ซากี้ กับผมมีเวรและกรรมต่อกันและกัน อาจจะเรียกว่าผลัดกันเป็นเจ้ากรรมนายเวร ผมเรียกใช้บริการซากี้บ่อยครั้ง และเมื่อซากี้ขอใช้บริการจากผม ผมจึงไม่อิดออดที่จะเดินทางนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถทัวร์เกือบ ๒๐ ชั่วโมง (อั้ยซากี้ !!! เอ็งรู้ไว้ซะด้วย...) ไปเพื่อชดใช้กรรม

      เช้าตรู่วันนี้ ผมพบตัวเองนั่งจิบคาปูชิโน่ในร้านกาแฟภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารมุกดาหาร หลังจากนั่งรถหลับ ๆ ตื่น ๆ มาตั้งแต่เมื่อห้าโมงเย็นของเมื่อวานจากดอยมูเซอ จ.ตาก เพื่อรอขึ้นรถทัวร์ตอนสาย ๆ เดินทางอีกทอดไปยัง จ.นครพนม ตามคำบัญชาของ ซากี้ – วีระศักดิ์ บุญเกิด

      ซากี้ กับผมมีเวรและกรรมต่อกันและกัน อาจจะเรียกว่าผลัดกันเป็นเจ้ากรรมนายเวร  ผมเรียกใช้บริการซากี้บ่อยครั้ง และเมื่อซากี้ขอใช้บริการจากผม ผมจึงไม่อิดออดที่จะเดินทางนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถทัวร์เกือบ ๒๐ ชั่วโมง (อั้ยซากี้ !!! เอ็งรู้ไว้ซะด้วย...) ไปเพื่อชดใช้กรรม

      ซากี้ บัญชาการให้ไปจัดกิจกรรมแบบเดียวกับที่ทำเมื่อคราวจัดค่ายฯ ที่ ร.ร.ไทยรัฐวิทยาที่ ๑๖ ชุมชนบ้านคำแดง อ.เมือง จ.ยโสธร

      ผมมานอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก (แหะ แหะ มิใช่เท้าผมหรอกแต่เป็นเท้าเฌวาครับ...) เมื่อรู้ว่าเด็กที่เข้าค่ายฯ คือนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.๓ ไปจนถึง ป.๖ และที่สำคัญมิใช่เด็กศูนย์ GTX ที่ผ่านการคัดเลือกกลั่นกรอง ปฏิเสธก็ไม่ได้ จะแก้ไขก็ไม่ทันแล้ว จึงปล่อยเลยตามเลยไปตายเอาดาบหน้า

 

      ผมกับซากี้เคยร่วมงานกันตั้งแต่ผมยังทำงานประจำอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ องค์การมหาชนในกำกับสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาควบรวมกับอีกหน่วยงานเปลี่ยนเป็นชื่อสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ ก่อนที่จะถูกยุบไปรวมกับ TK Park

      งานที่ผมรับผิดชอบในช่วงนั้น คือ งานส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ กิจกรรมหลัก ๆ ทำ ได้แก่ การจัดค่ายฯ ต่าง ๆ ทั้งในระหว่างเปิดภาคเรียน เช่น Day Camp, Weekend Camp ฯลฯ และระหว่างปิดภาคเรียน เช่น Summer Camp ฯลฯ

      ซากี้เป็นทีมนันทนาการจากกลุ่มบ้านกิจกรรม (Home@Activity) ที่เข้ามาช่วยในการจัดค่ายฯ ต่าง ๆ ที่หน่วยงานผมจัดขึ้น กระทั่งการจัดเองของบรรดาศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น (ศูนย์ GTX) ปี ๆ หนึ่งก็หลายสิบค่ายฯ

 

      กิจกรรมที่ผมมาร่วมนี้ เป็น Day Camp ของศูนย์เสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ ร.ร.เทศบาล ๓ (พิพิจพิทยานุสรณ์) จัดขึ้น ๒ วัน ระหว่างวันที่ ๓ – ๔ มีนาคม ๒๕๕๓ ค่ายฯ นี้ ครูหัวหน้าศูนย์ฯ ได้ประสานงานให้ซากี้ มาจัดให้ และซากี้ก็สั่งการให้ผมมาช่วยอีกทอดหนึ่ง

      ศูนย์ GTX ร.ร.เทศบาล ๓ (พิพิจพิทยานุสรณ์) จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติกับเทศบาลเมืองนครพนม มีภารกิจในการเสาะหาและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น โดยที่ฝ่ายแรกเป็นฝ่ายสนับสนุนทางด้านวิชาการ และสื่อการเรียนการสอนสำหรับการตั้งต้นเริ่มจัดตั้งศูนย์ฯ ในขณะที่ฝ่ายหลังเป็นผู้สนับสนุนทรัพยากรดำเนินการอื่น ๆ เช่น สถานที่จัดตั้งศูนย์ บุคลากร วัสดุ-อุปกรณ์ งบประมาณดำเนินการ ฯลฯ

      ผมเดินทางมาถึงหอสมุดอำเภอเมือง สถานที่จัดค่ายฯ เมื่อราวเที่ยววัน โดยครูต้อย – ครูประจำศูนย์ GTX ไปรับมาจากสถานีขนส่งผู้โดยสารนครพนม

      เมื่อมาถึงก็อดแปลกใจมิได้ที่มิมีใครเลยจาก TK Park ที่รับผิดชอบงานส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษมาร่วมกิจกรรม ผมแอบถามครูหัวหน้าศูนย์ฯ ว่า มิได้แจ้งไปทางส่วนกลางหรือ คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ แจ้งแล้วแต่ไม่มีใครมา


พิธีเปิดค่ายฯ โดย รองนายกเทศมนตรีเมืองนครพนม

      โดยปกติแล้วการจัดกิจกรรมทำนองนี้ จะจัดให้กับเด็กกลุ่มที่ได้รับการคัดกรองเบื้องต้นให้เข้ารับการพัฒนาต่อยอดในศูนย์ GTX ซึ่งเป็นบทบาทของส่วนกลาง (ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนงานเล็ก ๆ หนึ่งใน TK Park) ครูศูนย์ฯ บอกผมว่ามิได้มีการคัดกรองเด็กมานานแล้ว การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าจะมีแววมีความสามารถพิเศษเป็นการเฉพาะก็ล้มเลิกไป ศูนย์ฯ GTX จึงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทั่วไปของนักเรียนภายในโรงเรียน ที่มีสภาพไม่แตกต่างไปจากห้องสมุดของโรงเรียน

      ผมกับซากี้แบ่งกิจกรรมคนละส่วน ซากี้และทีมงานรับกิจกรรมนันทนาการ ผมรับผิดชอบกิจกรรมในส่วนเนื้อหาการเรียนรู้ในค่ายฯ นั่นคือ การฝึกทักษะการเรียนรู้ ๔ ทักษะ คือ สุ จิ ปุ ลิ


กิจกรรมสันทนาการ โดย ซากี้และทีมงาน

      ผมจัดกิจกรรมแบบนี้ครั้งแรกที่ ร.ร.วิทยสัมพันธ์ ครั้งที่สองที่ ร.ร.ไทยรัฐวิทยาที่ ๑๖ (ชุมชนบ้านคำแดง)

      คราวนี้เป็นครั้งที่สาม ที่แตกต่างกันอย่างยิ่งจากสองครั้งแรก ไม่เพียงเพราะระยะเวลาที่ย่นย่อจาก ๔ วัน เหลือเพียง ๒ วัน และกลุ่มเป้าหมายจากเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นเปลี่ยนมาเป็นเด็กประถมศึกษาที่ ๓ - ๖ ที่สำคัญคนเข้าร่วมค่ายฯ เกือบ ๑๐๐ คน นี่แหละครับเหตุผลที่ผมต้องเอาเท้าเฌวาก่ายหน้าผากนอนคืนก่อนที่จะเดินทางมา ดูสิครับ ดูซากี้มันทำกับผม

 

      ก่อนออกเดินทาง ผมประสานงานกับซากี้และครูศูนย์ฯ ถึงกระบวนการเรียนรู้ในค่ายฯ

      ผมบอกว่าผมจะเริ่มต้นกิจกรรมในส่วนของผมในช่วงบ่าย ช่วงเช้าให้ซากี้และทีมงานทำกิจกรรมสันทนาการเพื่อเตรียมความพร้อมเด็กไปพลาง ๆ ก่อนที่ผมจะเดินทางไปถึง

      ตอนบ่ายผมจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในห้องประชุม เนื้อหาเป็นเรื่องการปูพื้นทักษะการเรียนรู้ทั้ง ๔ คือ สุ จิ ปุ ลิ และการเรียนรู้และฝึกหัดตั้งคำถาม รวมทั้งการเตรียมคำถามสำหรับการเก็บข้อมูล ซึ่งจะใช้เวลาราว ๒ ชั่วโมง ก่อนที่จะปล่อยเด็กแต่ละกลุ่มลงไปเก็บข้อมูลจนถึงเย็น และวันรุ่งขึ้นก็จะดการกับข้อมูลที่ได้

      จากการพูดคุยกับคุณครูหัวหน้าศูนย์ฯ ผมตัดสินใจเลือกเนื้อหาการเรียนรู้ครั้งนี้คือการศึกษา “วัด” ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงโรงเรียนมีวัดตั้งอยู่ถึง ๘ วัด แต่ละวัดมีเรื่องราวที่น่าสนใจ มีผู้ที่พร้อมจะให้ข้อมูล จึงขอให้ทางพื้นที่ประสานงานวัดทั้ง ๘ เพื่อให้นักเรียนลงไปพูดคุยสอบถามเก็บข้อมูล

 

      บันทึกหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังว่าผมทำกิจกรรมอะไร และผลเป็นอย่างไรบ้าง

 


บรรยากาศสันทนาการในค่ายฯ