เมื่อมาแล้วก็ร่วมกันทานต่ออย่างเป็นกันเอง ตอนอยู่กับเพื่อน ๆ ดูหนูจะทำตัวไม่ค่อยถูก พอจะทำหน้าจ๋อยก็คิดถึงคำครูที่เอ่ยว่า ตอนไปวัดกับครูว่า “ทำไมชอบทำหน้าเอ๋อ ๆ” พอจะทำหน้าแบบนั้นก็จะมีคำพูดครูดังขึ้น แล้วหน้าหนูก็เปลี่ยนเป็นธรรมดา กว่าทุกคนจะกลับก็ดึกเอาการ แล้วหนูก็เก็บกวาดชิ้นส่วนที่เหลือในห้อง รู้สึกเหนื่อยจึงหลับไป

การได้ใช้ชีวิตแบบนี้ จะว่าไปก็คล้าย ๆ กับตอนที่ก่อนจะได้รับการฝึกฝนจากครู ตอนนี้หนูเข้าใจครูมากขึ้นว่าทำไม ไม่ให้หนูไปไหนมาไหนที่ไม่จำเป็น หรืองานประชุมที่ไม่จำเป็นก็เลี่ยง ๆ ก่อน เพราะบางทีหนูก็รู้สึกว่า หนูหมดแรงไปกับการเจอสิ่งต่าง ๆได้ง่าย ความเข้มแข็งของจิตใจหนูไม่มากพอที่จะประคับประคองตนเอง หรือครองสติให้ต่อเนื่อง อีกอย่างบางทีหนูก็มีความรู้สึกว่า “อยู่คนเดียวภาวนาง่ายกว่า” ขนาดเพื่อน ๆทุกคนนิสัยดี น่ารักมาก ๆ การมารวมกันของเราไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีเงื่อนไข ใจหนึ่งก็รู้สึกดีสบาย ๆ ยินดีที่เพื่อนมาค่ะ แต่ก็ยังได้ยินเสียงในใจที่ปรารถนาการอยู่คนเดียว เป็นอีกวันที่หนูได้เรียนรู้ การรับรองแขกในห้อง ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปค่ะครู

ศีล

ข้อ ๑ วันนี้หนูทานลูกชิ้นปลาและหมูเต็ม ๆค่ะครู แม้จะมีความรู้สึกตะหงิด ๆ ในใจ แต่ก็ทาน อย่างนี้แหละหนา หนูยังเข้าไม่ถึงการกินเจอย่างแท้จริงที่ครูเคยเอ่ยไว้ แต่หนูก็จะค่อย ๆ เรียนต่อไปค่ะ

ข้อ ๒ ไม่ได้ทำลายของรักใครค่ะ

ข้อ ๓ วันนี้เห็นเพื่อน ๆ ควงแฟนมา ก็มีความรู้สึกอยากมีบ้าง โผล่มาในใจเป็นระยะ ๆ ค่ะ แม้จะไม่รุนแรงมากจนเกิดความรู้สึกอึดอัด แต่ก็มาให้เห็นว่า ใจหนู ก็ยังปรารถนาในสิ่งนี้อยู่

ข้อ ๔ กิจวัตรวันนี้ดูจะ โดนเบียดบังด้วยกิจกรรมแทรกสอด พอร่างกายเกิดอาการอ่อนล้าหนูดูจะไม่ค่อยเข้มแข็งที่จะยืนหยัดได้ แต่ก็จะพยายามต่อไปค่ะ

ข้อ ๕ หนูไม่ได้ดื่มเหล้าค่ะครู และก็รู้สึกดีอีกอย่างคือ การทานอาหารกับเพื่อน ๆ ครั้งนี้ไม่มีเหล้า ไม่มีสักคนที่ถามถึง แต่หนูก็ยังมีเผลอสติอยู่ค่ะครู