หนูกับราชสีห์

เมื่อราชสีห์ชั้นเซียนอย่างปูนซีเมนต์ไทย แก่งคอย ให้หนูตัวจ้อยอย่างข้าวขวัญเป็นเพื่อน อะไรจะเกิดขึ้น
ที่ฉันกล่าวอ้างเช่นนี้ ไม่ใช่อะไรหรอกนะ ด้วยความที่ในระยะนี้ ข้าวขวัญได้มีโอกาสรับใช้ และสร้างความคุ้นเคยกับบุคลากรของ บ. ปูนซีเมนต์ไทย แก่งคอย ในการจัดกระบวนการการเรียนรู้เรื่อง การใช้ KM กับโรงเรียนชาวนา เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ธุรกิจปูนซีเมนต์ โดยมีทีม Facilitater ผู้เปี่ยมด้วยพลัง ไม่ว่าจะเป็นพี่ทวีสิน พี่เรวัติ พี่ชำนาญ ( พี่น้อง ) พี่หนุ่ย หรือ ป๊อบ ผู้มาใหม่ ที่เป็นผู้นำชาวปูนมาสัมผัสในวิถีของคนผู้คนอีกมุมมองหนึ่งที่แตกต่าง ในครั้งแรกที่ได้รับการติดต่อจากทีม Fa ของปูนนี้ พวกเราชาวข้าวขวัญ ก็คิดกันอยู่หลายตลบว่าเราจะไหวเหรอ เพราะแค่เพียงเนื้องานหลักที่ต้องทำกับเกษตรกรแทบทุกวัน ก็จวนเจียนจะสลบเหมือดกันถ้วนหน้า ไหนจะหน้าที่ในการขับเคลื่อนกับเครือข่ายเกษตรกรรมทั่วประเทศ ที่ต้องการให้เราช่วยเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องการทำนา และก็ไม่ได้เป็นมืออาชีพทางงานฝึกอบรม แต่ด้วยความที่เราเห็นความมุ่งมั่น ของทีมผู้นำของปูน ก็ต้องกลับมาคิดทบทวนว่า ถ้าสิ่งนี้มันคืออีกชิ้นงานหนึ่งที่เราต้องทำ เพราะถูกเลือกแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องปฏิเสธ เพราะการเรียนรู้ที่จะมีประสิทธิภาพที่สุด คือ การเรียนรู้โดยการแบ่งปันให้ผู้ที่เห็นความสำคัญของมัน เพื่อการปรับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อ งานชิ้นหนักของพวกเราจึงเกิดขึ้น เมื่อข้าวขวัญถูกคาดหวังว่า จะสามารถช่วยจัดกระบวนการการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพขององค์กรใหญ่อย่าง บ.ปูนซีเมนต์ ( หรือถึงเวลาที่หนูจะช่วยราชสีห์ ) เมื่อราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ไว้วางใจในหนูตัวจ้อย สรรพกำลังของทรัพยากรเท่าที่ข้าวขวัญมีอยู่ก็ถูกระดมในการวางแผนเพื่อจัดกระบวนการให้สมกับที่เค้าไว้วางใจ ทั้งที่ต่างฝ่ายก็ต่างไม่รู้จักกันมากพอ แต่ฉันและทีมงานก็มั่นใจว่า ประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานกับชาวบ้านหรือการเป็นผู้นำทางการเปลี่ยนแปลงแนวคิดให้กับองค์กรต่างๆที่ผ่านมา ก็น่าจะเป็นเครื่องมือที่พอจะแบ่งปัน ราชสีห์อย่างบรรดาบุคลากรที่แข็งแกร่งของปูนซีเมนต์ได้ รูปแบบกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จึงเกิดขึ้นจากการอาศัยประสบการณ์เดิมที่เคยมีอยู่ โดยไม่ลืมจะสอดแทรกวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อเชิดชูให้ผู้มาเยือนได้เห็นว่า “แค่คุณคิดว่าอยากจะรู้ คุณจะได้รู้มากกว่าที่คุณอยาก” ดังนั้น ในบทความวันนี้ ฉันจึงขอพื้นที่ในการแบ่งปันกระบวนการที่ได้บังเกิดขึ้นกับเหล่าราชสีห์ ที่เราจะใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน 3 วัน โดยมีฉันและทีมงานเป็นทีมวิทยากรกระบวนการ จัดสรรหน้าที่ตามศักยภาพของตนเอง นั่นก็คือ วันแรก ช่วงเช้า 1.รู้เขารู้เรา โดยการแนะนำตัวเจ้าของถิ่นอย่างกัลยาณมิตร พูดคุยและทำข้อตกลงร่วมกันว่า จะอยู่และเรียนรู้อย่างไรให้เกิดสันติสุขในระยะเวลา 3 วัน ต่อด้วยกิจกรรมละลายกำแพง และถอดหมวกแห่งอำนาจออกจากแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนรู้สึกถึงความเท่าเทียมกัน 2. ละลายพฤติกรรม ด้วยกิจกรรมแนะนำตัวผู้เข้าร่วมที่สนุกและสร้างสรรค์ มีเกมส์ นำเข้าสู่การแบ่งกลุ่มเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน เป็น 3 กลุ่ม ( คละกันไป ) แต่ละกลุ่มมีชื่อ และช่วยกันคิดสัญลักษณ์รวมพลังประจำกลุ่มของตัวเอง 3.กิจกรรมต้นไม้ความหวัง หรือระดมความคาดหวังจากผู้เข้าร่วมโดยอิสระ จนกระทั่งได้เห็นว่าความคาดหวังที่ออกมา ส่วนใหญ่ จะอยู่ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ความรู้ใหม่ที่อยากได้ ทักษะที่ต้องการฝึกฝน และวิธีการที่อยากเห็น ช่วงบ่าย 4.รับฟังแนวคิดกระบวนการจัดการความรู้ในโรงเรียนชาวนา ผ่าน VCD และภาพประกอบคำบรรยาย ก่อนซักถามแลกเปลี่ยน ประเด็นที่สนใจ 5.สัมผัสบรรยากาศและปรับสมดุลเข้าสู่วิถีธรรมชาติ อย่างมีสติเพื่อค้นหาตัวตน ภาคค่ำ 6.ขุดคุ้ยขุมความรู้ ด้วยกิจกรรม “ค้นหาตัวตน” 7.แบ่งปันและเรียนรู้ อย่างกัลยาณมิตร วันที่สอง ภาคเช้า 8.เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จากฐานการเรียนรู้กิจกรรมโรงเรียนชาวนา 3 ฐาน 3 พื้นที่ - การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี อ.เมือง -การปรับปรุงบำรุงดิน อ.บางปลาม้า -การพัฒนาพันธุ์ข้าว อ.อู่ทอง ภายใต้ประเด็นที่ต้องหยิบยกมาแบ่งปันเพื่อน เช่น องค์ความรู้ที่เกิดขึ้น กระบวนการที่ใช้ บทบาทของคุณกิจและคุณอำนวย เป็นต้น ภาคบ่าย 9.ถอดบทเรียน และออกแบบการนำเสนออย่างอิสระและสร้างสรรค์ ( เป็นทีม ) ภาคค่ำ 10.นำเสนอบทเรียน Show & Share วันที่สาม ภาคเช้า 11.เกมส์การแก้ไขปัญหา การวางแผน และการทำงานเป็นทีม 12.นวตกรรมการเรียนรู้ จากโรงเรียนชาวนาสู่ธุรกิจปูนซีเมนต์ โดยแบ่งตามฝ่ายงาน 13.นำเสนอแผนงานของแต่ละฝ่าย แบ่งปันเพื่อนร่วมวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ภาคบ่าย 14.กิจกรรม Share & Learn ( สรุปขุมพลัง/คลังความรู้ ของบุคลากรปูน ) 15.โมเดลปลาทู กับการจัดการความรู้ 16.ประเมินผลต้นไม้ความหวัง ( ตามความคาดหวัง / เกินความคาดหวัง / ไม่ได้ตามหวัง ) 17.ประเมินผลกระบวนการฝึกอบรม 18.กิจกรรมถ่ายเทพลังใจสู่องค์กร 19.กิจกรรมอำลา นี่คือ กระบวนการที่ข้าวขวัญได้ใช้กับการจัดกระบวนการการเรียนรู้สู่ บ.ปูน 2 รุ่นมาแล้ว และแน่นอนว่ารายละเอียดหรือรูปแบบของกระบวนการก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม และตามกลุ่มการเรียนรู้ แน่นอนว่าไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ จบจากงานฝึกอบรมทีมงานก็กลับมานั่งสรุปงานกันต่อ หลายอย่างที่เราต้องปรับกระบวนยุทธ์ พระราชสีห์แต่ละตัวก็ชั้นเซียนกันทั้งนั้น สิ่งที่เรารับรู้จากความรู้สึก คือ แน่นอนว่า ทั้งเหนื่อย ล้า อดทน อดกลั้น ต่อสายตาของผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับพวกเรา ซึ่งฉันเข้าใจว่า แต่ละคนเมื่อเห็นเรา เค้าย่อมต้องมีความคิดทั้งเชิงลบ และเชิงบวกอยู่แล้ว แต่ผลจากกิจกรรมนี้ ทำให้เราได้ค้นพบศักยภาพของตัวเองและพลังที่มันยังมีล้นเหลือ ใครจะไปคิดว่า ราชสีห์ทั้งหลายจะยอมลดตัวเองลงมาหาหนู โนเนม อย่างเต็มใจขนาดนี้ ฉันว่ากระบวนการการเรียนรู้สำเร็จได้ ก็ต้องขอบคุณความเอื้ออาทร เปิดเผย จริงใจ เชื่อใจและไว้วางใจที่มีต่อพวกเรา....แล้ววันหนึ่ง หนูจะขอโอกาสไปเยือนถ้ำราชสีห์บ้าง คงทำให้เราได้รู้จักตัวตนของกันและกันมากขึ้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มูลนิธิข้าวขวัญ (KhaoKwan Foundation)



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 
ต้องขอปรบมือให้กับทีมงาน "หนูๆ" ของมูลนิธิข้าวขวัญ ครับ สุดยอด  ขอบคุณจริงๆครับที่กรุณาให้ความรู้กับชาวปูนแก่งคอย ครับ ยินดีต้อนหนูเข้ารังเสมอครับ
หน่วยแกร่ง
IP: xxx.113.41.132
เขียนเมื่อ 
จากที่มีโอกาสได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้รู้ว่า เราได้ค้นพบเพื่อนที่ดีที่นี่..ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆให้พวกเรา
พี่ป้อม
IP: xxx.130.144.31
เขียนเมื่อ 
ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ทุกอย่าง หนูจ๋า ขอขอบคุณหนูทุกตัวตั้งแต่หนูตัวจ้อย(แม่ครัว)ถึงพญาหนู(พี่เด)ทั้งหมดคือผู้มีพระคุณ ที่ดูแลพวกเรา ทางราชสีห์(ขี้โม้) จะรอต้อนรับที่จะมาถ้ำเรา
คนปูน
IP: xxx.113.41.133
เขียนเมื่อ 
ดีใจครับ ที่ได้ยินว่า หนูกับราชสีห์เป็นเพื่อนกัน ว่าแต่ว่า ไม่เป็นธรรมครับ ผมจากรุ่น 1 ฝนก็ตกหนัก แอร์ก็ไม่มี แมลงก็เยอะ อิจฉารุ่น 2 ครับผม ถ้าไม่ว่าอะไร มาแจมรุ่นหน้าอีกนะครับคุณหนู แต่จะว่าไปแล้ว ผมชอบบรรยากาศเดิมๆมากกว่าครับ ขอบคุณข้าวขวัญ สำหรับการหยิบยื่นสิ่งดีๆให้เรา
เขียนเมื่อ 
ถึงเวลานี้เชื่อว่า"หนูๆ"ที่ข้าวขวัญคงจะตัวพองเป็น"หมู" แทนแล้วละนะ แต่ก็ต้องฝากถึงพี่น้องชาวปูนว่าถ้ารักหนูๆจริงอย่าลืมเอาวิชาจากหนูๆมาประยุกต์ใช้ในงานนะครับ เมื่อแม่หนูๆมาเยี่ยมชมจะได้ดีใจ ถึงเวลานั้นละก็ระวังแม่หนูจะแทะหางราชสีห์ ....
ข้าวขวัญ
IP: xxx.113.41.137
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณทุกข้อความของท่านราชสีห์ทั้งหมด ที่ให้หนูตัวจ้อย (ที่ไม่มีวันพอง ) เป็นมิตรอย่างจริงใจ ผ่านมา ผ่านไป แวะพักผ่อน พักกาย พักใจ แค่นี้เราก็มีพลังใจทำงานกับชาวบ้านต่อแล้ว แต่จะให้ดีนะ มีอะไรที่เราควรจะปรับปรุงแก้ไข ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ครูสัญจร
IP: xxx.113.41.137
เขียนเมื่อ 
ไม่ใช่ราชสีห์ค่ะ แต่เป็นคนผ่านทางมาเจอบล๊อคนี้เข้า อ่านแล้วรู้สึกสนใจกระบวนการงานฝึกอบรมที่นี่มาก ถ้าขอพาเด็กๆนักเรียนมาเรียนรู้ด้วยจะได้มั๊ยคะ โดยเฉพาะเรื่องการทำนา อยากให้เด็กๆได้เรียนรุ้สิ่งดีๆค่ะ
ศศิธร
IP: xxx.113.41.137
เขียนเมื่อ 
อยู่มูลนิธิศุภนิมิตร จ.ขอนแก่น ค่ะ เป็นเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนเหมือนกัน และได้ยินชื่อเสียงของมูลนิธิข้าวขวัญมานานแล้ว ยิ่งได้อ่านบทความนี้รู้สึกว่า องค์กรมีความตั้งใจจริงในการแบ่งปันสิ่งดีๆให้สังคม ดิฉันสนใจมาก กำลังเขียนโครงการพาเด็กๆไปเรียนรู้กิจกรรมที่เชือ่มโยงกับวัฒนธรรมชุมชน อยากส฿กษารายละเอียดค่ะ ติดต่อได้ทีไหนคะ และถ้าพาเด็กๆมาเรียนรู้จะได้มั๊ยคะ ค่าใช้จ่าย และรายละเอียดอื่นๆ ถ้าเป็นไปได้ ช่วยติดต่อกลับมาที่ 043-418029
คนดอย(ปูนแก่งคอย)
IP: xxx.130.144.32
เขียนเมื่อ 

ไม่ว่าจะเป็นหนูหรือราชสีห์ ต่างก็อยู่กับกฏกติกาของธรรมชาติ และก็ต้องกลับมาที่จุดศูนย์กันทั้งนั้นครับ

ขอบคุณ ชาวข้าวขวัญ ทุกๆคน มันเป็นการพัฒนาที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนที่สุดในตัวคนครับ

ชีวิตเปื้อนฝุ่น
IP: xxx.113.41.137
เขียนเมื่อ 
ขออนุญาติรัก..หนู ครับ
เขียนเมื่อ 
พอมีคนขออนุญาต......หนูก็หายหมดเลย ก็ขออนุญาตเหมือนกันนะครับ สำหรับทุกท่านที่สนใจศึกษางานที่มูลนิธิข้าวขวัญ ก็สามารถติดต่อได้ที่ 035 -597193 นะครับ รับรองได้ครับที่นี่"สุดยอด"จริงๆครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายทอดความรู้ ความเป็นมิตร และความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคน รับรองได้ไปแล้วไม่ผิดหวังครับ ขอบอกครับขอบอก ว่าปล้าร้าสับอร่อยมากด้วยจริงนะ......
ข้าวขวัญ
IP: xxx.113.41.137
เขียนเมื่อ 
ไม่ได้หายไปไหนค่ะ หนูยังอยู่ แต่กำลังอึ้งค่ะ กับการโดนฝากรักไปยังปลาร้าสับ ชอบคุณค่ะ สำหรับชาวปูนทุกกำลังใจที่มีให้กับกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆที่ข้าวขวัญเสมอมา ว่าแต่ว่า คุณภูคา เมือ่ไหร่จะบอกชือ่ weblog จะได้เข้าไปอ่านมั่งนะคะ แลกเปลี่ยนกัน