วันเสาร์ที่ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 บอกว่าเหนื่อย เพลียมาก เหมือนจะเป็นลม ขึ้นลงบันไดไม่ไหว ได้ให้คำปรึกษา  ซักถามอาการทางโทรศัพท์ ว่าอาการที่กล่าวมามีอาการมากน้อยเพียงใดควรจะมาพบแพทย์ เพื่อรับไว้รักษาหรือไม่

      คำถามที่ได้ซักถามอาจารย์คือ  1. อาจารย์เมื่อคืนได้พักผ่อนกี่ชั่วโมง นอนหลับดีไหม หรือมีอาการไอตลอด จนพักไม่ได้ 

      2. รับประทานอาหารได้หรือไม่  ดื่มน้ำปริมาณเท่าใด 

      3. อาจารย์ทานยาได้หรือไม่ ทานยาตอนช่วงไหน หลังทานข้าวทันทีหรือไม่  

        พอได้คำตอบ สาเหตุที่อาจารย์เหนื่อย เพลียมาก ไม่หายจากอาการป่วย เนื่องมาจากติดตามข่าวสารบ้านเมืองจนไม่ได้พักผ่อน ไม่ได้นอนทั้งคืน  ได้ให้คำแนะนำอาจารย์พร้อมทั้งขอร้องให้พักผ่อนให้มากพอ เมื่อเช้าโทรถามอาการ พบว่าอาจารย์อาการดีขึ้นมากหลังจากได้พักผ่อนเต็มที่ แต่อาจารย์ก็นำงานกลับมาทำที่บ้าน แนะนำให้อาจารย์แบ่งเวลาพักผ่อนไปด้วย แต่ขอร้องให้ลดการติดตามข่าวสารบ้านเมือง จะช่วยให้ไม่เกิดความเครียด

        อยากเตือนทุกท่านว่าถ้าไม่สบาย มีอาการเป็นไข้หวัด ควรพักผ่อนให้มากพอ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ดื่มน้ำให้มากพอ และไม่ควรเพิ่มความเครียดให้กับตัวท่านนะคะ

        ลองอ่านคำเตือนจากกรมสุขภาพจิตดูนะคะ จากเว๊ปไซด์ของกระทรวงสาธารณสุขhttp://www.moph.go.th/index.php

กรมสุขภาพจิตเตือนระวังโรคเครียดทางการเมือง


          แพทย์เตือนตามการเมืองมากระวังโรคเครียดรุมเร้า นำไปสู่การใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา จับตาอาการ วิตกกังวล หงุดหงิดขี้โมโห ท้อแท้หมดหวัง แนะหยุดพูดเรื่องการเมืองหากิจกรรมอื่นทำ ปิดรับข่าวสารชั่วขณะ

          น.พ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สุขภาพจิตของคนไทยในช่วงนี้มีปัจจัยที่จะส่งผลกระทบ 3 เรื่อง คือ สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว สุขภาพทางจิตของแต่ละคน และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเรียกว่า อาการความเครียดจากสถานการณ์ทางการเมือง เกิดจากการรับข้อมูลข่าวสารมากและเกิดความเครียด ซึ่งต้องระมัดระวัง เพราะหากเครียดมากเกินไปจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยความเครียดลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมทางการเมือง บรรดานักการเมือง แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝ่าย ผู้ติดตามข่าวสาร และกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิต โดยทุกกลุ่มสามารถเสี่ยงเกิดโรคเครียดทางการเมือง และอาจนำไปสู่การแก้ปัญหาชีวิตครอบครัวและสังคมด้วยการใช้กำลังและความรุนแรง ซึ่งอาการทางกายที่สังเกตได้ คือปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ตึงบริเวณขมับ ต้นคอ หรือตามแขนขา นอนไม่หลับ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หายใจไม่ทั่วท้อง แน่นช่องท้อง และปวดท้อง เป็นต้น ส่วนอาการทางใจจะมีความวิตกกังวล ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดง่าย โมโหฉุนเฉียว ก้าวร้าว ท้อแท้หมดหวัง ไม่มีสมาธิ และฟุ้งซ่าน เป็นต้น


          อย่างไรก็ตาม สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆ หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องการเมือง ปิดรับข่าวสารทางการเมืองทุกชนิด และพักผ่อนให้เพียงพอ


แหล่งข่าวโดย » บ้านเมือง  
[มีนาคม จันทร์ 1,พ.ศ 2553 14:03:55]