"เมื่อไหร่เราจึงจะเป็นไท" จากเมืองขึ้นฝรั่งเสียที สมัยก่อนฝรั่งต้องการล่าเมืองขึ้นกองยกกองกำลังเรือรบเข้ามาปิดล้อมใช้กำลังเข้าต่อสู้กับเมืองที่ต้องการล่าอณานิคม และเมื่อประเทศใดที่ตกเป็นเมืองขึ้นก็ต้องส่งส่วยไปให้ แต่เดี๋ยวนี้ฝรั่งยุคใหม่ไม่ต้องใช้กำลังในการล่าอนานิคมเหมือนกับในยุคโบราณ แล้วแต่ใช้ปัญญาและมันสมองที่เหนือกว่าคิดสินค้า และเทคโนโลยีเข้ามาขายให้กับประเทศที่ด้อยพัฒนากว่า ตัวอย่างเช่น โปรแกรมระบบห้องสมุดอัติโนมัติ ซึ่งปัจจุบันนี้มีมหาวิทยาลัยในประเทศไทย กว่า 150 แห่งเลือกใช้ โดยมี 24 มหาวิทยาลัยของรัฐดั้งเดิมใช้งานอยู่ พบว่าระบบห้องสมุดอัติโนมัติส่วนใหญ่เป็นซอฟต์แวร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ตั้งแต่ระบบ Innopact ระบบ ซึ่งพบว่างบประมาณในการจัดหาระบบห้องสมุดอัติโนมัติดังกล่าวแต่ละระบบ ใช้งบประมาณเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 2- 5 ล้านบาทในระยบะเริ่มต้น และแต่ละสถาบันก็ต้องจ่ายค่าปรับปรุงแก้ไขระบบรายปี อีกปีหนึ่งเกือบล้านบาท หรือบางแห่งก็มากกว่าล้าน เมื่อรวมๆกันหลายมหาวิทยาลัย พบว่าเราต้องส่งส่วยไปให้กับฝรั่งเจ้าของเทคโนโลยีไม่น้อยกว่าปีละ 50 ล้านบาท และเมื่อใช้ระบบดังกล่าวไปแล้วฝรั่งเจ้าความคิดก็พัฒนา ปรับปรุงระบบใหม่ๆ เข้ามาให้อัพเดต แต่การอัพเดตดังกล่าวก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาฟรีๆ ต้องจ่ายเงินอีก อย่างเช่นของห้องสมุดมหาวิทยาลัยของเราก็ต้องจ่ายค่าปรับปรุงระบบ ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ซึ่งในปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยหลายมหาวิทยาลัยที่กล้าประกาศตัวหลุดจากการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง ประกาศความเป็นไทย เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ พัฒนาระบบสารสนเทศ และระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆ ขึ้นใช้เองโดยลงทุนกับการพัฒนาบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ และพัฒนาระบบห้องสมุดอัติโนมัติขึ้นมาก (ต้องขอปรบมือให้) โดยมีโมดูลต่างๆ เหมือนกับระบบห้องสมุดอัติโนมัติของต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ก็มีนโยบายเอาด้วยกับแนวคิดดังกล่าวที่จะไม่ต้องส่งส่วยไปเมืองนอก โดยการเชิญชวน มหาวิทยาลัยต่างๆ ให้หันมาใช้ระบบห้องสมุดอัติโนมัติที่คนไทยทำขึ้นเองกัน ซึ่งผมเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและคิดว่ามหาวิทยาลัยนเรศวรก็ควรจะเฟดตัวจากระบบเดิมและหันมาใช้ระบบห้องสมุดอัติโนมัติของไทยกันเสียที